ก้าวข้ามโควิด-19
ส่อง 3 เจ้าของกิจการ ปรับตัวอย่างไร ? ในวันที่โควิดครองเมือง
สามัญสำนึก สมปอง แจ่มเกาะ
สวัสดีปีใหม่ 2565 ปีนี้ปีขาล…สวัสดีปีเสือลำบาก
ย้ำครับ ปีเสือลำบาก ในที่นี้ หมายถึง ปีนี้จะยังเป็นปีแห่งความทุกข์ยากลำเค็ญ ยากแค้นแสนเข็ญ (อีกปี) อะไรประมาณนั้น
มิใช่เสือลำบาก ตามสำนวนไทยที่หมายถึง เสือที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บและมีความดุร้ายมาก หรือผู้ที่เคยมีอำนาจ แต่ตอนนี้ไม่มีอำนาจแล้ว
หลังหยุดยาว 4-5 วัน ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ที่ผ่านมา หลาย ๆ คนคงได้พักผ่อนตามอัตภาพ ทำบุญตักบาตร ไหว้พระขอพร บางคนพักผ่อนอยู่บ้านกับครอบครัว บ้างก็กลับบ้านเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด ฯลฯ นานาจิตตัง
เป็นการชาร์จแบตเติมพลังก่อนจะกลับมาเริ่มต้นชีวิตในปีใหม่ เพื่อต่อสู้กับความเหนื่อยยากที่รออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง
ก็ได้แต่ขออวยชัยให้พร ขอให้ทุกคนสมปรารถนา ก้าวข้ามปีเสือลำบากนี้ไปให้ได้ อย่าท้อแท้ สิ้นหวัง
และคงต้องทำใจด้วยว่า โควิด-19 จะคงยังไม่จางหายไปง่าย ๆ เจ้าไวรัสร้ายตัวนี้ก็จะยังอยู่กับเรา ๆ ท่าน ๆ ไปอีกสักช่วงระยะเวลาหนึ่ง วันดีคืนดีมันอาจจะแวะเวียนกลับมาเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งเป็นคราว หนักบ้าง เบาบ้าง
ที่สำคัญคือ เราต้องปรับตัวและอยู่กับโควิด-19 ให้ได้
อย่างที่ทุกคนรับรู้กันดีว่า ตลอดช่วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา พิษสงของโควิด-19 ที่กลับมาโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่านั้นได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจปากท้องคนไทยเหลือคณานับอย่างไม่เคยมีมาก่อน
กว่าจะก้าวข้ามปีที่ผ่านมาได้ก็สะบักสะบอมไปตาม ๆ กัน ยิ่งช่วงปลายปีที่เจอโควิด-19 กลับมาโจมตีรอบใหม่ ด้วยสายพันธุ์โอไมครอน ถึงกับต้องเบรกการเปิดประเทศชั่วคราว
ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจต้องลุ้นไปตาม ๆ กันว่า งานนี้ ศบค.จะกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกหรือไม่ เพราะล็อกดาวน์รอบที่แล้วก็ทำเอาเจ๊กอั้กไปตาม ๆ กันและเพิ่งจะสร่างไข้ฟื้นตัวขึ้นมาได้ไม่นาน
การจะเยียวยาเพื่อพลิกฟื้นให้กลับไปยืนจุดเดิมก่อนที่โควิด-19 เกิด เป็นเรื่องไม่ง่าย และเป็นอะไรที่ต้องใช้เวลา
อย่ากลัว อย่างตื่นตระหนกเกินเหตุ ท่องให้ขึ้นใจว่า “เราต้องชนะโควิด” ให้ได้
ใครจะคิดอย่างไรไม่รู้ แต่โดยส่วนตัวมองว่า กว่าเศรษฐกิจไทยจะตั้งลำได้ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 2-3 ปี และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ chapter ใหม่ของประเทศ
เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570) พอดี
ใช่ครับ…ตอนนี้แผนฯ 12 ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว และตลอดปี 2564 ที่ผ่านมา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มีการจัดทำกรอบร่าง ยกร่างแผนฯ 13 รวมทั้งได้ทยอยจัดเวทีระดมความเห็นมาอย่างต่อเนื่อง
ตามแผน เดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ก็จะมีการนำเสนอร่างแผนฯ 13 ต่อสภาพัฒน์ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ถัดไปเดือนมีนาคม 2565 จะนำเสนอร่างแผนฯ 13 ต่อคณะรัฐมนตรี และรัฐสภา จากนั้นจะเป็นขั้นตอนของนายกรัฐมนตรี นำร่างแผนฯ 13 ขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2565
ว่ากันว่า แผนฯ 13 นี้จะเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของประเทศ เป็นการนำพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน”
โดยมีหมุดหมายสำคัญ 4 ด้าน คือ 1.เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2.สังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค 3.วิถีชีวิตที่ยั่งยืน และ 4.ปัจจัยสนับสนุนการพลิกโฉมประเทศ
โดยเฉพาะกุญแจสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ที่จะเน้นย้ำใน 6 ด้าน เริ่มจาก 1.เกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง 2.การท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน 3.ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก 4.การแพทย์และสุขภาพครบวงจร 5.ประตูการค้าการลงทุนและโลจิสติกส์ของภูมิภาค และ 6.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการดิจิทัล
นั่งอ่านเอกสารที่สภาพัฒน์เผยแพร่ รู้สึกได้ว่ามีความหวังขึ้นมาบ้าง
ส่วนจะสำเร็จตามแผนฯหรือไม่…เป็นอีกเรื่องหนึ่ง