เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
Politics ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
Finance ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
Real Estate ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
Biz Movement ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
Finance ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
Real Estate NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
Politics ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
ดูทั้งหมด

6 หมื่นโรงงานตั้งรับโอมิครอน พบติดเชื้อ 10% สั่งปิดทันที

13 ม.ค. 2565 | 07:41น.

กระทรวงอุตฯจับมือภาคเอกชนยกระดับ “บับเบิลแอนด์ซีล” เจาะอุตสาหกรรม 5 ประเภทเสี่ยงที่เชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจรับมือโอมิครอนระบาดในโรงงาน เผยตัวเลขโรงงานติดโควิดลดลง 99% ไม่ประมาท เร่งให้ความรู้ 6.4 หมื่นโรงงาน ผู้ประกอบการประกาศอาวุธครบมือพร้อมรบโอมิครอน

หวั่นโควิดฉุด เศรษฐกิจไตรมาส 1

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อแรงงานในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งคงต้องประเมินอีกที ยอมรับว่าน่าเป็นกังวลเหมือนกัน เพราะกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเพิ่งจะกลับมาในช่วงเปิดประเทศ ส่วนการประเมินความต้องการแรงงาน พอเปิดประเทศทุกอย่างกลับมาดีขึ้นทันตาเห็น

อย่างไรก็ตาม มองว่าการระบาดของโอมิครอนส่งผลกระทบกับแรงงานโรงงานไม่ได้หนักหนาสาหัสเหมือนปีที่ผ่านมา โดยในการประชุม กกร. (11 ม.ค.) ก็มีประเด็นหารือผลกระทบโอมิครอน เงินเฟ้อ เพราะขณะนี้ส่งผลกระทบค่อนข้างมาก อาจจะมีการปรับประเมินจีดีพี

หวั่นกระทบตลาดคู่ค้าส่งออก

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในไตรมาส 1 จีดีพีจะขยายตัว 3.0-3.5% จากที่ กกร.คาดการณ์ไว้ 3.5-5.0% แต่หากยืดเยื้อกว่านั้นอาจทำให้จีดีพีไทยไม่โตเลย หรือโตเพียง 1%

และที่สำคัญเป็นห่วงว่าสถานการณ์การระบาดของโอมิครอนรอบนี้จะส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าที่เป็นตลาดส่งออกหลัก ทั้งสหภาพยุโรป หลายแสนคนต่อวัน และสหรัฐ ซึ่งมีประชาชนติดเชื้อ 1 ล้านคนต่อวัน อาจจะกลับไปซ้ำรอยเดิม ติดปัญหาที่ไม่สามารถประกอบกิจกรรมทางธุรกิจได้

โลจิสติกส์การขนส่งสินค้าซัพพลายเชนดิสรัปชั่นอาจกระทบต่อการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ซึ่งปีนี้ทาง กกร.คาดการณ์ว่าส่งออกจะโต 5-6% จากปี 2564 ที่คาดว่าจะเติบโต 16% เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวจากเคยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยว 5-6 ล้านคน หลังเปิดประเทศคงไม่ถึงแล้ว แนวทางการแก้ไขต้องหาตลาดส่งออกทดแทน เช่น ตลาดค้าชายแดน และขณะเดียวกัน รัฐต้องมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

“รัฐต้องเร่งออกมาตรการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ เช่น โครงการคนละครึ่ง ต้องเร็วขึ้น โครงการช็อปดีมีคืน ถ้าได้ผลต้องดำเนินการต่อ และที่สำคัญ ต้องพิจารณาเตรียมเงินกู้เพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาท ที่จะมาช่วยเสริมสภาพคล่อง

เพราะเราจะอยู่กับโควิดถึงเมื่อไรไม่รู้ สิ่งสำคัญคือรอบนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 30% อาจจะสูญพันธุ์ เพราะบอบช้ำมาหลายรอบแล้ว โดยเฉพาะเอสเอ็มอีภาคท่องเที่ยวและบริการ ต่อเนื่องด้วยเอสเอ็มอีส่งออก ภาคการผลิตเรามั่นใจว่ารับมือโอมิครอนได้

เพราะที่ผ่านมาทั้งฉีดวัคซีน บางโรงงานฉีดครบ 100% แล้ว การทำบับเบิลแอนด์ซีล แต่อาจจะต้องเฝ้าระวังชุมชนโดยรอบโรงงานที่เป็นที่อยู่อาศัยของพนักงาน หากมีการติดเชื้ออาจจะกระทบต่อภาคการผลิตได้”

โรงงานติดโควิดลดลง 99%

นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงได้รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในสถานประกอบกิจการและโรงงานอุตสาหกรรม ต่อนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า

สถิติการแพร่ระบาดในส่วนของโรงงานลดลง 99% จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 6 มกราคม 2565 ยอดระบาดสะสมในโรงงาน 1,381 โรง แรงงาน 82,679 คน รักษาหายแล้ว 1,282 โรง แรงงาน 81,419 คน สำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คืออุตสาหกรรมอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ โลหะ พลาสติก และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งหลังจากหยุดเทศกาลปีใหม่ยังพบไม่มีการติดเชื้อโควิดจากโรงงานมากนัก

“ตอนนี้มีโรงงานที่ผ่านระบบ Thai stop COVID platform ซึ่งมีการทำบับเบิลแอนด์ซีล 1,677 โรงงาน เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 1,500 โรงงาน ซึ่งเป็นรายใหญ่ 500 โรงงาน เราตรวจสอบติดตามพบว่าการติดเชื้อลดลง และจากที่หารือกับกระทรวงสาธารณสุขพบว่า

โรงงานติดเชื้อโควิดลดลงประมาณถึง 99% สะท้อนว่าการทำบับเบิลแอนด์ซีลได้ผล แต่ก็ประมาทไม่ได้ ต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพิ่มการเฝ้าระวัง พอมีโอมิครอนเราก็ทำหนังสือส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการเร่งตรวจคัดกรองภายในให้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะเอาอยู่ แต่ต้องไม่ประมาท เพราะที่ผ่านมาเทรนด์การติดโควิดโรงงานก็จะไปพร้อมกับการติดโควิดของประเทศ”

ยกระดับ “บับเบิลแอนด์ซีล”

โดยล่าสุดกระทรวงอุตฯได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการระบาดโอมิครอนแล้ว โดยขยายมาตรการ bubble and seal เข้มข้น เจาะลงในอุตสาหกรรมเฉพาะที่มีความเสี่ยง และมีผลเชื่อมโยงต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการดำเนินการระยะที่ 2 (ม.ค.-มี.ค. 65) ในอุตสาหกรรม 5 กลุ่ม

คืออุตสาหกรรมอาหาร ยาง อิเล็กทรอนิกส์ บรรจุภัณฑ์ และที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว (การเกษตร, การประมง-เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ, เก็บของเสีย, ผลิตเสื้อผ้า, ผลิตภัณฑ์ที่ทําจากแร่อโลหะ, การผลิตโลหะ, ผลิตภัณฑ์ที่ทําจากโลหะประดิษฐ์

โดยจะนำร่องใช้ฐานการจัดประเภทมาตรฐานอุตสาหกรรม (TSIC) วางมาตรการ “บับเบิลแอนด์ซีล” ตามโมเดลเข้มข้นของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

“หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดโอมิครอน ตอนนี้เราก็ได้มีการอัพเกรดมาตรการจากเดิมที่ดำเนินการในโรงงานทั่วไป ก็เริ่มโฟกัสไปที่โรงงานกลุ่มเสี่ยง เช่น โรงงานที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีการระบาดจำนวนมาก ตอนนี้ได้ขยายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายตลอดทั้งซัพพลายเชน

ทั้งโรงงานน้ำตาล 57 โรงงาน ชาวไร่ ผู้ขนส่ง เพราะอุตสาหกรรมนี้ถือเป็นซัพพลายเชนที่มีขนาดใหญ่มาก และขณะนี้เป็นช่วงที่เปิดหีบฤดูการผลิตปี 2564/2565 โรงงานจะทำต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง หากมีการแพร่ระบาดในโรงงานจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั้งหมด ซึ่งเป็นโมเดลที่เรียกว่ามีความเข้มข้นสูงมาก”

ขณะเดียวกัน กระทรวงได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขยายความเข้มข้นมาตรการไปยังกลุ่มโรงงานขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นโรงงานที่กระทรวงอุตฯไม่ได้ดูแล แต่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล เช่น ล้งโรงงานแกะกุ้ง ที่อยู่ที่ชุมชนอย่างเช่นบริเวณสะพานปลา ซึ่งเป็นเป้าหมายในการดำเนินงานในระยะต่อไป

“สาเหตุที่จะต้องมุ่งโฟกัสไปที่โรงงานขนาดเล็ก เพราะกรณีโรงงานขนาดใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ยากที่จะเข้าไปดูแลเพราะอยู่ในระบบอยู่แล้ว แต่โรงงานขนาดเล็กถ้าติดเชื้ออาจจะถูกปิด แต่หากเข้าร่วมการทำบับเบิลแอนด์ซีล ทางกระทรวงก็จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าไปดูแล”

เร่งให้ความรู้ 6.4 หมื่นโรงงาน

สำหรับความก้าวหน้าของการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการด้านการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในสถานประกอบกิจการและโรงงานอุตสาหกรรม ได้ประชาสัมพันธ์ให้แก่โรงงานทุกขนาด

ขณะนี้โรงงานรับทราบและเข้าระบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วจํานวน 43,194 โรง จาก 64,535 โรง คิดเป็น 67% มีการให้คําปรึกษาแนะนําในรูปแบบ coaching/training แก่โรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่มีคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ดําเนินการแล้ว 3,779 โรง คิดเป็น 31% จากเป้าหมาย 12,000 โรง

ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับรายงานว่ามีสถานประกอบกิจการโรงงานเข้าร่วมมาตรการ bubble & seal แล้ว จํานวน 1,677 โรง (เป้าหมาย 1,500 โรง) เกินกว่าเป้าหมาย คิดเป็น 112%

อุตฯอาหารพร้อมสู้โอมิครอน

ด้าน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมอาหารได้รับบทเรียนจากการแพร่ระบาดในรอบก่อน และได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติต่าง ๆ เป็นสูตรรองรับการแพร่ระบาดรอบใหม่ทั้งโอมิครอน หรือเดลต้าครอน

ซึ่งมีการดำเนินการทั้งการทำ factory isolation การแยกผู้ป่วยและการเข้ารับการรักษา การดำเนินการตามมาตรการบับเบิลแอนด์ซีล ในกรณีการพบการติดเชื้อในโรงงาน 10% ของแรงงาน ก็ต้องปิดไม่ให้แรงงานออกมาส่งผลกระทบต่อภายนอก

และในกรณีที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ ก็จะเป็น factory sandbox ซึ่งจะมีการฉีดวัคซีน และกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบด้วย ATK ทุก ๆ กี่วัน ทำให้ทุกโรงงานมีความพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบเมื่อมีการระบาด

“ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์โรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่เคยระบาดอย่างสมุทรสาคร ตอนนี้มีการเร่งฉีดวัคซีนทั้งฉีดเองและได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ กระทรวงแรงงาน ส่วนโรงงานอื่นก็มั่นใจว่าพร้อมจะเข้าระบบหากมีการติดเชื้อ มีสูตรอยู่แล้ว และทุกคนปฏิบัติจนเป็นความปกติใหม่ไปแล้ว อาจจะเรียกว่าการระบาดครั้งนี้ เรามีอาวุธพร้อม”

ไม่พบคลัสเตอร์โรงงาน

นายจีรทัศน์ แจ่มไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในจังหวัดฉะเชิงเทราตอนนี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรมค่อนข้างน้อย สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังน่ากลัวเพราะจังหวัดข้างเคียง อาทิ สมุทรปราการ ชลบุรี กรุงเทพฯ มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน หากมีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ทางจังหวัดได้มีการเตรียมเตียงไว้เพื่อรักษากว่า 1,800 เตียง

อีกทั้งยังมีโรงพยาบาลสนาม หรือศูนย์พักคอย ไว้รองรับผู้ติดเชื้อทุกอำเภอ ส่วนโรงงานที่เคยทำ FAI ก็ยังอยู่ และคงมาตรการเข้มงวดเหมือนเดิม ทุกคนมีบทเรียนจากปีที่ผ่านมา

และทางจังหวัดยังคงเข้มงวดมาตรฐานแผนป้องกันเหตุ 4 ข้อ 1.โรงงานทุกแห่งในจังหวัดต้องจัดทำแผนสถานการณ์ประกอบแผนปฏิบัติตัวของพนักงาน, แผนการเดินทาง การขนย้ายแรงงาน 2.กรณีแรงงานเดินทางข้ามจังหวัดต้องได้ฉีดวัคซีน กรณียังไม่ได้ฉีดวัคซีน เจ้าของโรงงานต้องตรวจ ATK แบบสุ่ม 10% ทุก ๆ 7 วัน

3.หากโรงงานพบผู้ติดเชื้อ 10% ขึ้นไปจะสั่งปิดทันที 4.กรณีโรงงานถูกสั่งปิดแม้ยังไม่ถึง 14 วัน ทางโรงงานสามารถทำแผนป้องกันการแพร่ระบาดมาเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อพิจารณาทบทวนได้

ด้าน นายสมบูรณ์ ตรีพรเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์เท็นซิฟว์ รีเสิร์ซ โพลีเมอร์ส จำกัด (ERP) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ทุกโรงงานตรวจ ATK พนักงาน 100% ที่กลับมาจากช่วงหยุดยาวปีใหม่ ก็พบผู้ติดเชื้อกันไม่มาก และโรงงานขนาดใหญ่หลาายแห่งยังคงโรงพยาบาลสนามภายในโรงงานไว้ หากพบพนักงานติดโควิดจะแยกตัวออกมา ส่วนโรงงานขนาดเล็กคงต้องไปใช้สถานพยาบาลจากส่วนกลาง

สมุทรปราการพร้อมรับมือ

นางปรานี คุรุเวฬุกรณ์ ประธานบริษัท เขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง ก.ม.30 จำกัด ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่ตรวจเช็กจากสมาชิกโรงงานอุตสาหกรรมหลังจากเปิดทำการซึ่งต้องตรวจ ATK ทุกโรงงาน พนักงานเข้าตรวจเกือบทั้งหมดไม่พบเชื้อ เพราะได้ฉีดวัคซีนครบทุกคนแล้ว อีกส่วนหนึ่งมีการป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด

“ในจังหวัดสมุทรปราการมี 300 กว่าโรงงานที่เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริงแล้วมีอยู่ประมาณ 6,000 กว่าโรงงาน รวมทั้งในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ขณะที่จำนวนพนักงานทั้งหมดไม่ทราบที่แน่ชัด แต่ที่ตรวจ ATK แล้วแทบจะไม่มีผู้ติดเชื้อเลย

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในจังหวัดส่วนใหญ่มักมาจากรอบนอก หรือกลับจากต่างจังหวัดมากกว่า ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม และเราเตรียมพร้อมทุกอย่างเพื่อรับมือเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ โรงพยาบาล เตียงสนาม ยา โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ควบคุมอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตพนักงานและธุรกิจ”

สมุทรสาครมาตรการเข้มโรงงาน

นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ผู้บริหารกลุ่มบริษัทในเครืออนุสรณ์กรุ๊ป ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้จำนวนคนติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ยังไม่เกิน 100 คน แต่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมแผนรับมือ นโยบายสมุทรสาครสุ่มตรวจ ATK เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อ

หากพบแยกออกเพื่อไม่ให้ระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ ทุกโรงงานดำเนินมาตรการเข้มงวดทำแซนด์บอกซ์ควบคุมพนักงานอยู่ มีการตรวจ ATK ตลอด เพราะมีบทเรียนจากการระบาดรอบที่แล้ว เพื่อไม่ให้มีปัญหากระทบภาคการผลิต ขณะที่สาธารณสุขจังหวัดตรวจทั้งตลาดสดกว่า 50 แห่ง และสุ่มตรวจตามโรงงานด้วย รวมถึงหลายคนไปฉีดวัคซีนเข็ม 3

แต่มีสิ่งที่ภาคเอกชนเห็นไม่ตรงกันกับสาธารณสุขคือ ตอนนี้นโยบายจากกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางต้องการให้ทั่วประเทศนำระบบแยกกักตัวรักษาตัวเองจากที่บ้าน (home isolation) มาใช้ ภาคเอกชนไม่เห็นด้วย

เพราะสมุทรสาครมีโรงพยาบาลสนามส่วนกลางคือ โรงพยาบาลสนามทองอุไร 200 เตียง และโรงพยาบาลสนามเหลืองปรีดิยาธร จำนวน 200 เตียง มีโรงพยาบาลสนามในชุมชน (CI) จำนวน 2,070 เตียง และโรงพยาบาลสนามในโรงงาน (FAI) จำนวน 48,676 เตียง ที่พร้อมรองรับ

ขณะที่การแยกกักตัวที่บ้านเห็นได้บทเรียนจากการระบาดปีที่แล้ว ทุกคนไม่ได้มีบ้านที่สามารถแยกห้องนอน-ห้องน้ำ ส่วนใหญ่อยู่ในบ้านกันอย่างแออัด เชื้อแพร่ได้ง่าย และปีที่แล้วเวลาคนติดเชื้อจำนวนมากไม่สามารถจัดส่งอาหารให้ได้ตามที่แจ้งไว้ รวมถึงเรื่องการโทร.สอบถามเรื่องอาการต่าง ๆ รายบุคคลก็ทำไม่ทัน

“เรามีโรงงานกว่า 6,000 แห่ง มี FAI 4 หมื่นกว่าเตียง รวมถึง CI โรงพยาบาลสนามส่วนกลาง จะให้ผู้ติดเชื้อไปการแยกกักตัวที่บ้านทำไม และคนส่วนใหญ่มีบ้าน 2 ห้องนอนอยู่กัน 10 คน แรงงานต่างด้าวอยู่บ้านเช่า อยู่กันหลาย ๆ คน

ภาคเอกชนมองว่าการรักษาตัวที่บ้านอย่ามีดีกว่า มีแล้วทำได้ไม่จริง ปีที่แล้วอาหารก็ไม่ไปส่ง หมอที่บอกโทร.ปรึกษาให้รายงานการตรวจวัดไข้ต่าง ๆ เวลาคนติดจำนวนมากจริง ๆ ทำไม่ทัน ไม่เหมือนมาอยู่ CI พร้อมกัน 100 คน มีหมอดูแล 1 คน หากมีอการหนักขึ้นมีรถไปส่งโรงพยาบาลได้ อย่างไรก็ตาม เราผ่านเดลต้าซึ่งรุนแรงกว่าโอไมครอนมาได้ รอบนี้ไม่น่าจะหนัก”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์โควิด-19 โควิด-19