เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ม็อบรถบรรทุก บุก ก.พลังงาน อัด ครม. ลดภาษี E20-B20 ‘เกาไม่ถูกที่คัน’ ขู่ปักหลักยาว
Economic ม็อบรถบรรทุก บุก ก.พลังงาน อัด ครม. ลดภาษี E20-B20 ‘เกาไม่ถูกที่คัน’ ขู่ปักหลักยาว
ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
Automotive ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ข่าวหน้า 1 ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ข่าวหน้า 1 ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ข่าวหน้า 1 ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ดูทั้งหมด

อธิบดีกรมบัญชีกลางคนใหม่ เร่งเบิกจ่าย 3.1 ล้านล้านบาท ฟื้นเศรษฐกิจ

17 ม.ค. 2565 | 07:42น.
กุลยา ตันติเตมิท
สัมภาษณ์พิเศษ

ในภาวะที่เศรษฐกิจป่วยจากพิษโควิด-19 นานกว่า 2 ปี เม็ดเงินจากภาครัฐจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะเข้ามาหล่อเลี้ยงและพยุงเศรษฐกิจไทย ซึ่งในฐานะที่เข้ามากุมบังเหียนหน่วยงานที่คุมการใช้จ่ายเม็ดเงินภาครัฐ “ดร.กุลยา ตันติเตมิท” อธิบดีกรมบัญชีกลางคนใหม่ ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวนโยบายที่จะผลักดันต่อไปหลังจากนี้

เร่งเบิกจ่าย 3.1 ล้านล้าน

โดย “ดร.กุลยา” เปิดเผยว่า ขณะนี้มีโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเข้ามา ทำให้สถานการณ์ไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งเม็ดเงินจากทางภาครัฐจะสำคัญมาก ฉะนั้น จะต้องมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยตามมาตรการเร่งรัดที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบไปแล้ว แต่ละหน่วยงานต้องเตรียมแผนเร่งรัด และต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2565 ที่มีรายจ่ายรวม 3.1 ล้านล้านบาท ให้ได้อย่างน้อย 93%

แบ่งเป็น รายจ่ายประจำต้องไม่ต่ำกว่า 98% และรายจ่ายลงทุนไม่ต่ำกว่า 75% ของรายจ่ายลงทุนทั้งสิ้น 6.05 แสนล้านบาท โดยเฉพาะรายจ่ายลงทุนนั้น จะต้องมีความพยายามค่อนข้างมาก เพราะจากตัวเลขในอดีตสูงสุดจะทำได้เพียง 70-71%

“ดังนั้น แต่ละหน่วยงานต้องทำแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะโครงการใหญ่ ๆ ซึ่งใช้งบประมาณเกิน 1,000 ล้านบาท ในปีนี้มีประมาณ 100 โครงการ เป็นโครงการต่อเนื่องมา มูลค่ารวมมากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท นอกจากการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐแล้ว ในส่วนเม็ดเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ก็ต้องเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 95%”

ไตรมาสแรกเบิกจ่ายเข้าเป้า

ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายรายไตรมาสของปีงบประมาณ 2565 ขึ้นมา โดยไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค. 2564) กำหนดเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมให้ได้อย่างน้อย 30%, ไตรมาส 2 ตั้งเป้าเบิกจ่ายให้ได้ 21%, ไตรมาส 3 ตั้งเป้าเบิกจ่ายอีก 21% และไตรมาส 4 ตั้งเป้าเบิกจ่ายอีก 21% โดยการดำเนินขณะนี้ ในไตรมาสแรกรายจ่ายประจำสามารถเบิกจ่ายได้ 35% ถือว่าทำได้สูงกว่าเป้า ขณะที่รายจ่ายลงทุน ต้องการเห็นเบิกจ่ายได้ที่ 13% ปัจจุบันสามารถทำได้แล้ว 17% ภาพรวมอยู่ที่ 31.7%

“การกำหนดเป้าเบิกจ่าย ก็เพื่อให้หน่วยงานมีความตื่นตัว เนื่องจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัด และรัฐบาลจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งหน่วยงานรับทราบแล้ว ว่าหากดำเนินการไม่เสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2565 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณ ก็จะโดนพับไป”

จ่อเก็บค่าต๋งกันยื่นอุทธรณ์มั่ว

“ดร.กุลยา” กล่าวว่า หนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้เบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า มาจากการอุทธรณ์การจัดซื้อจัดจ้าง ที่ทำให้โครงการไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ต้องรอคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตัดสินออกมา เบื้องต้นก็ได้กำชับและมอบนโยบายให้เร่งรัดเรื่องการพิจารณาอุทธรณ์ แม้ขั้นตอนการดำเนินการจะกำหนดไว้อยู่แล้ว ว่าจะต้องดำเนินการภายใน 30 วัน แต่ก็ต้องเร่งในเรื่องกระบวนการการเดินเอกสารต่าง ๆ

“นอกจากนี้ บางครั้งก็มีการอุทธรณ์ แบบไม่ควรอุทธรณ์ ฉะนั้น วิธีการแก้ไข เรากำลังพิจารณาว่าจะทำอะไรที่ต้องมีต้นทุนในการอุทธรณ์ ซึ่งต้องแก้กฎหมายพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้มีการคิดค่าธรรมเนียมในการอุทธรณ์ หากมีการอุทธรณ์ที่ไม่ได้เป็นเหตุ กรมจะมีการยึดค่าธรรมเนียมดังกล่าว ซึ่งอาจจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการหรือแบบอื่น ตรงนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป”

เพิ่มแต้มต่อเอสเอ็มอี

“ดร.กุลยา” กล่าวอีกว่า มีนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมากยิ่งขึ้น แม้ขณะนี้มาตรการสนับสนุนส่วนนี้อยู่แล้ว แต่อยู่ระหว่างปรับปรุงให้การดำเนินงานคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดว่า หน่วยงานภาครัฐต้องจัดซื้อจัดจ้างเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ไม่น้อยกว่า 30% ของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ

ขณะเดียวกันก็กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งหากมีเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 6 ราย ก็ให้คัดเลือกเอสเอ็มอีในส่วนนั้น แต่หากมีไม่ถึง 6 ราย จึงจะมีการเปิด e-bidding หรือเสนอประมูลงานเป็นการทั่วไป และหากเปิดเป็นการทั่วไปแล้ว ถ้ามีเอสเอ็มอีเข้ามาแล้วเสนอราคามากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น สามารถเลือกเอสเอ็มอีที่เสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นได้ 10% จากเดิมที่ต้องเลือกรายที่ให้ราคาต่ำที่สุด

“ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาอยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากการกำหนด 6 รายในพื้นที่ ก็ไม่รู้ว่ามีแต่รายเดิมหรือไม่ ซึ่งอาจไม่ได้มีการส่งเสริมการแข่งขันจริง กรมจึงอยู่ระหว่างการพิจารณา ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้เสนอรายละเอียดให้ รมว.คลังพิจารณาไปแล้ว”

นอกจากนี้ยังมีการช่วยผู้ประกอบการเมดอินไทยแลนด์ ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หากแข่งกับต่างชาติ สามารถเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นได้มากกว่า 3% โดยระยะต่อไปก็อาจจะมีการพัฒนาให้สามารถทำได้มากกว่านั้น เนื่องจาก ส.อ.ท.ก็อยากให้เห็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการเมดอินไทยแลนด์มากขึ้น กรมก็อยู่ระหว่างการพิจารณา

เตรียมพร้อมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการ

อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวด้วยว่า ในส่วนของนโยบายรัฐ กรมก็ขานรับเต็มที่ โดยส่วนที่ยังจะต้องพยุงอยู่ในช่วงนี้ ก็คือการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งทางรัฐบาลจะทำในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อ โดยจะมีการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่

“กรมได้รับนโยบายแล้ว ได้มีการเตรียมพร้อม โดยสั่งการให้คลังจังหวัดเป็นหน่วยงานในการรับลงทะเบียนกรณีผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง และทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการแก่ประชาชนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทะเบียนดังกล่าว ทั้งนี้ หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ก็ดำเนินการได้ทันที” อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าว