หุ้นไทย Sideway Down กังวลสหรัฐลดงบดุล
คอลัมน์ เช็กกระแสหุ้น
ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ คุกรุ่นไปด้วยเรื่องที่ทางการจะจัดเก็บภาษี ขณะที่ประเด็นเงินเฟ้อสหรัฐที่พุ่งสูงสุดรอบ 40 ปี มีการรับรู้ไปพอสมควรแล้ว จึงกระทบไม่มาก
สำหรับภาพตลาดในช่วงสัปดาห์ข้างหน้านี้ (17-21 ม.ค.) “สุนทร ทองทิพย์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัว sideway down และค่อนข้างฟื้นตัวได้ยาก โดยให้กรอบดัชนีไว้ที่ 1,650-1,680 จุด จากความกังวลเรื่องการลดงบดุล (balance sheet) ของสหรัฐ เข้ามาแทนที่ความกังวลเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตลาดรับรู้ไปพอสมควรแล้ว
“ถ้าสหรัฐมีการประกาศลดงบดุลเมื่อไหร่ จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างหนักแน่นอน ส่วนเรื่องของเงินเฟ้อเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่จะกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะนี้และระยะข้างหน้า โดยเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องเฝ้าติดตาม”
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4/2564 ของจีน ซึ่งจีนกำลังประสบปัญหาเรื่องนโยบาย Zero COVID จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องมีการล็อกดาวน์ ปิดท่าเรือ จึงน่าจะส่งผลกระทบต่อ GDP ของจีน
ด้านปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตาม คือ นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีหุ้นและภาษีคริปโทเคอร์เรนซี รวมถึงนโยบายการรับนักท่องเที่ยวด้วยระบบ test and go ซึ่งคาดการณ์ว่าหลังจากสิ้นเดือน ม.ค.นี้ หากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต่ำกว่าหลักหมื่นราย ก็มีโอกาสที่จะกลับมาใช้ระบบ test and go เหมือนก่อนนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว
ส่วนการรายงานตัวเลขส่งออกและนำเข้าของไทยเดือน ธ.ค. ที่จะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ มองว่าไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะตัวเลขยังดีอยู่ จากความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (pent up demand) ซึ่งคาดว่าส่งออกจะยังขยายตัวได้ดี รวมถึงตัวเลขยอดขายรถยนต์เดือน ธ.ค.ที่จะมีการประกาศออกมา ซึ่งน่าจะออกมาดี เพราะผ่านช่วงล็อกดาวน์มาแล้ว
ทั้งนี้ หุ้นที่น่าจับตามองและเป็นหุ้นกลุ่มที่ยังเติบโตและจะได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น ได้แก่ หุ้นในกลุ่มประกันและกลุ่มธนาคาร