เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกชนชงตั้ง ‘กรอ.พลังงาน’ เปิดเสรีรับเมืองคาร์บอนต่ำ
Economic เอกชนชงตั้ง ‘กรอ.พลังงาน’ เปิดเสรีรับเมืองคาร์บอนต่ำ
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.18 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.18 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เอกนิติ ย้ำความสำคัญเปลี่ยนผ่านพลังงาน เร่งการลงทุนสร้างความมั่นคงเศรษฐกิจ
Uncategorized เอกนิติ ย้ำความสำคัญเปลี่ยนผ่านพลังงาน เร่งการลงทุนสร้างความมั่นคงเศรษฐกิจ
ททท.บูม ‘ตะวันออกกลาง’ผนึก flydubai โรดโชว์ ‘ดูไบ-อาบูดาบี’
Business ททท.บูม ‘ตะวันออกกลาง’ผนึก flydubai โรดโชว์ ‘ดูไบ-อาบูดาบี’
พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. 40% ของพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์
ลุย โมเดิร์นเทรด-แพลตฟอร์ม กขค. ตั้งอนุฯ แก้ปม GP-ค้าไม่เป็นธรรม
Economic ลุย โมเดิร์นเทรด-แพลตฟอร์ม กขค. ตั้งอนุฯ แก้ปม GP-ค้าไม่เป็นธรรม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.81% อยู่ที่ 63,649 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.81% อยู่ที่ 63,649 เหรียญสหรัฐ
ตลาดหุ้นไทย 3Q69 ผันผวนมากขึ้น…เลือกลงทุนในหุ้นที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง
Finance ตลาดหุ้นไทย 3Q69 ผันผวนมากขึ้น…เลือกลงทุนในหุ้นที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

ขึ้นเงินเดือนไม่เท่ากันได้ไหม ?

23 ม.ค. 2565 | 11:12น.

คอลัมน์ : เอชอาร์คอร์เนอร์
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

มีคำถามจากบริษัทแห่งหนึ่งคือฝ่ายบริหารมีแนวความคิดว่าควรจะขึ้นเงินเดือนประจำปีให้กับแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน เช่น จะขึ้นเงินเดือนให้ฝ่ายผลิต 6 เปอร์เซ็นต์ และขึ้นเงินเดือนให้กับฝ่าย support เช่น ฝ่ายจัดซื้อ, บัญชี, กฎหมาย, บุคคล ฯลฯ 4 เปอร์เซ็นต์

เนื่องจากเห็นว่าฝ่ายผลิตเป็นหน่วยงานหลัก เป็นฝ่ายที่หาเงินเข้าบริษัท ส่วนฝ่าย support ไม่ได้เป็นฝ่ายหาเงินเข้าบริษัท

ถามว่าผมมีความเห็นยังไงในเรื่องนี้ ?

ผมก็เลยตั้งคำถามชวนให้ผู้บริหารของบริษัทได้คิดอย่างนี้ครับ

1.บริษัทต้องการจะส่งเสริมการทำงานเป็นทีม หรือจะส่งเสริมการทำงานแบบฝ่ายใครฝ่ายมันในบริษัทของเรา ผมยกตัวอย่างประกอบคำถามคือ ถ้า ผจก.ทีมฟุตบอลบอกว่าจะให้โบนัสกับนักฟุตบอลที่เป็นกองหน้ามากกว่าพวกที่เป็นกองหลัง เพราะกองหน้าเป็นฝ่ายทำประตูให้ทีมชนะ ผจก.ทีมจะตอบกองหลังว่ายังไง แล้วถ้ากองหลังบอกว่า นาย A ที่เป็นดาวยิงกองหน้า ผลงานห่วยกว่านาย B ที่เป็นแบ็กของกองหลังที่สามารถสกัดการบุกของคู่แข่งได้ยอดเยี่ยมล่ะ ทำไมถึงให้โบนัสนาย A ดีกว่านาย B

ผจก.ทีมจะตอบคำถามยังไง ?

และถ้าผู้จัดการทีมยังยืนยันนโยบายนี้เหมือนเดิมจะเกิดปัญหาการทำงานเป็นทีมขึ้นหรือไม่ ความสามัคคีในทีมงานล่ะ และจะรักษานักเตะกองหลังที่มีฝีมือเอาไว้ได้ไหม

2.หลักคิดของบริษัทที่ไปกำหนดว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ฝ่ายผลิต 6% และขึ้นให้ support 4% มีฐานความคิดมาจากอะไร ทำไมถึงต่างกัน 2% ?

3.บริษัทให้คุณค่าของหน่วยงานมากกว่าคุณค่าในตัวคนใช่หรือไม่ อยากให้ฝ่ายบริหารลองตอบคำถามข้างต้นดูนะครับ ?

สำหรับความเห็นของผมที่เจอดราม่าเรื่องเหล่านี้มามากก็อยากจะแชร์ประสบการณ์อย่างนี้ครับ

1.งบประมาณการขึ้นเงินเดือนประจำปีจะถูกอนุมัติโดยบอร์ด เช่น บอร์ดบอกว่าปีนี้งบประมาณขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 5% ก็หมายถึง 5% ของ total payroll หมายถึง สมมุติว่าบริษัทมีเงินเดือนรวมทั้งบริษัท 1 ล้านบาท ปีนี้ต้องคุมงบประมาณไม่ให้เกิน 5 หมื่นบาท นั่นแปลว่าพนักงาน “ทุกคน” และ “ทุกหน่วยงาน” ควรมีสิทธิที่จะได้รับการขึ้นเงินเดือนตามงบประมาณ (สมมุติว่าทุกคนมีผลการทำงานตามค่าเฉลี่ย) ตามหลัก equal work equal pay เพราะงบฯก้อนนี้มาจาก payroll ของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

2.บริษัทควรจะจัดสรรงบประมาณขึ้นเงินเดือนก้อนนี้ไปให้พนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมในแต่ละฝ่าย เช่น ฝ่ายผลิตมี total payroll 2 แสนบาท ก็รับงบฯไป 1 หมื่นบาท หรือฝ่ายจัดซื้อมี total payroll 1 แสนบาท ก็รับงบฯไป 5 พันบาท เป็นต้น เพราะงบฯตัวนี้มัน base on เงินเดือนของทุกคน

3.การขึ้นเงินเดือนเป็นการตอบแทน P+C คือ “คุณค่า” ของตัวบุคคล (search บทความ “เรื่อง
น่ารู้เกี่ยวกับเงินเดือนตอนที่ 1 และ 2” ในบล็อกของผมอ่านประกอบ) ที่ทำงานดีหรือไม่ดี โดยดู “ผลงานของตัวบุคคล” เป็นหลัก เพื่อรักษาคนในและจูงใจคนนอก เพราะถ้าไปมองว่าการขึ้นเงินเดือนเพื่อตอบแทน “หน่วยงาน” เป็นหลัก จะทำให้การจัดสรรงบฯผิดเพี้ยน เป็นการมองอย่างอคติแบบเหมารวม (stereo typing) เช่น การมองว่าคนทำงานฝ่ายผลิต (หรือฝ่ายผลิต) เป็นฝ่ายที่หาเงินเข้าบริษัท มากกว่าฝ่าย support

แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าคนที่ทำงานในฝ่ายผลิตทุกคนจะเป็นคนที่มีผลงาน และทำงานหาเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพซะเมื่อไหร่ ดังนั้น การมองแบบเหมารวมแบบนี้จะเกิดความเป็นธรรมหรือไม่ ถ้าคนนอกรู้ว่าจะต้องเข้ามาทำงานในหน่วยงาน support ที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นพลเมืองชั้นสองล่ะ เขาอยากจะมาร่วมงานด้วยไหม

4.จากข้อ 3 ถ้านาย A ทำงานในฝ่ายผลิตแต่ทำงานไม่ดี ยังมีโอกาสที่จะได้รับการขึ้นเงินเดือนสูงกว่านาย B ที่ทำงานดีมาก แต่อยู่ในฝ่าย support อย่างนี้แล้วจะเกิดความเป็นธรรมกับนาย B หรือไม่ และในระยะยาว บริษัทจะรักษานาย B เอาไว้ได้หรือไม่ นี่ผมเปรียบเทียบแค่ 2 คนนะครับ แล้วถ้าในบริษัทมีเคสที่เป็นแบบนี้มาก ๆ จะมีผลกระทบกับจิตใจคนทำงานแค่ไหน

5.การที่ผู้บริหารมองว่า KPI ของหน่วยงานด้าน support ง่ายเกินไป ก็ควรจะต้องไปแก้ไขที่การกำหนด KPI ของฝ่าย support ที่มีปัญหา (คงไม่ใช่ว่ามีปัญหาทุกฝ่ายนะครับ เพราะถ้าเป็นอย่างงั้น มันคง something wrong แล้วครับ) ให้มีความแม่นตรงมากขึ้น ไม่ใช่การไปแก้ด้วยการขึ้นเงินเดือนให้มีเปอร์เซ็นต์ไม่เท่ากันตามหน่วยงาน

6.KPI เป็นเพียง “เครื่องมือ” ตัวหนึ่งที่ใช้เป็นข้อมูลประกอบการขึ้นเงินเดือนให้พนักงานแต่ละคนเท่านั้น ไม่ควรมอง KPI เหมือนยาสารพัดนึกที่จะชี้ถูกผิด และมีความเชื่อถือได้ 100% ความสำคัญอยู่ที่บริษัทจะทำยังไงที่จะแก้ปัญหาของตัวหัวหน้าผู้ประเมินให้มีความแม่นตรง ประเมินผลงานลูกน้องให้ใกล้เคียงความจริง เพื่อตอบแทนด้วยการขึ้นเงินเดือนให้เหมาะสม เพื่อรักษาลูกน้องที่มีผลงานดี มีความสามารถเอาไว้

และขึ้นเงินเดือนให้น้อย ๆ (หรือไม่ให้ขึ้นเงินเดือนเลย) กับลูกน้องที่ผลงานแย่ ขาดศักยภาพ ทัศนคติแย่ เพื่อให้คนมีผลงานเห็นความแตกต่าง และเป็นตัวอย่างกับพนักงานคนอื่น ๆ มากกว่าการมองแบบให้ค่านิยมเฉพาะฝ่าย เฉพาะหน่วยงาน แบบรวม ๆ โดยไม่มอง P+C ของตัวบุคคล

ถ้าหัวหน้าผู้ประเมินยังไม่มีความเที่ยงตรง ยังมี bias อยู่มาก หรือใช้ระบบการประเมินแบบผิด ๆ ไม่ว่าบริษัทจะใช้ระบบอะไรก็ตาม จะเป็น KPI หรือ OKR หรืออะไรก็ไม่ work หรอกครับ อันนี้ก็เป็นปัญหาที่จะต้องแก้กันที่ตัวบุคคล ต้องแก้ที่ตัวหัวหน้าผู้ประเมิน ซึ่งผู้บริหารระดับสูงต้องให้ความสำคัญ ลงมาดูแลแก้ไขอย่างจริงจัง

ที่สำคัญคือผู้บริหารระดับสูงจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และกล้าที่จะแก้ปัญหาหัวหน้าผู้ประเมินอย่างไม่เป็นธรรมอย่างจริงจังด้วยนะครับ ที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะเห็นมาหลายที่ว่า ปัญหาของหัวหน้าผู้บริหารไม่เป็นธรรม มีปัญหาในการประเมินลูกน้อง ผู้บริหารที่เป็นระดับผู้จัดการฝ่ายก็รู้เห็นอยู่ แต่กลับไม่ทำอะไร แล้วไปคิดแก้ที่ระบบหรือวิธีการประเมินซะงั้น เรียกว่าคันหัวแต่ไปเกาหลัง อย่างงี้ก็คงจะแก้ปัญหาอะไรได้ยากแหละครับ

บอกแล้วว่าทั้งหมดข้างต้นเป็นความเห็นส่วนตัวของผมที่มาจากหลักความเสมอภาคและเป็นธรรม (equal work equal pay) ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่สุดในการบริหารค่าจ้างเงินเดือน ถ้าใครอ่านจบแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่ หรือคิดจะทำยังไงต่อไปก็ใช้หลักกาลามสูตร และตัดสินใจตามที่เห็นสมควรเลยครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เงินเดือน