เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

ดร.นิเวศน์ มอง ใกล้ถึงวัน “อวสานการเก็งกำไร” ตลาดหุ้น-คริปโท

01 ก.พ. 2565 | 12:06น.
แบงก์ชาติรัสเซีย เสนอรัฐบาลห้ามเทรดและขุดเหมืองคริปโท

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investor) ชั้นแนวหน้าของประเทศไทย

อวสานเล่นเก็งกำไร “คริปโท”

2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดโรคระบาดของโควิด-19 การ “เก็งกำไร” ในตลาดสินทรัพย์ที่ซื้อขายเปลี่ยนมือคล่อง เช่น เหรียญคริปโทเคอร์เรนซีและหุ้นดูเหมือนว่าจะรุนแรงอย่างที่โลกไม่เคยพบเจอมาก่อน สาเหตุนั้นน่าจะเป็นเพราะปัจจัยสำคัญหลายอย่างดังต่อไปนี้คือ

ข้อแรก มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาในระบบมหาศาลเพิ่มจากที่มีมากอยู่แล้วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นั่นคือมีการทำ QE ที่ต่อเนื่องมายาวนานตั้งแต่วิกฤตซับไพรมในปี 2008 ที่ยังค้างอยู่และมีการ “แจกเงิน” มหาศาล ให้กับประชาชนโดยรัฐบาลเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปิดเมืองในช่วงโควิด

ข้อสอง เทคโนโลยีโดยเฉพาะทางด้านดิจิทัลถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาของคนที่ต้องกักตัวอยู่กับบ้านเป็นเวลานานมีการเติบโตขึ้นมหาศาล ทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องมีรายได้และกำไรเติบโตเร็วขึ้นมาก และมีการคาดการณ์ว่าเมื่อคนใช้แล้วก็จะใช้ต่อไปเหมือนเดิมหลังจากโรคสงบลงแล้ว

ข้อสามก็คือ การลงทุนในหลักทรัพย์ทางการเงิน โดยเฉพาะที่เป็นดิจิทัลและหุ้นนั้น ง่ายและมีต้นทุนต่ำลงมาก “ใกล้ศูนย์” พูดง่าย ๆ คนธรรมดาที่มีเงินเพียงหมื่นหรือสองหมื่นบาทก็สามารถลงทุนในเหรียญคริปโทและหุ้นทุกตัวได้ โดยค่าคอมมิสชั่นในการซื้อขายต่ำมากผ่านระบบการซื้อขายที่เป็นดิจิทัล เช่น แพลตฟอร์มต่าง ๆ และผ่านเครื่องมือทางการเงิน เช่น ออปชั่นของหุ้น เป็นต้น

รายย่อยรุ่นใหม่แห่เล่น “หุ้น-คริปโท”

นักลงทุนโดยเฉพาะที่เป็น “รายย่อยรุ่นใหม่” ที่เข้ามาลงทุนในเหรียญคริปโทและตลาดหุ้นนั้นมีจำนวนมากมายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และด้วย Demand หรือความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นมากมายอย่าง “กะทันหัน” ในขณะที่ Supply ของสินทรัพย์ที่มีคุณภาพมีจำกัด

ผลก็คือ ราคาของหลักทรัพย์ทั้งหลาย รวมถึงคริปโท ต่างก็วิ่งขึ้นกันทั่วหน้า สถานการณ์ของหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่ได้ประโยชน์จากโควิดหรือ “มีข่าวดี” หรือมี “Story” จำนวนมากถูก “กวาดซื้อ” จนเหมือนถูก “Corner” หรือ “ต้อนเข้ามุม” ซึ่งทำให้ราคา “ทะลุโลก” ขึ้นไปเป็น 10 เท่าหรือมากกว่านั้นในเวลาอันสั้นแค่ 1-2 ปี หรือแค่ไม่กี่เดือน

สิ่งเหล่านี้ดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาเพิ่มและทำให้หุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัลโดยทั่วไปปรับตัวขึ้นไปอีกเป็น “วงจร” ต่อเนื่องกันจนทำให้ตลาดหุ้นและคริปโท เฟื่องฟูขึ้นจนอาจจะกลายเป็น “ฟองสบู่” ทั้ง ๆ ที่โลกต้องประสบกับภัยโควิด-19 ที่ร้ายแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง

งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา

แต่ “งานเลี้ยงนั้นต้องมีวันเลิกรา” ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงสิ้นเดือนมกราคม ดูเหมือนว่าตลาดจะมีอาการและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะทำลายการ “เก็งกำไร” ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นหลัก ๆ ของโลก โดยเฉพาะที่เป็นตลาดที่ราคาหรือดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นไปสูงมากต่างก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

ดัชนีดาวโจนส์ในวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2565 ปรับตัวลดลงถึง 5.1% นับจากวันสิ้นปี 2564 ดัชนี S&P500 ลดลงจากสิ้นปี 7.6% ดัชนีแนสแดค ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นไฮเทคนั้นปรับตัวลดลงถึง 13% ในเวลาแค่ 1 เดือน

ส่วนราคาของบิตคอยน์นั้นลดลงถึงประมาณ 20% ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนในตลาดหุ้นไทยนั้น ค่าที่ว่าหุ้นเก็งกำไรนั้นส่วนมากเป็นกับหุ้นตัวเล็ก-กลาง ดังนั้นการขึ้นหรือลงของหุ้นที่เป็นหุ้นเก็งกำไรจึงอาจจะไม่ค่อยมีผลต่อดัชนีตลาดหุ้นโดยรวมมากนัก เห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นไทยไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากนักในปีก่อนอยู่ที่เพียง 14% และเมื่อเทียบกับเมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว ก็ปรับตัวขึ้นแค่ประมาณ 5%

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโควิด-19 และการเก็งกำไรในตลาดหุ้นไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้นไม่ได้มีผลกับหุ้นตัวใหญ่หรือหุ้นทั้งตลาด แต่มีผลกับ “หุ้นเก็งกำไร” ตัวเล็กหรือตัวกลางที่อาจจะเป็น “หุ้นเก็งกำไร” เห็นได้จากดัชนี mai ที่ปรับตัวขึ้นถึงกว่า 70% ในปีที่แล้ว

สหรัฐคุมเงินเฟ้อ-รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ หมดยุคเก็งกำไร

การตกลงแรงของราคาหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น คนอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องปกติของการ “เก็งกำไร” ที่จะมีขึ้นมีลงรุนแรงเป็นครั้งคราว แต่คราวนี้ผมคิดว่าเราจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมันเกิดขึ้น เนื่องจากธนาคารกลาง (FED) ของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่าภายในเดือนมีนาคมจะเริ่มปรับดอกเบี้ยอ้างอิงขึ้นและอาจจะต้องขึ้นเร็วกว่าที่คาด เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่กำลังปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในช่วงประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา ที่ประมาณ 7%

นอกจากนั้นหลังจากการปรับอัตราดอกเบี้ยแล้ว FED ก็จะลดและดูดเงินออกจากระบบโดยลดการทำ QE ลง ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ได้บอกว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นถึงจุดไหนหรือ QE จะลดต่อเนื่องไปถึงขนาดไหน

แต่ดูเหมือนว่าสหรัฐเห็นว่าความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นหมดไปแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่จะควบคุมอัตราเงินเฟ้อและรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ และผลจากการทำแบบนั้นอาจจะทำให้ “การเก็งกำไร” ที่ดำเนินมายาวนานหมดไป

ตลาดหุ้นจะไปต่อได้ PE ต้อง “ไม่แพง”

เพราะถ้ามองว่าตลาดหุ้นมีผลงานการลงทุนที่ดีต่อเนื่องมายาวนานเป็นกว่า 10 ปี และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตนั้น ส่วนสำคัญมาจากการที่อัตราดอกเบี้ยลดลงต่อเนื่องมายาวนานจนเหลือเกือบ 0% ความน่ากลัวก็คือถ้าอัตราดอกเบี้ยกำลัง “เปลี่ยนทิศ” เป็นขาขึ้นต่อเนื่องยาวนานหลายปีจนกลับไปอยู่ที่อัตราดอกเบี้ย “ปกติ” ซัก 4-5% ต่อปี อะไรจะเกิดขึ้น

ผมเองคิดว่า FED อาจจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 ปี ที่จะทยอยปรับดอกเบี้ยขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยขึ้นไปแบบนั้นก็อาจจะเป็นการยากที่ตลาดหุ้นจะดีขึ้นไปมากๆ จริงอยู่ ถ้าเศรษฐกิจดีและกำไรของบริษัทจดทะเบียนโตขึ้นเร็ว ดัชนีหุ้นก็อาจจะไม่ถึงกับเลวร้ายหรือมีปัญหา แต่หุ้นจะไปต่อได้ก็หมายความว่าราคาของหุ้นนั้นต้อง “ไม่แพง” ซึ่งจะทำให้ราคาสามารถขึ้นไปตาม “พื้นฐาน” ของบริษัท

แต่ถ้าหุ้นโดยรวมมีราคาแพงหรือแพงมากอย่างที่เป็นอยู่ โอกาสก็เป็นไปได้ว่าหุ้นอาจจะไม่ไปไหน เพียงแต่ค่า PE จะลดลงและกลายเป็นหุ้นที่ “ไม่แพง” อีกต่อไป เนื่องจาก “การเก็งกำไรที่หายไป”

เหรียญคริปโท ไม่มีพื้นฐาน เป็นแค่ “ทองเสมือน”

เหรียญคริปโทที่มีราคาปรับตัวขึ้นไปสูงมากนั้นผมคิดว่าไม่ได้มาจาก “พื้นฐาน” โดยเฉพาะของบิตคอยน์ที่ว่าจะกลายเป็น “เงินของโลก” ที่คนทั้งโลกจะใช้ในการซื้อ-ขาย สินค้าหรือเก็บเป็นเงินสำรอง เพราะดูไปแล้วมันมีคุณสมบัติที่ไม่ดีพอที่จะทำอย่างนั้น

อย่างมากที่จะเป็นก็คือ “ทองเสมือน” ที่ไม่รู้ว่าราคาที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไร อย่างไรก็ตามในยามที่มีการเก็งกำไรสูงมากในช่วงโควิด-19 มันก็กลายเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรสุดยอด เหตุผลก็เพราะว่าบิตคอยน์มีจำนวนจำกัดและไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ การเข้ามาซื้อของผู้คนจำนวนมหาศาล เพราะเชื่อสตอรี่ที่ว่ามันจะกลายเป็นเงินของโลกทำให้เกิดสถานการณ์ที่บิตคอยน์ถูก “Corner” ซึ่งทำให้ราคาขึ้นไปสูงสุดยอดอย่างรวดเร็ว

“ไทย” ไม่อนุญาตคริปโทใช้ซื้อขายสินค้า

แต่ถึงวันนี้ รัฐบาลจำนวนมากและเป็นส่วนใหญ่ของโลกต่างก็ยังไม่รับรองหรือสนับสนุนบิตคอยน์ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ หลายประเทศรวมถึงไทยเริ่ม “แบน” บิตคอยน์ในระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ไม่อนุญาตให้ใช้ในการซื้อ-ขายสินค้า หรือไม่ให้ลงทุนเลยก็มี

นั่นส่งผลให้สตอรี่ของบิตคอยน์อ่อนลงไปเรื่อย คนที่อาจจะเคยเชื่อว่าบิตคอยน์คือ “อนาคต” ของเงินดิจิทัลเริ่มหวั่นไหวก็เริ่มขาย ราคาที่ลงก็ส่งผลให้คนที่ไม่มั่นใจมากพอเริ่มขายต่อ การตกลงมาอย่างหนักก็ชักจูงให้คนขายเพิ่มขึ้น

จริงอยู่ในอดีตบิตคอยน์ก็เคยลงมาอย่างหนักพอๆ กัน แต่มันก็ปรับตัวขึ้นมาใหม่ แต่คราวนี้ก็อาจจะไม่แน่ เพราะ “แรงต้าน” จากรัฐบาลทั่วโลกมากขึ้นทุกที ซึ่งรวมถึงจีนและอินเดียที่มีประชากรมหาศาล ดังนั้นอนาคตบิตคอยน์จะไปต่อได้อย่างไร แม้แต่ประเทศที่รับรองบิตคอยน์อย่างแข็งขัน เช่น เอลซัลวาดอร์เองนั้น ก็กำลังโดนเตือนจาก IMF ให้เลิกทำเพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ดังนั้น เมื่อถึงวันที่การเก็งกำไรระดับโลกในหุ้นและเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ ลดลงอย่างแรง บิตคอยน์ก็อาจจะมีโอกาสตกลงไปมากจนถึงจุดก่อนเกิดโควิด-19 ที่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐได้ง่าย ๆ

เตือน! เลี่ยงเก็งกำไร “หุ้น-คริปโทฯ”

มุมมองของผมสำหรับนักลงทุนไทยก็คือ ในช่วงนี้มีโอกาสที่จะใกล้ถึงวัน “อวสานของการเก็งกำไร” ที่หลักทรัพย์เช่นหุ้นหรือสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรหรือโดยคุณสมบัติเป็นหุ้นหรือเหรียญที่ “เก็งกำไร”

กล่าวคือมีพื้นฐานต่ำกว่าราคามาก เช่น มีค่า PE หรือ Market Cap. สูงผิดปกติมาก หรือบางตัวแทบจะไม่มีพื้นฐานเลย อาจจะถูกขายจนราคาตกลงไปมากมายเกินครึ่งหรืออาจจะถึง 80-90% ได้ง่าย ๆ

ทางที่ดีก็ควรจะหลีกเลี่ยงที่จะถือหรือเข้าไปเล่น “เก็งกำไร” ในหุ้นหรือสินทรัพย์เหล่านั้น อย่าไปเชื่อว่ามันจะเปลี่ยนโลกหรือมันจะเติบโตและทำกำไรจากเทรนด์ในอนาคต เพราะโอกาสที่จะเกิดนั้นน้อยมาก หรือถ้าตัวไหนเกิดทำได้จริง ๆ บางทีราคาของมันในช่วงนี้ก็ได้ปรับขึ้นมาเหมาะสมกับความสำเร็จนั้นอยู่แล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นเหตุผลที่จะลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์เก็งกำไรเหล่านั้น ถ้าอยากที่จะ “ร่วมขบวน” ไปกับเทคโนโลยีของโลกใหม่ รอก่อนก็น่าจะได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คริปโทเคอร์เรนซี