Skip to content

ครม. ไฟเขียว ขยายเวลาจัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราวอีก 1 ปี

08 ก.พ. 2565 | 16:33น.
ครม. ไฟเขียว ขยายเวลาจัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราวอีก 1 ปี

ครม. ไฟเขียว ขยายเวลาศูนย์จัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราวของทางการเมียนมา สมุทรสาคร ออกไปอีก 1 ปี

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการศูนย์จัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราว (The Temporary Data Collection : TDCC) ของทางการเมียนมา ณ จังหวัดสมุทรสาคร ออกไปอีก 1 ปี เพื่อให้แรงงานเมียนมามีเอกสารประจำตัว โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ และทำให้การบริหารจัดการแรงงานเมียนมาในประเทศไทยเกิดความต่อเนื่องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาครพิจารณากำหนดวัน เวลา ในการเริ่มเปิดดำเนินการ รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์จัดเก็บข้อมูลฯของทางการเมียนมา ให้สอดคล้องกับแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

ทั้งนี้ ในปัจจุบันศูนย์จัดเก็บข้อมูลฯของทางการเมียนมาได้ยุติการดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทยได้มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 แจ้งความประสงค์ขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาขยายระยะเวลาการดำเนินการศูนย์จัดเก็บข้อมูลฯของทางการเมียนมาออกไปอีก 1 ปี

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง และแรงงานเมียนมาให้สามารถมีเอกสารประจำตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ รวมทั้งเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในภาพรวมได้อย่างต่อเนื่อง

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า แนวทางการดำเนินการของศูนย์จัดเก็บข้อมูลฯของทางการเมียนมา ยังคงให้เป็นไปตามแนวทางที่ ครม. ได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 เช่น มีกลุ่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มแรงงานเมียนมา ไม่รวมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทยด้วยวัตถุประสงค์อื่น เป็นการดำเนินการชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี

สถานที่ตั้ง ตลาดทะเลไทย ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาได้แก่ แบบคำขอ บัตรประจำตัวประชาชนเมียนมา และสำเนาทะเบียนบ้านเมียนมา ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ จะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ยกเว้นเมื่อไปรับหนังสือเดินทาง ณ จุดที่กำหนด ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวน 1,050 บาท

ขณะที่สถานที่สำหรับรับหนังสือเดินทาง ประกอบด้วย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย และศูนย์ออกหนังสือเดินทางบริเวณชายแดน 3 แห่ง ได้แก่ ฝั่งท่าขี้เหล็ก ตรงข้ามอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ฝั่งเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และฝั่งเกาะสอง ตรงข้ามอำเภอเมือง จังหวัดระนอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ แรงงานเมียนมา