Skip to content

กรมเจ้าท่า ติดตามแผนกู้เรือ ป.อันดามัน 2 อับปางกลางอ่าวไทย

09 ก.พ. 2565 | 19:01น.
กรมเจ้าท่า ติดตามแผนกู้เรือ ป.อันดามัน 2 อับปางกลางอ่าวไทย

กรมเจ้าท่าตามติดแผนกู้เรืออับปางกลางอ่าวไทย สั่งเพิ่มความระมัดระวังเดินเรือพื้นที่เกิดเหตุ ฝ่าฝืนโดนปรับ ด้านคราบน้ำมันเบาบางแล้ว

วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุกาณ์ เรือ ป.อันดามัน 2 ทะเบียนเรือ 449201184 ขนาด 325 ตันกรอส ประเภทการใช้บรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง (น้ำมันดีเซลเป็นน้ำมันเบา สามารถระเหยและสลายตัวได้เร็ว) เจ้าของเรือชื่อ บริษัท ไทยแหลมทองค้าน้ำมันประมง จำกัด อับปางลงกลางอ่าวไทย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2565 ที่ผ่านมานั้น

โดยกรมเจ้าท่าได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการกู้เรือและขจัดมลพิษน้ำมัน เพื่อประเมินสถานการณ์ วางแผนการกู้เรือ และป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม กำหนดยุทธวิธีป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน

กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาชุมพร ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ควบคุมเรือ เจ้าของเรือ หรือผู้ประกอบกิจการเดินเรือ ระมัดระวังในการเดินเรือพื้นที่ดังกล่าวบริเวณอ่าวไทย และออกคำสั่งห้ามใช้เรือ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และออกคำสั่งให้เจ้าของเรือลำดังกล่าว เร่งดำเนินการกู้เรือ พร้อมจัดหาทุ่นกักเก็บน้ำมัน (Boom) และน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน (Dispersant) เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ตามมาตรการและแผนการดำเนินการป้องกันเหตุ

ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม หรือเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทัพเรือ จังหวัดชุมพร กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ติดตามเฝ้าระวังคราบน้ำมัน โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ ส่งยานสำรวจใต้น้ำ พบว่าสภาพตัวเรือไม่ได้รับผลกระทบต่อแรงดันใต้น้ำ

ในส่วนของคราบน้ำมันประเมินจากภาพถ่ายของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA การบินสำรวจโดยอากาศยานของกองทัพเรือ และการตรวจการณ์ทางทะเลด้วยเรือหลวงสงขลาและเรือหลวงบางระจัน ของกองทัพเรือ สำรวจบริเวณจุดพื้นที่เรืออับปางพบเพียงคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบาง ๆ สามารถระเหยและสลายตัวได้เอง

สำหรับแผนการกู้เรือ บริษัท พี.เค.มารีน ได้นำเรือบาสเครน พีเคมารีน 101 และเรือลากจูง พีเคมารีน11 ติดตั้งอุปกรณ์และเตรียมความพร้อมตามแผนการกู้เรือ โดยให้นักประดาน้ำสำรวจ ตรวจสอบตัวเรือ อุปกรณ์ และประเมินสถานการณ์ ซึ่งจากการสำรวจ พบว่าเรืออยู่ในลักษณะนอนตะแคงข้างกราบขวา กราบซ้ายตั้งขึ้น ซึ่งต้องนำเรือเครนเข้ายึดติดกับตัวเรือที่จม เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัว

จากนั้นทำการเช็คฝาปิดวาล์ว อุดรอยรั่วของถังทุกจุด และติดตั้งอุปกรณ์เพื่อทำการดูดน้ำมัน รวมถึงช่องระบายอากาศและจะเริ่มทำการดูดน้ำมันทีละถัง โดยเตรียมอุปกรณ์เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ ทุ่นกักเก็บน้ำมัน (Boom) น้ำยาขจัดคราบ (Dispersant)

ทั้งนี้ นายภูริพัฒน์ ธีรกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่าด้านปลอดภัย ได้กำชับภารกิจต้องดำเนินการด้วยความปลอดภัย รอบคอบและให้เป็นไปตามมาตรการแผนความปลอดภัย โดยจะต้องนำน้ำมันออกจากตัวเรือให้เรียบร้อยก่อน หลังจากนั้นจะทำการกู้ตัวเรือต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมเจ้าท่า