ปลัด สธ. ย้ำ โควิด ไม่ใช่โรคฉุกเฉินแล้ว หลังสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยน
ตรวจโควิด
ปลัด สธ. ย้ำโควิดไม่ใช่โรคฉุกเฉินอีกต่อไป หลังจากสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยน แต่เตรียมเคาะให้คนที่มีโรคร่วมและป่วยโควิด สามารถใช้สิทธิรักษาฉุกเฉิน
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ศูนย์การแพทย์บางรัก นายแพทย์ เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า โรคโควิด-19 มีการพิจารณาแล้วจะไม่ได้เป็นโรคฉุกเฉินอีกต่อไป ส่วนที่ผ่านมาต้องกำหนดเป็นโรคฉุกเฉินเนื่องจากเป็นโรคใหม่ และกังวลจะไม่มีที่รักษาพยาบาลและทำให้ระบบสาธารณสุขล้มเหลว
แต่ปัจจุบันคนติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการก็เหมือนโรคหวัดทั่วไป ที่มีคนป่วยหลายแสนรายต่อวัน ก็ไม่มีปัญหา เช่นเดียวกัน ตอนนี้คนติดโควิด-19 ที่จำเป็นต้องนอน รพ.มีไม่มาก ขณะนี้อยู่ที่ราว 700 คน จึงไม่น่าจะเป็นโรคฉุกเฉินอีกต่อไป
หากเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตรักษาทุกที่ หรือ UCEP ปัจจุบันมี 2 ส่วน คือ UCEP ทั่วไป และ UCEP โควิด-19 ก่อนหน้านี้ โควิดถือเป็นโรคฉุกเฉิน เมื่อพบว่าติดเชื้อ ก็สามารถไปรักษาที่รพ.เอกชนตอนไหน เวลาไหนก็ได้ แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลง การดูเฉพาะว่าติดโควิดต้องไม่นำแล้ว แต่ UCEP ยังมีอยู่ โดยหากคนไข้โควิดมีอาการรุนแรง เช่น มีโรคร่วมที่เป็นอันตรายรุนแรง อาทิ
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ติดโควิด แม้ว่าโควิด-19 ไม่รุนแรงมาก แต่โรคไตรุนแรง ก็จะพิจารณาให้เข้าข่ายเป็น UCEP โควิด เพื่อให้ได้รับการดูแลเพราะการดุแลไม่ใช่ดูแลแบบโรคไต แต่เป็นการดูแลแบบโควิด เมื่อต้องเข้ารับการรักษาในรพ.ก็ต้องเข้าอยู่ในขอบข่ายของโควิด-19
จึงมีแนวคิดเรื่องการจัดทำ UCEP Plus ก็คือรองรับคนติดโควิด-19 และมีโรคร่วมเดิม ซึ่งในวันนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จะมีการหารือร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) เพื่อพิจารณาเกณฑ์ที่เข้าข่ายรักษาแบบ UCEP Plus แต่ในหลักการคือ คนที่ติดโควิด-19 และมีโรคร่วมเดิม จากนี้จะกำหนดนิยามของผู้ที่เข้าข่ายจะเป็นผู้ที่โรคร่วมเดิมอะไรบ้างอยู่ที่ข้อสรุปของการหารือ นพ.เกียรติภูมิกล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนทั่วไปที่ติดโควิด-19 จากเดิม จะเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ก็ปรับเป็นการไปรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิ เช่น มีสิทธิรักษาที่ รพ.ราชวิถี ก็ไปใช้สิทธิรพ.ราชวิถี ถ้าอาการไม่มากหรือไม่มีอาการ โรงพยาบาลก็จะพิจารณาให้ดูแลตนเองที่บ้านหรือ HI แต่หากไม่สะดวกและไม่สามารถที่จะอยู่ที่บ่านได้ ก็จะมีระบบดูแลที่โรงแรม (Hotel Isolation) โดยที่จะมีบุคลากรติดตามอาการทางระบบออนไลน์ได้ แต่ไม่ใช่ฮอสพิเทล