สายการบินเอเชียเจอปัญหา “ผู้โดยสารจอมป่วน” น้อยกว่าทวีปอเมริกา-ยุโรป
สายการบินในเอเชียเจอปัญหาผู้โดยสารไม่ยอมสวมหน้ากาก-ละเมิดกฎ น้อย เผยปี’64 สหรัฐเจอปัญหาดังกล่าวสูงกว่า 6,000 เคส ผู้เชี่ยวชาญเชื่ออาจเกิดจากพื้นฐานทางวัฒนธรรม-สังคม แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากเที่ยวบินเอเชียยังกลับมาบินน้อย
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายการบินหลายแห่งทั่วโลก ต้องเผชิญกับปัญหา “Air Rage” หรือผู้โดยสารแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ก่อกวน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎของการเดินอากาศบ่อยขึ้น แต่ในทวีปเอเชียกลับเจอปัญหาดังกล่าวน้อยกว่าพื้นที่อื่น ๆ
โดยข้อมูลจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FAA) ระบุว่า ช่วงก่อนการระบาดของเชื้อโควิด-19 มีรายงานสายการบินในสหรัฐเจอประสบการณ์ผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตามกฎการรักษาความปลอดภัย ราว ๆ 100-150 ครั้งต่อปี แต่ในปี 2564 ตัวเลขเหตุการณ์ดังกล่าวกลับเพิ่มขึ้นสูงถึง 6,000 ครั้ง และ 72% เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องการสวมใส่หน้ากาก
นายเชม มาล์มควิสต์ วิทยากรรับเชิญที่วิทยาลัยการบินแห่งสถาบันเทคโนโลยีฟลอริดา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำให้การระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องของการเมืองในสหรัฐ
ขณะที่เที่ยวบินในทวีปยุโรปเองก็ต้องเจอกับปัญหาของผู้โดยสารที่ไม่ปฏิบัติตามกฎเช่นกัน ส่วนเที่ยวบินในออสเตรเลีย ก็ประสบปัญหาคล้ายกัน จนในปี 2564 สายการบินของออสเตรเลียร่วมกันออกแคมเปญ ในรูปแบบของวิดีโอและป้ายในสนามบิน เพื่อเตือนให้ผู้โดยสารพกพา “หน้ากากและทัศนคติที่น่านับถือ” ขึ้นเครื่องไปด้วย
ในปีที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมแห่งแคนาดา รายงานว่ามีผู้โดยสารราว 1,600 คน ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎการสวมหน้ากากระหว่างโดยสารบนเครื่องบิน ส่วนคนอื่น ๆ ถูกปฏิเสธให้ขึ้นเครื่องและขอให้ลงจากเครื่องบินก่อนที่เครื่องบินจะออกจากท่าอากาศยาน
บรรทัดฐานทางวัฒนธรรมแตกต่างกัน ?
นายเจฟฟรีย์ ซี.โลว์ ซีอีโอของบริษัทเอเชี่ยนสกายกรุ๊ป กล่าวว่า สถานการณ์การเดินทางในเอเชียพบว่าตารางการบินยังคงลดลงอย่างมาก รวมถึงแนวคิดการยอมสวมหน้ากากมีอยู่ก่อนการระบาดใหญ่แล้ว และมุมมองต่อการละเมิดเสรีภาพส่วนบุคคลในเอเชีย ยังแตกต่างออกไป
แนวคิดการสวมใส่หน้ากากเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศของเอเชีย มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อหรือการเจ็บป่วย โดยสำนักข่าวซีเอ็นบีซีเคยรายงานเกี่ยวกับทางม้าลายห้าแยกชิบูย่า ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น มีภาพ 360 องศาที่เผยให้เห็นว่ามีผู้คนอย่างน้อย 8 คนที่สวมใส่หน้ากาก ซึ่งภาพดังกล่าวถูกถ่ายไว้ก่อนจะเกิดการระบาดเป็นเวลานานมาก
ด้านนายมาล์มควิสต์ เห็นด้วยว่าปัญหาเรื่องการใส่หน้ากากส่วนใหญ่เป็นเรื่องของวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถตัดปัจจัยที่ว่า การเดินทางด้วยเครื่องบินในเอเชียยังถูกจำกัดอย่างมาก รวมทั้งผู้โดยสารจะได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด และมีอัตราส่วนของลูกเรือต่อผู้โดยสารค่อนข้างสูง นอกจากนี้ นักเดินทางประเภทพักผ่อนมีจำนวนลดน้อยลง โดยนักเดินทางส่วนใหญ่เป็นนักเดินทางธุรกิจ
ผู้โดยสารชาวเอเชียยังยอมสวมหน้ากาก
ตัวแทนของสายการบินโคเรียนแอร์ กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า สายการบินไม่ได้สังเกตเห็นการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารที่ไม่ปฏิบัติตามกฎในเที่ยวบิน ตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 บางส่วนอาจเกิดจากภูมิหลังทางสังคมที่ผู้คนยอมสวมหน้ากากอนามัยโดยสมัครใจ
ต่อมาแหล่งข่าวได้ออกแถลงการณ์ครั้งที่สอง ระบุว่า สายการบินประสบกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการสวมใส่หน้ากาก แต่กรณีดังกล่าวไม่ได้เพิ่มจำนวนเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตามกฎอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่สายการบินกาตาร์แอร์เวย์สกล่าวว่า ผู้โดยสารของสายการบินเกือบทั้งหมดปฏิบัติตามกฎ แต่อาจมีส่วนน้อยที่ไม่ปฏิบัติตาม ซึ่งลูกเรือได้บอกให้พวกเขาสวมหน้ากาก และสุดท้ายพวกเขาก็ทำตาม
สำนักข่าวซีเอ็นบีซียังสอบถามเกี่ยวกับปัญหาผู้โดยสารที่ไม่ปฏิบัติตามกฎไปยังการบินไทย, อีวีเอแอร์, ฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ และคาเธ่ย์แปซิฟิค แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ ขณะที่สิงคโปร์แอร์ไลน์สระบุเพียงสั้น ๆ ว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่สนับสนุนนโยบายการสวมใส่หน้ากาก
อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 สายการบินพีช เอวิเอชั่น สายการบินราคาประหยัดของญี่ปุ่นจำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินบินระหว่างทาง หลังผู้โดยสารรายหนึ่งที่ถูกขนานนามว่าเป็น “นักรบผู้ต่อต้านการสวมหน้ากากแห่งญี่ปุ่น” ปฏิเสธการสวมใส่หน้ากากอนามัยระหว่างโดยสารเที่ยวบิน
ชาวเน็ตเอเชียพูดถึง “ผู้โดยสารจอมป่วน” แค่ 2%
ข้อมูลจาก Hootsuite บริษัทด้านการจัดการสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าผู้ใช้ทวิตเตอร์ทั่วทั้งโลกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงคำว่า “Air Rage” (พฤติกรรมก้าวร้าวขณะโดยสารเครื่องบิน) หรือ Unruly Passenger (ผู้โดยสารที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ) มากกว่า 117,000 ครั้งในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยข้อมูลระบุว่ามีเพียง 2% ของผู้ใช้งานทวิตเตอร์จากชาติเอเชียที่เมนชั่นเรื่องดังกล่าว
นางสาวทริช ริสวิกค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมทางสื่อสังคมออนไลน์แห่ง Hootsuite กล่าวว่า โพสต์จำนวนมากที่เกิดขึ้นในเอเชีย เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การไม่ปฏิบัติตามกฎการบินที่เกิดขึ้นนอกภูมิภาค โดยพบว่าบทสนทนาจำนวนมากเกี่ยวข้องกับสายการบินสัญชาติอเมริกัน หรือยุโรป หรือเกี่ยวกับผู้โดยสารที่ปฏิเสธการสวมใส่หน้ากาก
“อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังมีข้อจำกัดจากการเก็บข้อมูลบทสนทนาที่เกิดขึ้นเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น” นางสาวทริชกล่าว
ที่มา : https://www.cnbc.com/2022/02/23/air-rage-during-the-pandemic-where-it-is-and-isnt-happening-.html