Skip to content

รัสเซีย-ยูเครน ซัพพลายเดี้ยง วอนรัฐปล่อยกู้ 15,000 ล้านอุ้มผู้เลี้ยงปศุสัตว์

09 มี.ค. 2565 | 22:39น.
รัสเซีย-ยูเครน ซัพพลายเดี้ยง วอนรัฐปล่อยกู้ 15,000 ล้านอุ้มผู้เลี้ยงปศุสัตว์

เสวนา “สงครามบานปลาย ซัพพลายมีปัญหา” เสียงสะท้อนวงการปศุสัตว์ เสนอรัฐปล่อยกู้ 15,000 ล้าน อุ้มผู้เลี้ยง หลังแบกต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง ขณะที่นักวิชาการแนะปรับสูตรอาหาร ใช้วัตถุดิบในประเทศทดแทนให้มากที่สุด ชี้ไทยหมักหมมปัญหาอาหารสัตว์มานานมากแล้ว สงครามรัสเซีย-ยูเครน เเค่เข้ามาซ้ำเติมให้เห็นเร็วขึ้น

วันที่ 9 มีนาคม 2565 นางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยและประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือฉวีวรรณ กรุ๊ป  เปิดเผยในการสัมมนา “สงครามบานปลาย ซัพพลายมีปัญหา ทางรอด อยู่ตรงไหน” จัดโดย Vet products group ว่า เนื่องจากไทยนำเข้าข้าวสาลีจากยูเครน ถึง 29% จากปริมาณการนำเข้าทั้งหมด

ดังนั้น สงครามที่เกิดขึ้นจึงทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นแน่นอนว่าการจะหันไปนำเข้าเพิ่มขึ้นจากอินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา ช่วงนี้มีปัญหาไปหมดทั่วโลก ดังนั้นไทยที่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจึงต้องปรับตัว หาวิธีการ นำวัตถุดิบทางเลือกมาทดแทน แล้วต้องได้คุณค่ามีคุณภาพที่ดีเป็นที่ยอมรับด้วย นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายภาคปศุสัตว์อย่างมาก

อีกทั้งปัญหาโควิดระบาด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ขาดทุนหลักพันล้านบาท รายเล็กขาดทุนหลักร้อยล้านบาท ลูกไก่มีราคาแพง ทำให้ต้องลดปริมาณการเลี้ยง อีกทั้งยังมีปัญหาราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยสินเชื่อ ทำให้โอกาสการส่งออก ช่วงไฮซีซั่น ในอียู ญี่ปุ่น จีน ที่มีความต้องการเนื้อไก่สูงมาก

ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาให้ความช่วยเหลือ โดยการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกรณีเกิดการระบาดไข้หวัดนกเมื่อปี 2547 ที่คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เห็นชอบปล่อยกู้ 15,000 ล้านบาท  รวมทั้งมองว่า รัฐบาลควรลดภาษีการนำเข้ากากถั่วเหลือง 2%

นายธนาธิป อุปัติศฤงศ์ อดีตเอกอัครราชทูตประจำกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย กล่าวว่า การค้าระหว่างไทยกับรัสเซียในปีที่ผ่านมามีมูลค่าประมาณ 600 ล้านดอลลาร์ ในสินค้าพลังงาน ปัจจัยทางการเกษตรและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งไทยยังเป็นฝ่ายขาดดุล ในขณะที่กับยูเครน มีมูลค่าการค้าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ ในสินค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ แม้เป็นอัตราที่ไม่มาก แต่ยูเครนเป็นแหล่งผลิตอาหารสัตว์ของโลก เมื่อการซื้อขายและคมนาคมหยุดชะงัก ทำให้ตลาดวัตถุดิบป่วนและราคาปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าสงครามจะไม่ยืดเยื้อ และจบภายในเดือน มี.ค.นี้ โดยยูเครนจะเป็นฝ่ายยอมเจรจา ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาราคาวัตถุดิบคลี่คลายลง

นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์แพงเกิดขึ้นก่อนจะมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ 30-40% ซึ่งขณะนี้ยืดเยื้อทำให้ราคาแพงขึ้นไปอีก วัตถุดิบอาหารสัตว์บางชนิดไม่ได้นำเข้าก็ปรับแพงขึ้นตามไปด้วย เกษตรกรต้องปรับตัว ระมัดระวังการเลี้ยง และติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด อะไรที่สามารถลดต้นทุนได้ก็ต้องทำ ที่สำคัญราคาไข่ไก่ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด รัฐไม่ควรคุมราคา  

นายเสกสม อาตมางกูร นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ปัญหาราคาอาหารสัตว์มีราคาแพงอาจจะยาวไปจนถึงปี 2566 ซึ่งเป็นผลมาจากสงคราม และภัยแล้ง บวกกับราคาน้ำมัน อีกทั้งการนำเข้ายังมีปัญหากำแพงภาษี 2% ของการนำเข้ากากถั่วเหลือง การนำเข้าข้าวโพด จากเพื่อนบ้านยังมีการกำหนดช่วงเวลา และการนำเข้าข้าวสาลี ยังมีกำแพง เรื่องอัตราส่วน 3 : 1

ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องปรับตัว โดยหันมาใช้วัตถุดิบทดแทนในประเทศ ปรับสูตรอาหาร ลดการสูญเสีย การตกหล่นต่างๆ เพื่อลดต้นทุน ทบทวนการเก็บสต๊อก สร้างไซโลตามความเหมาะสมของฟาร์ม อย่างไรก็ตาม ในอนาคตคาดว่าผู้เลี้ยงสัตว์จะปรับเปลี่ยนมาใช้อาหารสำเร็จรูปมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่จะมีความสามารถต่อรองราคาซื้อวัตถุดิบ และเช็กคุณภาพได้ดีกว่า ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องนำมาทบทวนด้วย 

“ไม่ใช่เพียงแค่อาหารสัตว์ ผลที่จะมีทั้งโลกเลยคือ ปุ๋ย เพราะรัสเซียระงับส่งออก ตอนนี้ปัญหาวัตถุดิบรัฐบาลจะช่วยอย่างไร กรณีกลุ่มพลังงาน เรามีข้าวโพด มันสำปะหลัง เมื่อก่อนพอเพียง แต่ปัจจุบันไม่ใช่เเล้ว เราหมักหมมปัญหามานานมากแล้ว เพียงแต่ว่ารัสเซีย-ยูเครนมากระตุ้นให้ไวขึ้นอีก”

ด้านสัตวแพทย์หญิงปิยนาถ หอภัทรพุฒิ Marketing & Products Manager กล่าวว่า นอกจาก ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั่วโลกแล้ว ราคาปัจจัยการเลี้ยงสัตว์ ในกลุ่มของกรดอะมิโน วิตามิน ยาปฏิชีวนะ แร่ธาตุ ก็ปรับเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากสินค้าบางรายการผันแปรตามราคาน้ำมัน และทองคำ และสถานการณ์รายวันที่ประเมินลำบาก

ดังนั้น แนวทางแก้ปัญหา ผู้ประกอบการต้องหาจังหวะในการเข้าซื้อ และระมัดระวังเรื่องการจัดส่งให้ตรงตามเวลา ไม่ขาดแคลน เช่น กรดอะมิโนไรซีน ก่อนหน้านี้จีนหยุดเสนอราคา เพราะมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก ปัจจุบันเริ่มเปิดเสนอราคาอีกครั้งในช่วงเดือน มี.ค. 

นายกชกร วัชราไทย เจ้าของลุงเชาวน์ฟาร์ม กล่าวว่า การเลี้ยงโคเนื้อ ไม่สามารถใช้วัตถุดิบอาหารที่มีคุณภาพต่ำได้  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสนอเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภค ดังนั้นหากผู้บริโภคไม่เข้าใจ ก็จำเป็นต้องลดการผลิตลงเพื่อป้อนตลาดพรีเมี่ยม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน ราคาสินค้า