สภาผู้ส่งออกคงเป้าส่งออกทั้งปี 5% โดยเฉลี่ยต่อเดือนไทยต้องส่งออก 23,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หวั่นสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยืดเยื้อกระทบไตรมาส 2 ทำให้คำสั่งซื้อลดลงประมาณ 4-5 พันล้านเหรียญสหรัฐ
วันที่ 5 เมษายน 2565 นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ยังการส่งออกของไทยปี 2565 ขยายตัว 5% หรือมีมูลค่าอยู่ที่ 284,900 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยหากจะส่งออกได้ตามเป้าหมาย จากนี้เฉลี่ยต่อเดือนไทยต้องส่งออกอยู่ที่ 23,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
โดยการส่งออกในไตรมาสแรก สรท.คาดว่าได้ 8% เป็นผลมาจากปัจจัยที่ผู้ส่งออก มีคำสั่งซื้อไว้แล้วล่วงหน้าก่อนเกิดปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้ออาจกระทบต่อการส่งออกในไตรมาส 2 โดยอาจมีคำสั่งซื้อลดลงประมาณ 4-5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกของไทยในไตรมาสที่ 2 เติบโตที่ 2-4%

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการส่งออกไทยที่ต้องติดตาม คือ 1.สถานการณ์ข้อพิพาทระหว่างยูเครนและรัสเซีย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าระหว่างประเทศและปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องซึ่งอาจทำให้มีการหยุดชะงักหรือชะลอตัวในภาคการผลิตเพื่อส่งออก จึงมีความจำเป็นที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ ราคาพลังงาน (น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) ทรงตัวในระดับสูง แม้จะส่งผลให้หมวดหมู่สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันมีมูลค่าสูงขึ้น
ในทางกลับกันส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าเกือบทุกประเภทรวมถึงต้นทุนการขนส่งที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาพลังงานในตลาดโลก กระทบเป็นห่วงโซ่มายังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัวทั่วโลก ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์, เหล็ก, แร่หายาก, โลหะหายาก อาทิ นีออน แพลเลเดียม และแพลทินัม, สินค้าธัญพืชที่เป็นวัตถุดิบ เช่น ข้าวสาลี, ข้าวโพด, ดอกทานตะวัน, วัตถุดิบที่ใช้ทำปุ๋ย เป็นต้น
2.ขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต และต้นทุนการจ้างงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง 3.ปัญหาความหนาแน่นภายในท่าเรือประเทศปลายทาง ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานในการขนถ่ายสินค้า รวมถึงปัญหา Space allocation ไม่เพียงพอ และค่าระวางเรือยังคงทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับมาตรการ lockdown ของจีนอาจส่งผลกระทบเรื่อง Container circulation และความล่าช้าของตารางการเข้าเทียบท่า
4.การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 “โอมิครอน” ในหลายประเทศมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่สามและเข็มที่สี่ต่อเนื่อง และเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการสำหรับการเดินทางเข้าประเทศสะดวกมากขึ้นรวมถึงประเทศไทย ในทางกลับกัน จีนประกาศล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ และเมืองสำคัญ จากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นและตามมาตรการ Zero COVID อาจทำให้การค้าขายกับจีนมีการชะลอตัวไปบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์การอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี สรท.มองว่าจากความผันผวนของตลาดเงินทั่วโลกจากกรณีพิพาท ต้องการให้ ธปท.รักษาเสถีรยภาพค่าเงินบาทไม่ให้ต่ำกว่า 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้เพื่อไม่เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับต้นทุนในส่วนอื่น คงระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เพื่อประคองให้การฟื้นตัวภาคธุรกิจยังคงดำเนินการได้ต่อเนื่อง
เร่งเสริมสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ ภาคส่งออก นำเข้า ภาคบริการ เพื่อเสริมให้เศรษฐกิจในภาพรวมเติบโตได้ เร่งมองหาช่องทางขยายตลาดเพิ่มเติมทั้งกลุ่มตลาดศักยภาพระดับรองที่อาจเป็นโอกาสของสินค้าไทยรวมถึงตลาดที่สามารถทดแทนกลุ่มสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการชะลอคำสั่งซื้อจากกลุ่มประเทศกรณีพิพาท
นอกจากนี้ ต้องการให้ภาครัฐช่วยควบคุมต้นทุนภาคการผลิตตลอดโซ่อุปทาน อาทิ ค่าไฟ ค่าขนส่ง ค่าวัตถุดิบขั้นกลางสำหรับการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาเรื่องความมั่นคงในด้านต่าง ๆ มากขึ้นจากประเด็นกรณีพิพาทของรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก อาทิ ความมั่นคง ด้านอาหาร ด้านพลังงาน/พลังงานทางเลือก ด้านวัตถุดิบในการผลิตสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ด้านการเงิน เป็นต้น