จับตาไบเดนหารือโมดี ในแมตซ์ประชุมผู้นำสองฝ่าย คาดรัฐบาลวอชิงตันกดดันอินเดีย ร่วมนานาชาติคว่ำบาตรรัสเซีย
วันที่ 11 เมษายน 2565 เอพี รายงานการหารือระหว่าง ผู้นำ 2 ประเทศ ได้แก่ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ในวันจันทร์ที่ 11 เม.ย. ว่า การพบกันครั้งนี้จะต่างไปจากการประชุมระหว่างผู้นำ 2 ประเทศที่ดำเนินมาตั้งแต่ ปี 2561
โดยประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมหารือกับนายกรัฐมนตรีอินเดีย พร้อมกับเป้าหมายกดดันให้บรรดาผู้นำโลกแสดงท่าทีแข็งกร้าว และต่อต้านการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
เนื่องจากจุดยืนที่เป็นกลางของอินเดียในสงครามรัสเซีย-ยูเครนรอบนี้ ทำให้รัฐบาลวอชิงตันเกิดความกังวล รวมถึงคำกล่าวของนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ผู้ยกย่องอินเดียก่อนหน้านี้ ที่เอ่ยว่า สถานการณ์ทั้งหมดนี้ ใช่จะมีตบมือข้างเดียวได้
ขณะที่ ล่าสุด อินเดียงดออกเสียงในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีการลงมติที่จะระงับรัสเซียจากการดำรงตำแหน่งในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่มีสมาชิก 47 คน ฐานกล่าวหาว่าทหารรัสเซียในยูเครนมีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิที่สหรัฐฯ และยูเครนเรียกว่าอาชญากรรมสงคราม
ด้วยคะแนนเสียง 93 ต่อ 24 และงดออกเสียง 58
สำหรับการประชุมเสมือนจริงของไบเดนและโมดีในครั้งนี้ เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไบเดนจะพูดถึงผลที่ตามมาของการทำสงครามกับยูเครนของรัสเซีย รวมถึงการบรรเทาผลกระทบต่อความไม่มั่นคงต่ออุปทานอาหารและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก
พวกเขาจะหารือกันเรื่อง การเสริมสร้างเศรษฐกิจโลก และรักษาระเบียบระหว่างประเทศที่เสรี เปิดกว้าง ตามกฎเกณฑ์ เพื่อสนับสนุนความมั่นคง ประชาธิปไตย และความเจริญรุ่งเรืองในอินโดแปซิฟิก
แม้ว่า อินเดียยังคงซื้อพลังงานจากรัสเซียต่อไป แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากประเทศตะวันตกให้หลีกเลี่ยงการซื้อน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย และสหรัฐฯ ยังพิจารณาคว่ำบาตรอินเดีย สำหรับการซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูงของรัสเซียเมื่อไม่นานมานี้ด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนก่อนหน้าบริษัท อินเดีย ออยล์ คอร์ป ที่ดำเนินการโดยรัฐ ได้ออกคำสั่งซื้อน้ำมัน 3 ล้านบาร์เรลจากรัสเซีย เพื่อรักษาดีมานด์ แต่ก็เป็นการต่อต้านข้อเรียกร้องจากตะวันตกที่ให้หลีกเลี่ยงการซื้อดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม อินเดียไม่ได้ซื้อพลังงานจากรัสเซียเพียงฝ่ายเดียว พันธมิตรยุโรปหลายแห่ง เช่น เยอรมนี ก็ทำเช่นเดียวกัน แม้จะมีแรงกดดันจากสาธารณชนให้ยุติสัญญาเหล่านี้
รายงานของสื่ออินเดียระบุว่า รัสเซียเสนอส่วนลดสำหรับการซื้อน้ำมันที่ต่ำกว่าราคามาตรฐานโลก 20%
ขณะที่ บีบีซี รายงานว่า การหารือ 2+2 ระหว่างประธานาธบดีสหรัฐณ และนายกรัฐมนตรีอินเดียรอบนี้ ไม่ได้มีประเด็นความร่วมมือและส่งเสริมการค้าการลงทุนหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามปกติ เนื่องจากสถานการณ์รุกรานยูเครนของรัสเซีย เป็นประเด็นใหญ่ที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ
โดยแถลงข่าวของกรุงเดลีก่อนการเจรจา ระบุว่า การหารือจะเป็นการพูดถึงแนวทางปกติเกี่ยวกับการเสริมสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับโลกที่ครอบคลุมระหว่างทั้งสองประเทศ
แต่ถ้อยแถลงของวอชิงตันกลับระบุว่า การหารือจะเป็นการบรรเทาผลกระทบที่ไม่มั่นคงจากการทำสงครามกับยูเครนของรัสเซีย
ทั้งนี้ อินเดียและสหรัฐฯ ต่างมีความเห็นต่อยูเครนแตกต่างกันตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ในขณะที่รัฐบาลเดลีใช้คำพูดที่รุนแรงเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบุกรุก แต่ก็ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรัสเซียโดยตรง
นอกจากนี้ อินเดียยังงดเว้นโหวตทั้งหมดของสหประชาชาติต่อรัสเซีย และยังพยายามหาวิธีเลี่ยงการคว่ำบาตรทางธนาคารในมอสโก เพื่อใช้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่มีส่วนลดจากบริษัทรัสเซีย
โดยจุดยืนของการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดของอินเดียเกิดจากความต้องการทางภูมิรัฐศาสตร์ของตนเอง เพราะรัสเซียเป็นพันธมิตรที่ผ่านการทดสอบของอินเดีย และยังเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยรายใหญ่ที่สุด โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของการนำเข้าทั้งหมด