เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

ล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ ภาพสะท้อน “โควิดซีโร่” ไม่ได้ผล ?

15 เม.ย. 2565 | 11:55น.
โควิด เซี่ยงไฮ้

เปิดเหตุผล ทำไมล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้สะท้อนได้ว่า โควิดซีโร่ อาจไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว แม้ผู้นำจีนยังมั่นใจเชื่อใน “โควิดต้องเป็นศูนย์”

วันที่ 15 เมษายน 2565 การระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศทั่วโลกที่ยังคงดำเนินอยู่แตกต่างกันไป บางประเทศตัวเลขผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่อาการไม่รุนแรงจึงไม่เป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขมากนัก ขณะที่บางประเทศแนวโน้มติดเชื้อลดลง บางประเทศตัวเลขติดเชื้อทรงตัว แต่ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์รูปแบบใด แทบทุกประเทศมีแต่จะผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 กันทั้งสิ้น ทั้งไม่มีแนวโน้มว่าจะมีประเทศไหนกลับไปใช้การ “ล็อกดาวน์ปิดเมือง” คุมเข้มกันอีกครั้ง

ต่างกับ “จีน” ซึ่งยึดถือแนวทางโควิดต้องเป็นศูนย์ (Covid Zero) มานับตั้งแต่พบระบาดใหม่ ๆ ซึ่งดูเหมือนว่า ในช่วงแรกของการระบาดแนวทางดังกล่าวจะได้รับเสียงยกย่องชื่นชมจากนานาชาติ ที่จีนสามารถคุมเข้มกดตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตให้ต่ำกว่าหลายชาติทั่วโลก ท่ามกลางประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน

REUTERS/Aly Song

ตลอด 3 ปีที่โลกเผชิญโควิด หลายชาติต้องกลับไป “ล็อกดาวน์-คลายล็อกดาวน์” หลายต่อหลายรอบ จากปัจจัยไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ต่างๆ ตรงข้ามกับจีนที่แม้ทั่วโลกจะล็อกดาวน์จากไวรัสกลายพันธุ์ จีนซึ่งคุมการระบาดภายในได้อย่างดี ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศเคลื่อนไหวอีกครั้ง ตรงกันข้ามกับหลายชาติที่ทุลักทุเลกับโควิดกลายพันธุ์

ถึงตอนนี้ กับการระบาดระลอกล่าสุดที่จีนถึงขั้นต้องล็อกดาวน์เมืองใหญ่อย่าง มหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีประชากรกว่า 26 ล้าน หลังการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ทั้งมีแนวโน้มจะขยายการล็อกดาวน์ไปยังเมืองอื่น ๆ ส่งผลให้ทั้งชาวจีนและบุคลากรการแพทย์จำนวนไม่น้อยที่ “เหนื่อยล้า” กับการคุมเข้ม ล็อกดาวน์ และกักตัวที่ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ การล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้รอบนี้จึงกลายเป็นคำถามได้ว่า จีนถึงจุดที่ต้องทบทวนนโยบายโควิดซีโร่ได้แล้วหรือไม่ ? และการใช้วิธีนี้ยังคงได้ผลอยู่หรือไม่ ?

ข้อมูล ณ 14 เมษายน ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการในรายวันอยู่ที่ 25,146 ราย เพิ่มขึ้นจาก 25,141 รายจากวันก่อนหน้า ส่วนติดเชื้อแบบแสดงอาการอยู่ที่ 2,573 ราย จาก 1,189 รายในวันก่อนหน้า โควิดในเซี่ยงไฮ้จึงนับว่าเป็นการระบาดเลวร้ายที่สุดของจีนนับตั้งแต่พบโควิดครั้งแรกในอู่ฮั่น เพิ่มขึ้นจาก 25,141 ราย

สีจิ้นผิง ย้ำโควิดซีโร่ เชื่อวิธีนี้จีนจะชนะ

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2565 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนมณฑลไห่หนาน ได้กล่าวถึงสถานการณ์โควิดในนครเซี่ยงไฮ้ว่า “จีนต้องยืนหยัดในชีวิตผู้คนเหนือสิ่งอื่นใด เราต้องยึดมั่นในแนวทางอันเที่ยงตรงของวิทยาศาสตร์ มาตรการโควิดเป็นศูนย์ที่ทรงพลัง การระบาดทั่วโลกยังคงรุนแรง จีนไม่สามารถผ่อนคลายการคุมโรคได้ ความอดทนจะทำให้จีนชนะ”

สีจิ้นผิง
REUTERS/Florence Lo

นี้คงเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ‘จีนต้องทบทวนนโยบายโควิดซีโร่ได้แล้วหรือไม่’ผู้นำจีนชัดเจนว่า จีนยังคงยึดมั่นในแนวทางโควิดซีโร่ต่อไป แม้นโยบายนี้จะกระทบต่อประชาชนหลายล้านที่ต้องถูกล็อกดาวน์ ทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจจีนเป็นวงกว้าง ในแง่การใช้ชีวิตแม้รัฐบาลท้องถิ่นพยายามจัดหาอาหารและสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนในหลายชุมชน ทว่าก็ยังไม่ทั่วถึง มีอีกหลายย่านเขตอาศัยที่ผู้คนต้องรอคอยของแจกจนไม่เหลือของกินของใช้ ชาวเมืองเริ่มขาดแคลนอาหารและยา กระทั่งปรากฏภาพจากคลิปวิดีโอที่ชาวจีนหลายร้อย บุกปล้นร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งต่อมาจีนได้ลบภาพพร้อมข้อความวิจารณ์รัฐบาลออกจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ถึงกระนั้นบนเว่ยป๋อหรือวีแชท ก็ยังคงมีเสียงสะท้อนชาวจีนบ่นวิจาณ์ถึงมาตรการคุมเข้มของรัฐ ชาวเซี่ยงไฮ้ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อระบายความคับข้องใจเกี่ยวกับความยากลำบากในการได้รับอาหารเพียงพอ และนโยบายของจีนที่กำหนดให้ทุกคนที่ตรวจพบว่ามีผลในเชิงบวก ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่ ต้องถูกเข้ากักกันภายในศูนย์กักตัวของรัฐที่มีสภาพที่ย่ำแย่ ท่าทีของสีจิ้นผิงที่ออกมาพูด หลังเริ่มมีกระแสคนเซี่ยงไฮ้ไม่พอใจนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

แม้ว่าภายหลังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคส่วนกลางที่ปักกิ่งได้เผยแพร่คำแนะนำการกักตัวอยู่บ้าน ทำให้คนเซี่ยงไฮ้เริ่มมีหวังว่ารัฐบาลท้องถิ่นจะผ่อนคลาย แต่สาธารณสุขเซี่ยงไฮ้ยังไม่ส่งสัญญาณการเปลี่ยนยุทธศาสตร์รับมือการระบาด

“ขาลง” โควิดซีโร่ ?

เมื่อ 14 เมษายนที่ผ่านมา มีไวรัลจากผู้ใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย WeChat แห่แชร์บทความเรื่อง “ความอดทนของชาวเซี่ยงไฮ้ถึงขีดจำกัดแล้ว” เขียนโดยบล็อกเกอร์ดังนามปากกา Lady Moye เนื้อหาพูดถึงชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วนที่ต้องเจอมาตรการโควิดแบบเข้มงวดของจีน ซึ่งรวมถึงการบังคับจับแยกครอบครัว หากมีสมาชิกในบ้านติดเชื้อ หนึ่งในความเห็นของผู้อ่านบทความนี้บอกว่า”ใครก็ตามที่ลบบทความนี้ควรตายอย่างน่าสยดสยอง” ความเห็นนี้ถูกกดไลค์มากกว่าครึ่งล้านภายในไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่ต่อมาบทความดังกล่าวจะถูก WeChat ลบออก

สะท้อนว่าชาวจีนกำลังหมดความอดทนกับแนวทางที่เข้มงวดต่อโควิด ซึ่งใช้การล็อกดาวน์และตรวจหาเชื้อเพื่อปราบปรามการแพร่ระบาดอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ จีนยังได้ปิดพรมแดนจากโลกภายนอกมาหลายปีแล้ว ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องกักตัวโรงแรมเป็นเวลา 14 วัน ปัจจัยเชื้อโอมิครอนที่แพร่ได้ง่ายยิ่งทำให้การล็อกดาวน์มีแนวโน้มยาวนานและเข้มงวดมากขึ้น บางพื้นที่ของเซี่ยงไฮ้ตกอยู่ภายใต้ล็อกดาวน์มาตั้งแต่ 5 เมษายนแล้ว

Photo by LIU JIN / AFP) / China OUT

โควิดซีโร่ ทำไร้ภูมิคุ้มกันหมู่ ?

แนนซี่ เฉียน ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การจัดการและวิทยาศาสตร์การตัดสินใจ ที่วิทยาลัยการจัดการเคลล็อกส์ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ทั้งยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยเศรษฐกิจจีน China Econ Lab ให้มุมมองอย่างน่าสนใจว่า ความสำเร็จในโควิดซีโร่ นับเป็นความภูมิใจของทั้งชาติจีน รวมถึงรัฐบาลปักกิ่งในช่วงแรกของการระบาด สื่อจีนต่างประโคมข่าวความสำเร็จของแนวทางนี้ สวนทางกับหลายชาติที่พยายามคุมระบาดอย่างยากลำบาก

เมื่อเวลาผ่านไป มีหลายงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ออกมามากขึ้นที่ระบุว่า การระบาดในวงกว้าง แม้อาจแลกมาด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อสูง ผู้เสียชีวิตสูง แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ต่อประชากรจำนวนมาก นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ควรควบคู่ไปพร้อม ๆ กับมาตรการป้องกันเชื้อและการระดมฉีดวัคซีน (ตัวอย่าง

เช่น งานวิจัยชื่อ Natural, Vaccine-Induced, and Hybrid Immunity to COVID-19) ผลการวิจัยนี้พบบว่า เมื่อเทียบกับบุคคลที่ไม่ได้รับวัคซีนและไม่เคยติดเชื้อ กลุ่มคนมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติและกลุ่มที่ได้รับวัคซีนมีการป้องกันที่คล้ายคลึงกันที่ 94.8% และ 92.8% ต่อการติดเชื้อ 94.1% และ 94.2% ต่อการรักษาในโรงพยาบาล และ 96.4% และ 94.4% ต่อการเจ็บป่วยรุนแรง ตามลำดับ การที่จีนพยายามกดตัวเลขติดเชื้อให้ลงเป็นศูนย์ โดยไร้การแพร่ระบาดในวงกว้าง อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชากรหมู่มากไร้ภูมิคุ้มกันหมู่ในลักษณะ “Hybrid Immunity”

อีกหนึ่งคำถามคือ วัคซีนจีนประสิทธิภาพไม่ดีพอหรือไม่ .. เหตุใดยอดป่วยของจีนจึงพุ่งทั้งๆที่มีอัตราการฉีดวัคซีนในระดับสูง

หากย้อนไปช่วงที่ทั่วโลกต่างพยายามควานหาทางเข้าถึงวัคซีนแบรด์ดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไฟเซอร์, โมเดอร์นา หรือแอสตร้าเซนเนก้า จีนนอกจากจะชูความสำเร็จโควิดเป็นศูนย์แล้ว ยังชูความก้าวหน้ากว่าชาติอื่นด้วยอัตราการฉีดวัคซีนในหมู่ประชาชนด้วยวัคซีนที่จีนคิดค้นพัฒนาเอง จีนแผ่นดินใหญ่ต่างกับฮ่องกง ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงยังสร้างทางเลือกให้ประชาชนเลือกว่าจะฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตาย หรือชนิด mRNA แต่รัฐบาลแผ่นดินใหญ่ปฏิเสธที่จะขอซื้อหรือขอความช่วยเหลือจากวัคซีนต่างชาติด้วยเหตุผลด้าน “การเมืองระหว่างประเทศ”

ช่วงที่โควิดสายพันธุ์เดลต้าระบาดหนัก มีหลายผลวิจัยที่ชี้ชัดว่า วัคซีนเชื้อตายไม่อาจมีประสิทธิภาพพอในการป้องกันเชื้อเดลต้า ขณะเดียวกันภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากวัคซีนโควิด-19 จะลดลงอย่างรวดเร็วแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีน ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร The New England Journal of Medicine เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2022 ชี้ให้เห็นว่าภูมิคุ้มกันในผู้ที่ได้รับวัคซีน mRNA ของไฟเซอร์เริ่มลดลงหลังจากผ่านไป 6 เดือน กินเวลานานสุดกว่าวัคซีนเชื้อตาย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรฉีดบูสเตอร์ที่เป็น mRNA

ทั้งนี้ เมื่อ 14 เมษายนที่ผ่านมา ฮ่องกงซึ่งใช้วัคซีน mRNA ควบคู่กับวัคซีนเชื้อตาย ได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการคุมโควิดแล้ว ทั้งอนุญาตให้สถานประกอบการบางประเภทกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง สวนทางกับแผ่นดินใหญ่ที่แม้จะฉีดวัคซีนให้ประชากรจำนวนมากแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ใช่สำหรับเข็มบูสเตอร์ ประชากรหนุ่มสาวไปจนถึงคนสูงวัยจำนวนไม่นอนที่ยังไม่ได้รับเข็มบูสเตอร์

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจีนจะยังคงใช้วิธีการคุมเข้มแบบนี้ต่อไป แม้จะมีเสียงบ่นก่นวิจารณ์จากประชาชนว่า เหตุใดผู้ที่มีผลเป็นบวกแต่ไม่มีอาการ จะต้องไปกักตัวที่ศูนย์กักตัวของรัฐที่สภาพย่ำแย่ ขณะที่ประชาชนคนอื่นก็สุดแสนจะทนกับนโยบายที่ต้องแยกลูกจากพ่อแม่หากติดโควิด หากมองไปประเทศรอบข้างในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ หรือสิงคโปร์ ที่ยอดติดเชื้อก็สูงไม่แพ้กัน แต่ก็ปรับเปลี่ยน มาใช้นโยบาย “อยู่ร่วมกับโควิด” ทั้งวางแผนเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดสายพันธุ์อื่น ๆ ตามมา

เชื่อว่าท้ายที่สุดจีนจะยังคงยึดแนวทางโควิดเป็นศูนย์ แต่จะเร่งการพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่พร้อมเร่งอัตราการฉีดบูสเตอร์ในหมู่ประชากรโดยเฉพาะกลุ่มคนสูงวัย แนวทางอยู่ร่วมกับโควิด ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็นว่าจะเกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่จะดีกว่านี้หรือไม่ หากปักกิ่งปรับกลยุทธ์ให้ประชาชนปรับเข้ากับวิถีใหม่แทนที่จะ “ตะแบง” ล็อกดาวน์เข้มไร้การยื้ดหยุนไร้มิติ ทั้งสูญเสียต่อสุขภาพจิตของประชาชนและเศรษฐกิจในระยะยาว

Photo : REUTERS
REUTERS/Aly Song
Photo : REUTERS

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เซี่ยงไฮ้ โควิด-19