ครีมหอยทากพันธุ์ไทย “สเนล 8” จากงานวิจัยสู่ห้าง
คอลัมน์ Biz ว้าววว!
ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การนำเมือกหอยทากมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง กลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยคุณสมบัติด้านการดูแลผิวพรรณที่โดนใจสาว ๆ รุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่ จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ใหม่ ๆ ทั้งไทยและเทศ ให้เข้ามาทำตลาดกันอย่างคึกคัก
ทำให้นักวิจัยกลุ่มหนึ่งจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา ชีวเคมี ฯลฯ ที่ศึกษาเรื่องหอยทากมานาน ตัดสินใจนำเอาองค์ความรู้ที่มีมาต่อยอด จนนำไปสู่การพัฒนาเครื่องสำอางจากเมือกหอยทากพันธุ์ไทย ที่มีคุณสมบัติไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมือกหอยจากที่อื่น ๆ ทั่วโลก
“ศ.ดร.สุพจน์ หาญหนองบัว” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม สเนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจากเมือกหอยทาก แบรนด์ Snail 8 เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์นี้ว่า ในช่วงแรก ๆ ที่เครื่องสำอางจากเมือกหอยทากได้รับความนิยม มีแค่แบรนด์จากต่างประเทศ หรือหากเป็นแบรนด์ไทยก็ต้องสรรหาวัตถุดิบจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้เท่านั้น จึงได้พูดคุยกันในหมู่นักวิจัยจุฬาฯ ที่ศึกษาเรื่องหอยทากสายพันธุ์ไทยมานาน และร่วมมือกันพัฒนาสินค้า โดยอาศัยจุดแข็งจากคุณภาพของเมือก ที่มีส่วนประกอบทางเคมีหลายตัวในปริมาณสูงกว่าเมือกหอยทากของที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นกรดไฮยาลูโรนิก สารอัลแลนโทอิน หรือกรดไกลโคลิก ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ
พร้อมทั้งได้ส่งงานวิจัยเกี่ยวกับเมือกหอยดังกล่าวไปยังเวทีนานาชาติ เช่น งาน International Exhibition of Invention of Geneva จนได้รับรางวัลกลับมา สร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นให้กับสินค้า ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในสร้างแบรนด์ของสยามสเนล และสเนล 8 ในขั้นต่อไป
“ศ.ดร.สุพจน์” เล่าถึงสินค้าตัวแรกที่พัฒนาขึ้น “เซรั่มจากเมือกหอย” เดิมทีมีเพียงการจัดจำหน่ายแค่ภายในจุฬาฯเท่านั้น แต่หลังจากผลตอบรับดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็เริ่มต่อยอดไปยังสูตรอื่น ๆ เพื่อรับกับความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นไวเทนนิ่ง ลดเลือนริ้วรอย ครีมกันแดด จนปัจจุบันมีสินค้า 6 แคทิกอรี่และความฮอตฮิตของสินค้าก็ได้ไปเข้าตานักลงทุน บริษัท อี ฟอร์ แอล เอ็ม จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ของวุฒิศักดิ์ คลินิก ให้เข้ามาถือหุ้น 50% เมื่อปีที่ผ่านมา

จากนั้น สยามสเนล ก็ได้เร่งค้นคว้า วิจัยและพัฒนา ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการตลาด
การเพิ่มงบฯการทำการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศจากที่มีวางขายเฉพาะในร้านขายยาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ก็ขยายออกไปถึงร้านวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ทุกสาขา ร้านขายยาเซฟดรัก คิง เพาเวอร์ รางน้ำ รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊ก และลาซาด้า
ยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้สยามสเนลต้องเปิดฟาร์มหอยทากเพิ่มอีก 1 แห่ง เพิ่มกำลังการผลิตเมือกหอยทาก
ถึงวันนี้ สยามสเนล ผลิตเมือกหอยทากได้มากถึง 6 ตัน เพื่อนำใช้ในการผลิตสกินแคร์ และขายให้กับวุฒิศักดิ์ เพื่อนำไปทำทรีตเมนต์บำรุงผิวเท่านั้น
ทั้งนี้ จุดเด่นของ “สเนล 8” คือการใช้ปริมาณเมือกหอยทากที่เข้มข้นกว่าท้องตลาดทั่วไป 30 เท่า แต่มีราคาเข้าถึงง่าย ตั้งแต่ 150-1,500 บาท เนื่องจากสามารถผลิตได้เอง
จากนี้ไป สยามสเนลจะยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในราคาที่จับต้องได้ เพื่อให้คนเข้าถึงได้จำนวนมาก และปีหน้ามีแผนจะเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 5-6 รายการ เช่น อายครีม ช่วยฟื้นฟูริ้วรอยรอบดวงตา และเอสเซนซ์ เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว
นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มน้ำหนักการสื่อสารด้านแบรนด์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ เฟซบุ๊กแฟนเพจ ออฟฟิเชียลไลน์แอ็กเคานต์ ผ่านรูปแบบของการให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เทรนด์ความสวยความงาม ผลงานวิจัย ตลอดจนการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายเป็นระยะ
“ศ.ดร.สุพจน์” ตั้งเป้าเอาไว้ว่า ปีหน้าหลังจากมีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจำหน่ายมากขึ้น จะทำให้ สเนล 8 มียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 200 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะปิดอยู่ที่ 100 ล้านบาทได้อย่างไม่ยาก
อนาคตเราอาจเห็นงานวิจัยใหม่ ๆ ที่นอกเหนือไปจากหอยทาก นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ จากนักวิชาการกลุ่มนี้อีกก็เป็นได้