คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ สาโรจน์ มณีรัตน์
ปรากฏการณ์ “ตูน บอดี้สแลม” ทำให้ผมละเมอเพ้อพกหลายอย่าง และเชื่อแน่ว่าสิ่งที่ผมแอบคิดคนเดียว จนนำมาเขียนเรื่องนี้ น่าจะทำให้ “ตูน” รวมถึงพลพรรครักตูนทั้งหมดคงหาว่าผมบ้าไปแล้ว
นำมาเชื่อมโยงได้อย่างไร ?
ไม่มีความเป็นไปได้หรอก ?
และ “พี่ตูน” หรือ “ตูน” คงไม่คิดอย่างที่ผมเขียนด้วย
ซึ่งผมเข้าใจดีครับ
และเชื่อแน่ว่า “ตูน” เอง คงไม่ฝันตามผมด้วย ปล่อยให้ผมบ้าคนเดียวไปเถอะ (ฮา)
หลายคนคงสงสัยแล้วว่า…ผมจะเขียนเรื่องอะไร ?
เรื่องของเรื่องเป็นแบบนี้ครับ หลังจากผมเฝ้าติดตามข่าว โครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” ที่ออกวิ่งตั้งแต่ อ.เบตง จ.ยะลา จนไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
เพื่อต้องการเงินเพียง 10 บาทจากคนไทยทุกคนในการรวบรวมให้ได้ทั้งหมด 700 ล้านบาท
เป็น 700 ล้านบาทจาก 70 ล้านคน ทั่วประเทศ
ด้วยการนำเงินเหล่านี้ไปซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลศูนย์ทั้งหมด 11 แห่งทั่วประเทศ
ทั้งนั้น เพราะโรงพยาบาลศูนย์ทั้งหมดต่างเป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง เป็นโรงพยาบาลศูนย์ส่งต่อจากโรงพยาบาลใกล้เคียงที่ไม่สามารถรักษาผู้ป่วยหนักได้
เนื่องจากขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ดีพอ
“ตูน” จึงต้องการเงินบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศ มาระดมทุนในการซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อหวังเพียงช่วยผู้ป่วยหนักให้รอดชีวิตจากการรักษาของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคน
ผมเชื่อว่าหลายคนคงทราบข้อมูลเหล่านี้ดีอยู่แล้ว
และผมเชื่อว่าหลายคนคงประจักษ์ชัดในสิ่งที่ “ตูน” และทีมงานของเขาตั้งใจทำให้กับประชาชนทั่วประเทศอย่างไม่มีข้อสงสัย
จนทำให้คนไทยทุกคนมีความสุขอย่างไม่เคยมีมาก่อน
แม้แต่ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรียังเอ่ยปากขอบคุณ ที่เขาทำให้คนไทยมีความสุข มีความ
สามัคคี และทำให้คนไทยกลับมารักกันอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นผลที่ตามมาจากความตั้งใจของ “ตูน” ต่อการทำโครงการครั้งนี้
ทุกครั้งที่ผมฟังเขาพูด
ฟังเขาขอบคุณคนไทยทั่วประเทศ
หรือฟังเขาร้องเพลงขณะเด็ก ๆ แสดงดนตรีสด ๆ ต่อหน้าเขา เราจะรับรู้ และสัมผัสได้ทันทีว่าเขาเป็นคนที่น่ารักมาก มีมิตรภาพให้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย จนทำให้เขาเข้าไปนั่งอยู่กลางดวงใจของประชาชนทั่วภูมิภาค
มูลเหตุเหล่านี้ ที่ทำให้ผมละเมอเพ้อพก และพานแอบฝัน แอบคิดคนเดียวไปว่าถ้าตูนตั้งพรรคการเมือง และเขาลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค รับรองเขาชนะการเลือกตั้งแน่ ๆ
ผมตั้งชื่อพรรคให้เขาเสร็จสรรพว่า…พรรคก้าวคนละก้าว
ถามว่าทำไมผมถึงคิดเช่นนี้ ?
คำตอบคือ ผมเบื่อพรรคการเมืองที่มีอยู่ทั้งหมด เบื่อนักการเมืองที่เราเห็นหน้าจนชินตา และเบื่อความดัดจริต
ของนักการเมืองไทย
อีกอย่างผมมองเห็นอีกซีกโลกหนึ่งของการเมืองต่างประเทศที่เขาหันมาให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่
ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ “เอ็มมานูเอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่ชนะเลือกตั้งด้วยวัยเพียง 39 ปี อีกคนคือ “เซบาสเตียน คูร์ซ” นายกรัฐมนตรีออสเตรีย ที่อายุเพียง 31 ปีเท่านั้นเอง
ทำไม “ตูน” จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยไม่ได้บ้าง
การศึกษาก็ดี ผ่านการทำงานภาคเอกชนมาบ้างแล้ว พร้อม ๆ กันนั้นเขาก็เป็นนักร้อง นักดนตรีแถวหน้าของประเทศ
แถมอายุเพียง 38 ปีเท่านั้นเอง
จริง ๆ นะครับผมไม่ได้พูดเล่น
แต่อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นละครับ…ปล่อยให้ผมบ้าของผมไปคนเดียวเถอะ
“ตูน” คงไม่มาบ้าตามผมหรอก
อีกอย่างคนดี ๆ ในเมืองไทยอย่ามาเล่นการเมืองเลย…จะเสียคนเอาง่าย ๆ
ซึ่งผมก็เชื่ออย่างนั้นจริง ๆ…ตูนเป็นตูนแบบนี้นะดีแล้ว
เพราะวิธีช่วยประเทศมีหลายวิธี ตูนก็ช่วยแบบตูน ผมก็ช่วยแบบผม ทุกคนสามารถช่วยเหลือประเทศชาติของเราได้ทุกคน
ถ้าพวกเราก้าวคนละก้าวเพื่อทำความดีร่วมกัน
ไม่ต้องมาเล่นการเมืองหรอก
อยู่อย่างนี้นะดีแล้ว
ปล่อยให้ผมบ้าไปคนเดียวพอ (ฮา)
เพราะผมมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยว่า…ประเทศชาติของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้ามีพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำหลักของการเมืองไทยขณะนี้
จริง ๆ นะผมไม่รู้จะเลือกไปทำไม ?
แต่พอผมฝันถึงพรรคก้าวคนละก้าว ผมกลับมีความฝัน และความหวังขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคที่ชื่อ “อาทิวราห์ คงมาลัย”
ผมนี่ท่าทางจะบ้าไปแล้วจริง ๆ (ฮา)