คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แนะเด็กอายุ 12-17 ปี ที่ได้รับการฉีดวัคซีน 2 โดส ไปฉีดกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยวัคซีน Pfizer พร้อมเผยประสิทธิภาพต้านโควิด
วันที่ 22 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ครั้งที่ 7/2565 ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด 19 กระทรวงสาธารณสุข รายงานผลการศึกษาการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มกระตุ้น ในกลุ่มเป้าหมายอายุ 12-17 ปี ที่มีประวัติการได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ครบ 2 เข็ม
โดยเสนอข้อมูลจาก โครงการนำร่อง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ข้อมูลโดย พญ. ธันยวีร์ ภูธนกิจ ความว่า การวิจัยการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็กอายุเฉลี่ย 15 ปี ที่ได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว 5 เดือนด้วย ข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษายน 2565 ระบุว่า
เมื่อตรวจเลือดวัดระดับภูมิคุ้มกันหลังฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 เปรียบเทียบระหว่างการฉีด 15 ไมโครกรัม/โดส กับ 30 ไมโครกรัม/โดส โดยทำการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
ผลการศึกษาพบว่า ระดับภูมิคุ้มกันชนิดลบล้างฤทธิ์ต่อเชื้อโอมิครอนอยู่ในเกณฑ์ดีมากทั้งฉีดแบบครึ่งโดสและเต็มโดส โดยขนาด 15 ไมโครกรัม/โดส มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสที่ 88% ส่วนแบบ 30 ไมโครกรัม/โดส ประสิทธิภาพจะเพิ่มไปเป็น 93%
ทั้งนี้ การรับวัคซีนขนาดครึ่งโดสมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงหลังการฉีดน้อยกว่าการรับวัคซีนขนาดเต็มโดส

พร้อมกันนี้ ยังได้ให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเด็กอายุ 12-17 ปี ไว้ โดยแนะนำให้เด็กในช่วงอายุดังกล่าวที่ได้วัคซีนครบ 2 เข็ม (ไม่จำกัดชนิด) ไปเข้ารับการฉีดวัคซีนชนิด Pfizer กระตุ้นเข็ม 3 ในขนาดครึ่งโดส หรือ ครึ่งโดส หรือหากสถานศึกษาจัดฉีดเข็มกระตุ้นให้ฉีด Pfizer ในสัดส่วน 15 ไมโครกรัม/โดส
ซึ่งการจะฉีดเข็ม 3 นั้น ควรทิ้งระยะเวลาห่างจากการได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ประมาณ 4-6 เดือนขึ้นไป
นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยผลการวิจัยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เด็กอายุเฉลี่ย 15 ปี
- หมอมนูญห่วงคนไทยกลัวผลข้างเคียงวัคซีนมากกว่าติดโควิด
- ลงทะเบียนวัคซีนเข็ม 4 มีที่ไหนบ้าง เช็กเลย !
- ลงทะเบียนวัคซีนเข็ม 3 มีที่ไหนบ้าง เช็กเลย !