เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

ศึกยูเครน บีบ ‘เยอรมนี’ ต้องเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ

27 เม.ย. 2565 | 11:04น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อไม่นานมานี้ “มาร์ติน บรูเดอร์มุลเลอร์” ซีอีโอของบริษัทเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติเยอรมัน อย่าง BASF ออกมาให้สัมภาษณ์เตือนว่า “เยอรมนี” ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยูโรโซน อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกิจ หรือเปลี่ยน “โมเดลเศรษฐกิจ” ของประเทศใหม่

ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจที่เคยแข็งแกร่ง รุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา อาจเผชิญกับปัญหาใหญ่หลวง

บรูเดอร์มุลเลอร์ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจเยอรมนีแข็งแกร่งและขยายตัวต่อเนื่องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกขนาดใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เนื่องด้วยสาเหตุสำคัญ 3 ประการ คือ

ประการแรกสุด คือ เยอรมนีมีแหล่งพลังงานนำเข้าที่มั่นคงและราคาถูก ซื้อหาได้ด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดโลกจากรัสเซีย ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ชิดกันในยุโรป สำหรับใช้เป็นพลังงานป้อนให้กับอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศที่แข็งแกร่ง

ผลก็คือ เยอรมนีสามารถผลิตและพัฒนาสินค้าที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงได้

ประการที่สอง คือ การที่บรรดาบริษัทเยอรมันพากันกระโดดลงไปในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีนได้ก่อนหน้าคู่แข่งรายอื่นใดจากทั่วโลก เกาะกุมส่วนแบ่งขนาดใหญ่ในตลาดนี้ได้ก่อนใคร อาศัยการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงที่ผ่านมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของเยอรมนีมหาศาล

ตัวอย่างเช่น 40% ของรถยนต์ที่ผลิตได้ในแต่ละปีของโฟล์คสวาเกนขายอยู่ในจีนเท่านั้น

ที่สำคัญที่สุดประการที่สามนั่นคือกระแส โลกาภิวัตน์ที่ผลักดันให้มีการเปิดเสรีทางการค้า และทำให้หลายประเทศยอมรับการเปิดตลาดของตนเองและรับการแข่งขันจากนานาประเทศ ซึ่งส่งผลให้สินค้า “เมดอินเยอรมนี” รุ่งโรจน์ได้ในสภาวะแวดล้อมที่เป็นเสรีของตลาดโลก

ทั้งหมดนั้นทำให้เยอรมนีได้เปรียบดุลการค้ามหาศาลมาตลอด 20 ปีมานี้ ในเวลาเดียวกัน ก็ทำให้เศรษฐกิจของประเทศถูกผูกโยงเข้ากับพลังงานราคาถูกจากรัสเซีย และตลาดใหญ่ของจีนอย่างช่วยไม่ได้

ประเด็นของบรูเดอร์มุลเลอร์ ก็คือ สภาวการณ์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงไปชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน

ก่อนหน้าที่เกิดสงครามหนนี้ วิกฤตโควิดเคยก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงและซับซ้อนขึ้นกับระบบซัพพลายเชนทั่วโลกมาแล้ว เมื่อผสมผสานเข้ากับผลสะเทือนที่รุนแรงจากสงครามยูเครน ก็ทำให้หลายคนเริ่มเป็นกังวลถึง “การล่มสลายของโลกาภิวัตน์” มากขึ้นตามลำดับ

สงครามยูเครนทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องดึงตัวออกห่างจากการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้การนำเข้าพลังงานจากรัสเซียกลายเป็นการสนับสนุนความก้าวร้าวรุกรานของ “วลาดิมีร์ ปูติน” ให้เพิ่มมากขึ้นไปอีก

คำถามที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ เยอรมนีจะทำอย่างไรกับจีน ซึ่งแสดงทีท่าหนุนหลังรัสเซีย ?

นักเศรษฐศาสตร์เยอรมันอย่าง “แกเบรียล เฟลเบอร์มายเออร์” ตั้งคำถามเอาไว้อย่างเปิดเผยว่า หรือโลกาภิวัตน์ที่ดำเนินมาตลอด 30 ปี กำลังจะสิ้นสุดลง ? โลกกำลังเข้าสู่ยุคของการแบ่งขั้ว เป็นตะวันตกค่ายหนึ่งและตะวันออกที่นำโดยรัสเซียกับจีนอีกค่ายหนึ่ง ?

ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายโมเดลเศรษฐกิจของเยอรมนีที่ยึดถือมาตลอด 20 ปีลงโดยสิ้นเชิง

เยอรมนีกำลังต้องการโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ และต้องคิดให้ออกให้ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจทั้งหลายของประเทศสามารถคงอยู่และปรับตัวได้ใหม่ภายใต้สถานการณ์ท้าทายที่กำลังจะมาถึง

อาจต้องเริ่มต้นตั้งแต่การหาหนทางให้สามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานให้ได้ ต้องเริ่มจริงจังกับการพลิกโฉมหน้าด้านพลังงานของประเทศ เพื่อนำไปสู่ภาวะอุตสาหกรรมปลอดคาร์บอนในอนาคต

“แหล่งพลังงานทางเลือก” รวมทั้งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไฮโดรเจนมีนัยสำคัญต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ อันจะทำให้เยอรมนีกลับมามีความได้เปรียบในการแข่งขันได้อีกครั้ง

นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไม “โรเบิร์ต ฮาเบค” รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนีถึงได้ยืนกรานในความต้องการที่จะให้เยอรมนีเป็นประเทศที่ใช้ไฟฟ้าโดยปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ได้ภายใน 13 ปีข้างหน้า โดยอาศัยแหล่งพลังงานจากแสงแดด กระแสลมและพลังงานจากชีวมวล

ปัญหาหนักก็คือ ในช่วง 13 ปีที่ว่าเยอรมนีจะทำอย่างไร ?

บรูเดอร์มุลเลอร์ เตือนเอาไว้ว่า แค่ยกเลิกการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียเพียงอย่างเดียว

ความอยู่ดีกินดีของคนเยอรมันทั้งประเทศก็อาจจบสิ้นในทันทีเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน เยอรมนี