เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

วัดใจ กบง. ชี้ชะตาไบโอดีเซล-ปาล์ม-บี 5 สัปดาห์หน้า

15 พ.ค. 2565 | 12:40น.
ปาล์ม

ปาล์ม

วัดใจ กบง. ถกด่วน 17 พ.ค.นี้ ชี้ชะตานโยบายใช้ไบโอดีเซล ผสมบี 5 ต่อลมหายใจ 15 โรงงาน หลังราคาปาล์มพุ่งดันไบโอดีเซลบี 100 ราคาพุ่งเฉียด 60 บาท/ลิตร ต้นทุนพุ่ง ทุบซ้ำนโยบายลดสัดส่วนบี 7 เป็น บี 5 ก่อนหน้านี้ บีบลดกำลังผลิตเหลือแค่ 20% ด้าน ส.ชาวสวนเต้นโรงงานหยุดซื้อราคาหน้าผลปาล์มร่วง 2 บาท/กก. วอนรัฐยืนนโยบายใช้บี 5 ต่อ หลังจุรินทร์ชูโมเดล วิน-วิน ชง กนป. ตั้ง 9 ขุนพล คณะอนุกรรมการเข้มรายงานสถานการณ์ทุก 7 วัน ตรึงราคาปาล์มขวด 65-68 บาท จากต้นทุนจริง 76 บาท

วันที่ 15 พฤษภาคม 2565 รายงานข่าวระบุว่าในวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาวาระเรื่องการใช้ไบโอดีเซล เป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซล

หลังจากที่สถานการณ์ราคาผลปาล์มและราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดปรับสูงขึ้นจากหยุดส่งออกชั่วคราวของอินโดนีเซีย จนส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการผลิตน้ำมันดีเซลบี 5 จึงมีการส่งสัญญาณออกมาว่าอาจจะมีการปรับลดเป็นบี 3

15 โรงงานอ่วม

นายศาณินทร์ ตริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชปทุม จำกัดและนายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการปรับลดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก บี 20, บี 10, บี 6 มาเหลือบี 7 และบี 5 ส่งผลทำให้ความต้องการไบโอดีเซลบี 100 ลดลง 35-40% ซึ่งหากรัฐบาลประกาศที่จะปรับลดบี 5 ลงเหลือบี 3 ก็จะทำให้ความต้องการใช้ไบโอดีเซลลดลงอีก 40% จากปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับโรงงานผู้ผลิตไบโอดีเซล

“มาตรการดังกล่าวทำให้โรงงานผู้ผลิตไบโอดีเซลซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 15 โรงงาน ต้องปรับลดกำลังการผลิตลงจนเหลือประมาณ 30% หรือ 3 ล้านลิตรต่อวัน จากภาพรวมของกำลังการผลิตที่สามารถทำได้ 9.7 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเมื่อกำลังการผลิตลดลง แต่ต้นทุนการผลิตคือราคาซีพีโอปรับสูงขึ้น

โดยล่าสุดวันนี้อยู่ที่ 57 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับที่ไบโอดีเซลได้ ราคานี้ถือว่าสูงมากแต่ก็ปรับลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ขึ้นตามราคาซีพีโอ กิโลกรัมละ 60 บาท ไม่ใช่ว่าโรงงานไบโอดีเซลจะดีใจที่ราคาปรับสูงขึ้นเพราะตอนนี้เหมือนโดน 2 ต่อ คือ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นกำลังการผลิตลดลงราคาขายที่เพิ่มสูงขึ้น เราต้องใช้วงเงินสูงขึ้นในการซื้อวัตถุดิบ เช่นจากเดิมใช้เงิน 100 บาทซื้อน้ำมันปาล์มดิบได้ 3 ลิตรแต่ตอนนี้เหลือ 2 ลิตร ผลตอบแทนกลับมาเท่าเดิมลดลง”

วอนรัฐยืนนโยบายบี 5

“เราเข้าใจว่าภาวะนี้ไม่ใช่ภาวะที่ปกติ เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาเรื่องสงครามระหว่างรัสเซียยูเครน ส่งผลต่อการผลิตน้ำมันพืชและปัจจัยจากอินโดนีเซียแล้วส่งออกน้ำมันปาล์ม ซึ่งส่งผลกระทบกับราคาทั่วโลก เราจึงหวังว่าสถานการณ์จะกลับมาคลี่คลายเป็นปกติโดยเร็ว

ซึ่งโรงงานผู้ผลิตไบโอดีเซลทั้งหมด 15 โรงงาน อยากจะขอให้ทางรัฐพิจารณาใช้มาตรการในการคงการผลิตดีเซลบี 5 ไว้ เพราะหากในอนาคตสถานการณ์กลับไปเป็นปกติผู้ผลิตเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มให้ผลผลิตออกมาจำนวนมากถึงตอนนั้นไม่มีโรงงานไบโอดีเซลเหลืออยู่แล้วก็จะไม่มีใครช่วยดูดซับผลผลิต เพราะปัจจุบันโรงงานไบโอดีเซลได้ดูดซับผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบไว้ถึง 50% จากปริมาณที่ผลิตได้ 3 ล้านตัน และอุตสาหกรรมนี้ยังมีการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่า 30,000 ถึง 70,000 ล้านบาท”

ลดบีเหลือ 0 ราคาน้ำมันลงแค่ 60 สต.

พร้อมกันนี้ เขาอธิบายว่าประเด็นเรื่องที่สำคัญที่เกิดความเข้าใจผิดว่าการลดใช้ไบโอดีเซล 1% จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซล ลดลงลิตรละ 2 บาท ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะถึงแม้ให้ลดการผสมไบโอดีเซลจนเหลือบี 0 ราคาน้ำมันก็ลดลงเพียงแค่ 60 สตางค์เท่านั้น อุตสาหกรรมโรงงานผลิตไบโอดีเซลถูกกล่าวหาเหมือนเป็นผู้ร้ายในสังคม

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า หากถามว่า สูตรที่วิน-วินสำหรับผู้ผลิตไบโอดีเซลคืออะไร เขามองว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามราคาในตลาดโลก เช่นราคาสูงก็ให้ปรับขึ้นไปตามราคาตลาดโลก แต่หากราคาลดลงก็ควรจะราคาประกันดังเช่นที่ทำอยู่ในปัจจุบันกิโลกรัมละ 4.50 บาท คิดเป็นเป็นต้นทุนในการผลิตน้ำมันปาล์มดิบจะอยู่ที่ลิตรละ 25 บาท และเมื่อคิดเป็นราคาไบโอดีเซลก็จะอยู่ที่ 26-28 บาท ซึ่งเป็นราคาที่โรงงานไบโอดีเซลอยู่ได้ทุกฝ่ายก็อยู่ได้ ตอนนี้ราคาไบโอดีเซลแท้จะเท่ากับราคาน้ำมันปาล์มดิบแล้ว

ส่วนในภาคการส่งออกน้ำมันไบโอดีเซลไม่มีการส่งออกเลย เพราะการทำส่งออกไบโอดีเซลจะยากกว่าการทำส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ เพราะไบโอดีเซลจะต้องใช้ระดับความบริสุทธิ์ของน้ำมันสูงต้องใช้การขนส่งที่เป็นพิเศษ เราไม่มีอินฟาสตรัคเจอร์ และประการที่สองที่ผ่านมาต้นทุนน้ำมันความผิดของไทยสูงกว่าตลาดโลกมาก จึงทำให้เมื่อผลิตเป็นไบโอดีเซลออกมาแล้วไม่สามารถแข่งขันได้

จุรินทร์ชูโมเดล วิน-วิน แก้ปัญหาปาล์ม

ก่อนหน้านี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาดครั้งที่ 1/2565 (ครั้งที่ 30) โดยชูนโยบายโมเดลวิน-วิน ระหว่างเกษตรกร-โรงงาน-ผู้บริโภค

หลังจากราคาผลปาล์มวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 กิโลกรัมละ 9.80-11.20 บาท เพิ่มขึ้น 52% จากราคาเฉลี่ยปีที่แล้วทั้งปี ทั้งที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น 5% หรือคิดเป็นประมาณ 17.9 ล้านตัน

เมื่อราคาในประเทศเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มขวดบริโภคเพิ่มสูงขึ้นด้วย เพราะต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ราคาน้ำมันปาล์มขวดถ้าคิดตามโครงสร้างต้นทุน จะต้องตกประมาณขวดละ 76 บาท แต่จากการบริหารจัดการของกรมการค้าภายในและกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับผู้ประกอบการทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำให้สามารถปรับราคาลงจาก 76 บาท เหลือประมาณ 65-68 บาทต่อขวด

และในเร็ว ๆ นี้ คณะอนุกรรมการตลาดฯ จะเสนอตั้งอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการผลปาล์มดิบของเกษตรกร การผลิตน้ำมันปาล์มดิบของโรงสกัด และโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มรีไฟน์เข้าสู่ภาวะสมดุล ไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนสำหรับบริโภคและมีเสถียรภาพด้านราคาเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงสกัด จึงได้ประกอบด้วย 3 ฝ่าย 1.หน่วยงานภาครัฐ 2.ตัวแทนเกษตรกร และ 3.ตัวแทนผู้ประกอบการ

โดยตัวแทนภาครัฐมี 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.กรมการค้าภายใน 2.กรมการค้าต่างประเทศ 3.กรมศุลกากร 4.สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 5.กรมพัฒนาพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน

ผู้แทนเกษตรกร 2 องค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ 1.สมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม 2.สมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม 3.สมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย และ4.ผู้แทนคลังรับฝากน้ำมันปาล์ม เป็นอนุกรรมการ

มีหน้าที่สำคัญดังนี้ 1.วิเคราะห์สถานการณ์การผลิต การตลาด ราคาและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาผลปาล์มและน้ำมันปาล์ม 2.ให้กำหนดปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่เหมาะสมกับสถานการณ์และให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ เพื่อป้องกันน้ำมันปาล์มขาดแคลน

3.ให้มีหน้าที่กำหนดมาตรการแนวทางเงื่อนไขหลักเกณฑ์วิธีการและอื่นๆที่เกี่ยวกับการให้เกิดความสมดุลของน้ำมันปาล์มให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปปฏิบัติ และภารกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ตรวจรายงานสต๊อกทุก 7 วัน

และเพื่อป้องกันปัญหาวิกฤตปาล์ม ทางอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้สั่งการให้ค้าภายใน จังหวัดทั่วประเทศ ตรวจสต๊อกและรายงานสต๊อกให้อนุกรรมการชุดนี้รับทราบทุก 7 วัน เพื่อติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด ให้มีน้ำมันปาล์มบริโภคเพียงพอและดูแลราคาให้มีเสถียรภาพเหมาะสมต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายทั้งเกษตรกร โรงสกัด ผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทั้งนี้จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติหรือ กนป.

สำหรับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบมีประมาณ 180,000 ตัน ถึง 200,000 ตัน ต้องยอมรับว่าราคาผลปาล์มสูงขึ้นมากซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นนโยบายของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯและรัฐบาล ทำให้ผลปาล์มมีราคาสูงเพื่อประโยชน์กับเกษตรกร ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตนเข้ามาบริหารจัดการทำให้ราคาปาล์มสูงขึ้นจาก 2 บาท เป็น 8-12 บาท/กก. แต่อาจจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มบริโภคจึงต้องมีคณะอนุกรรมการชุดนี้ ช่วยดูแลสร้างสมดุล ให้ทุกฝ่าย วิน-วิน ตามนโยบายวิน-วินโมเดลให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์“

นายจุรินทร์กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์กำกับราคาน้ำมันปาล์มขวดบริโภคที่แม้ต้นทุนจะสูงมาก แต่อย่าให้แพงจนเกินควร

โดยข้อมูลจากกรมการค้าภายในระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2565 (4 เดือน) มีผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดแล้ว 5.75 ล้านตัน มากที่สุดในเดือนมีนาคม จำนวน 1.82 ล้านตัน สำหรับผลผลิตปาล์มน้ำมันในระยะต่อไป มีแนวโน้มลดลง ในเดือนพฤษภาคมจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวน 1.70 ล้านตัน

ด้านรายงานข่าว จากกรมการค้าภายใน ระบุว่า หลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาดครั้งที่ 1/2565 วันนี้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นมตินี้จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ซึ่งชุด กนป.มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน

อย่างไรก็ตามสำหรับการประชุมวันนี้ได้พิจารณาในประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน เกษตรกร คือ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม สมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ผู้ผลิตไบโอดีเซล ผู้แทนคลังรับฝาก และภาคเกษตรกร จากสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ชาวสวนเรียกร้องยืน B5

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มีการประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ที่ประชุมได้พิจารณาวาระเรื่องการตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อจะรายงานสถานการณ์ทุกเจ็ดวันหรือจำนวนตัวแทนของชาวสวนอยู่ในคณะอนุกรรมการด้วย 2 คน ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้จัดขึ้นตรงกับ กนป.

“ที่ประชุมได้มีการประเมินสถานการณ์ผลผลิต สต๊อก และราคาปาล์ม ซึ่งขณะนี้มีปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในเดือนพฤษภาคมเพิ่มมาประมาณ 2,000 ถึง 3,000 กันจากเดิมที่มีปริมาณสต๊อกรวมอยู่ที่ 180,000 ตันเพิ่มเป็น 200,000 ตัน ทางกรมการค้าภายในจึงให้แต่ละจังหวัดรายงานสต๊อกทุก 7 วัน ส่วนปริมาณการส่งออกซึ่งในขณะนี้มีปริมาณเท่าไหร่ไม่ได้มีการพูดถึงและไม่ได้มีการหารือในประเด็นเรื่องการเก็บภาษีการส่งออก”

โรงงานไบโอดีเซลชะลอซื้อ ราคาปาล์มร่วง 2 บาท

“เกษตรกรเห็นว่าการที่ตลาดส่งออกดีขึ้นน่าจะเป็นผลดีและตอนนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่า เป็นโอกาสในการส่งออกช่วยให้มีรายได้กลับเข้ามาสู่ประเทศ ที่น่าสังเกตคือตอนนี้ยังราคาผลปาล์มกลับลดลงกิโลกรัมละ 2 บาท เหลือ 10-11.50 บาท ราคาน้ำมันปาล์มก็ลดลง มีสาเหตุจากความสับสนของประเด็นข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น”

และการส่งเสริมการลงทุนและผลิตน้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล ขนาดนี้กระทรวงพลังงานยังไม่ได้ให้ความชัดเจนนาว่าจะมีการปรับลดบี 5 เหลือบี 3 หรือไม่ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในส่วนของเกษตรกรและโรงงานไบโอดีเซลที่มีการลงทุนไปแล้วก็มีการที่จะซื้อน้ำมันปาล์มดิบ มาผลิตบี 100 โดยพยายามที่จะไม่สต๊อกจะซื้อเป็นวันต่อวัน เพราะหากสต๊อกไว้แล้วถ้ารัฐบาลประกาศลดการใช้ไบโอดีเซลก็จะกระทบกับต้นทุนของการสต๊อก

สูตรวิน-วินชาวสวน

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าการที่ราคาผลปาล์มในขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 9-10 บาท เกษตรกรยังถือว่ามีกำไรจากต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นหรือไม่ นายมนัสมองว่า ราคาฝนฟ้าจะเป็นเท่าไหร่ก็ควรที่จะอยู่ในระดับราคาตลาดจะต้องสอดคล้องกันทุกภาคส่วน ต้องเดินไปด้วยกันได้โดยราคาโลกเป็นตัวชี้วัด

“เมื่อระดับราคาในตลาดโลกปรับสูงขึ้นราคาผลปาล์มและราคาน้ำมันปาล์มดิบก็ต้องปรับสูงขึ้น เห็นเป็นโอกาสที่จะทำให้มีรายได้กลับเข้าประเทศก็เหมือนที่รัฐบาลเปิดประเทศ เพราะว่าอยากได้รายได้เข้ามาเมื่อเกษตรกรได้เงินราคาดีก็สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้น แน่นอนว่าอาจจะมีภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้นนิดหน่อย แต่ประชาชนก็จะมีงานทำมีรายได้

การดูแลราคาน้ำมันปาล์มสำหรับการบริโภคของประชาชนภาครัฐควรใช้โครงการประชารัฐต่าง ๆ เข้าไปช่วยเพราะในแต่ละเดือนประชาชนแต่ละครอบครัวบริโภคน้ำมันปาล์มน่าจะไม่เกิน 3 ขวดต่อเดือน การที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบตับสูงขึ้นเป็น 55 บาทราคาน้ำมันปาล์มขวดขยับขึ้นเป็น 76 บาท ซึ่งรัฐบาลขอความร่วมมือให้อยู่ที่ 66 ถึง 67 บาท ถือว่าเป็นราคาที่เทียบกับกาแฟหนึ่งแก้วเท่านั้น”

ห้างโมเดิร์นเทรดตรึงราคา 54-69 บาท

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ลงพื้นที่สำรวจห้างค้าปลีกโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2565 พบว่ามีการจำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในราคาขวดละ 64-69 บาทตามที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือ ไม่ให้เกิน 70 บาท