เครื่องนอน มิสเตอร์บิ๊ก ซัพพอร์ตร่างกาย คลายอาการปวด
คอลัมน์ Biz ว้าววว !
จากนักกายภาพบำบัดในห้องไอซียู ทำหน้าที่จัดท่านอนคนไข้ให้อยู่ในท่าที่เหมาะสมเพื่อป้องกัน-ลดโอกาสบาดเจ็บ “ชวกิจ เก้าเอี้ยน” ได้เปลี่ยนบทบาทตัวเองมาเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องนอนที่ช่วยจัดร่างกายตอนนอนให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม โดยมีหมอนจัดท่านอนรูปเลข 9 เป็นสินค้านำร่อง และสร้างแบรนด์ “มิสเตอร์บิ๊ก” (Mr.Big) ให้เป็นที่รู้จักในตลาดมากขึ้นในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ “ชวกิจ” ผลิตหมอนจัดท่านอนรูปเลข 9 เกิดขึ้นเมื่อเขานำหมอนมาจัดท่านอนสาธิตการทำงานของนักกายภาพบำบัดในห้องไอซียูให้แฟนสาวดู ครั้งนั้นเขาลองเย็บหมอนทุกใบให้ติดกันเพื่อความสะดวกในการใช้งานและทำให้ผู้นอนสามารถจัดท่านอนได้ด้วยตัวเอง พอแฟนและเพื่อนได้ลองใช้หมอนก็รู้สึกชอบเพราะนอนสบายขึ้น จึงเป็นที่มาของการคิดจะทำขาย
“ชวกิจ” เล่าให้ฟังว่า “ตอนนั้นผมทำทุกอย่างไปตามสัญชาตญาณ ไม่มีข้อมูลเรื่องตลาดเลย ก็ไปคุยกับห้างว่าจะเอาของเข้าไปขาย หลังจากนั้น 3 เดือนก็ไปออกงานแสดงสินค้า ปรากฏว่ามีคนสนใจเยอะมาก การขายหมอนวันนั้นทำให้รู้ว่ามีสิ่งที่เราสามารถใช้เวลาเท่ากัน เหนื่อยมากกว่าหน่อย แต่มีรายรับที่ดี เลยตัดสินใจมุ่งมั่นมาทำทางนี้ จากตอนนั้นที่ทำธุรกิจขายเครื่องมือแพทย์และวางโปรแกรมกายภาพให้คนไข้เฉพาะบุคคล”
พร้อมกันนี้ เขาอธิบายว่า หมอนจัดท่านอนรูปทรงเลข 9 เหมาะกับคนที่ชอบนอนตะแคงหรือเปลี่ยนท่าระหว่างนอนบ่อย ๆ โดยหมอนจะช่วยรองรับร่างกายให้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง ถือเป็นสินค้าตัวแรกของมิสเตอร์บิ๊กที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Mr.Big is your bed friend. มิสเตอร์บิ๊กคือเพื่อนที่ดีที่สุดตอนคุณนอนระหว่างที่ขายหมอนเลข 9 เขาก็ได้รับฟังปัญหา และความต้องการของลูกค้ามาตลอด โดยปัญหาท็อปฮิตคืออาการปวดคอและปวดหลัง เขาจึงได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการพัฒนาสินค้าชิ้นต่อ ๆมา จนตอนนี้มีสินค้าในกลุ่มเครื่องนอนกว่า 7-8 หมวด ทั้งหมอนหนุน หมอนข้าง ผ้าห่ม ไปจนถึงที่นอน ซึ่งจะมีสินค้าใหม่อย่างน้อยปีละครั้ง และเร็ว ๆ นี้ จะมีโปรดักต์ที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการนอนที่ดีออกมาเพิ่มเติมด้วย

สินค้าที่มีหลากหลายขึ้น ทำให้เขารีแบรนด์ มิสเตอร์บิ๊กพิลโล่ (Mr.Big Pillow)ชื่อเดิม มาเป็น มิสเตอร์บิ๊ก ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นอกจากหมอนที่ใช้ในห้องนอนแล้ว ขณะนี้เขายังกำลังศึกษาพัฒนาสินค้าใหม่ที่อาจจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ในสำนักงาน ในห้องรับแขก หรือสิ่งอื่น ๆ แต่ที่สำคัญ คือ ยังคงเน้นการซัพพอร์ตสรีระให้อยู่ในท่าที่เหมาะสมเป็นหลัก
ด้านการผลิตสินค้า เดิมมิสเตอร์บิ๊กเคยจ้างโรงงานรายย่อยผลิต แต่ก็เจอปัญหาเรื่องของเสียที่มีเยอะ จะพัฒนาสินค้าก็ทำได้ยาก ที่สำคัญคือเสี่ยงต่อการถูกเลียนแบบ หลังจากขายสินค้าได้ปีกว่าจึงเริ่มลงทุนสร้างโรงงานเอง ครอบคลุมการผลิตตั้งแต่ตัดเย็บจนกลายเป็นสินค้าสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ชวกิจยอมรับว่า ตลาดหมอนเพื่อสุขภาพนั้นยังมีอุปสรรคในแง่ของความรู้ความเข้าใจว่าหมอนเพื่อสุขภาพคืออะไร หลายคนยังมีข้อมูลผิด ๆเกี่ยวกับหมอนเพื่อสุขภาพ และคิดว่าต้องเป็นหมอนโค้ง ๆ นุ่ม ๆ จริง ๆ แล้วต้องดูว่าหมอนเพื่อสุขภาพนั้นเพื่อสุขภาพในมุมไหน สุขภาพแบบซักได้ กันฝุ่น ทำให้ไม่เกิดภูมิแพ้
ส่วนหมอนของมิสเตอร์บิ๊กช่วยเรื่องรองรับสรีระ ต้องเลือกด้วยน้ำหนัก ส่วนสูง ท่านอน ฯลฯ จึงต้องเน้นการอธิบาย สร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การซื้อ ทุกครั้งที่ไปออกบูทตามงานต่าง ๆ ก็จะเน้นการอธิบายถึงคุณสมบัติสินค้าให้ลูกค้าเข้าใจ เมื่อลูกค้าซื้อไปใช้แล้วชอบก็จะซื้อซ้ำ และเกิดการบอกต่อ ควบคู่กันนี้ มิสเตอร์บิ๊กยังเน้นการใช้สื่อออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์แอด และเว็บไซต์ เพื่อสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ
“ตอนเป็นนักกายภาพบำบัดผมคิดว่าตัวเองได้เจอคนไข้เยอะแล้ว แต่พอมาขายหมอนผมเจอคนไข้วันละหลายร้อยคนรู้สึกตัวเองมีค่า เพราะสามารถแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเขาได้ ถึงไม่ได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว แต่วันนี้ผมก็เป็นนักกายภาพบำบัดที่มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถในอีกมุมที่เป็นประโยชน์เหมือนกัน”
แน่นอนว่า โปรดักต์ที่จะหลากหลายมากขึ้นในอนาคต จะยังคงตัวตนของ “มิสเตอร์บิ๊ก” ในการซัพพอร์ตสรีระผู้ใช้ดังที่เคยเป็นมา