คอลัมน์ Look Around
คงไม่มีใครคิดกันมาก่อนว่า “ผู้มีรายได้น้อย” จะสามารถกู้เงินซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้
แต่ตอนนี้มีความเป็นไปได้แล้ว หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแพ็กเกจมาตรการของขวัญปีใหม่ปี 2561 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
โดยหนึ่งในมาตรการที่่ว่านั้น ก็คือ “สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ” ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
“ฉัตรชัย ศิริไล” กรรมการผู้จัดการ ธอส. บอกว่า ตั้งวงเงินปล่อยสินเชื่อไว้รวม 30,000 ล้านบาท ในการสนับสนุนผู้มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน สามารถกู้เงินเพื่อซื้อ/ปลูกสร้างบ้านได้
โดย 20,000 ล้านบาทแรก รองรับลูกค้าที่กู้มากกว่า 1 ล้านบาท ไม่เกิน 2 ล้านบาท แบงก์จะคิดอัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี ในช่วง 4 ปีแรก จากนั้นจะคิด MRR -1% สำหรับลูกค้าสวัสดิการ และ MRR -0.75% สำหรับลูกค้าทั่วไป
พร้อมได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 รายการ คือ ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง 0.5%
ส่วนอีก 10,000 ล้านบาท เตรียมไว้รองรับกรณีลูกค้ากู้รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งแบงก์จะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.75% ในช่วง 4 ปีแรก ส่วนหลังจากนั้นจะคิดดอกเบี้ยเหมือนกับการกู้เกิน 1 ล้านบาท พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 รายการเหมือนกัน เพียงแต่มีความต่างกันตรงที่จะยกเว้นค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนองให้ 1% เลย
ทั้งนี้ การให้กู้รายละไม่เกิน 1 ล้านบาทนี้ จะครอบคลุมไปถึง “กลุ่มผู้ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” 11.4 ล้านคนด้วย ซึ่งเงื่อนไขการกู้ คือ จะต้องใช้การ “กู้ร่วม” โดยแบงก์จะดูความสามารถในการชำระหนี้รวมกัน ส่วนใครที่หาผู้กู้ร่วมไม่ได้ แบงก์ก็จะดูว่ามีรายได้ และสามารถชำระหนี้ได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะให้ฝากเงิน “เดินบัญชี” ไปก่อน
นอกจากนี้ สินเชื่อโครงการนี้ให้ระยะเวลากู้ยืมสูงสุดถึง 40 ปี
ใครสนใจยื่นกู้กับ ธอส.ได้จนถึง 28 ธ.ค. 2561 หรือมีเวลา 1 ปีเต็มถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย เข้าถึงสินเชื่อ เพื่อสานฝันการมีบ้านได้ดียิ่งขึ้น