เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

คว่ำสิทธิทำแท้งสู่วิบากกรรมยุคดิจิทัล

03 ก.ค. 2565 | 07:39น.
คอลัมน์ : Tech Times
ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

วันที่ 24 มิถุนายน 2565 เป็นอีกวันที่ต้องจดจำในประวัติศาสตร์เรื่องสิทธิสตรีเหนือร่างกายตัวเอง หลังจากศาลสูงสหรัฐประกาศคว่ำคำตัดสินเมื่อ 50 ปีก่อนที่เคยรับรองสิทธิของผู้หญิงในการทำแท้งว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ

การตัดสินครั้งนี้เปิดทางให้แต่ละรัฐมีสิทธิในการกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้งของตัวเอง

พูดอีกอย่างก็คือ การตัดสินของศาลครั้งนี้เป็นการโยนสิทธิของสตรีให้กลับไปอยู่ในอุ้งมือของผู้มีอำนาจรัฐอีกครั้ง ดังนั้น หากโชคร้ายดันไปอยู่ในรัฐอนุรักษนิยมที่ต่อต้านการทำแท้ง ทุกการกระทำที่เกี่ยวกับการทำแท้งจะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายทันที ซึ่งนอกจากผู้หญิงที่เป็นคนทำแท้งจะโดนข้อหาแล้ว ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็อาจโดนหางเลขไปด้วย

เนื่องจากโลกเปลี่ยนไปมากจากเมื่อ 50 ปีก่อน ผลของการตัดสินครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อหลายวงการที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต โดยเฉพาะวงการเทคโนโลยีทุกวันนี้จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ทุกครั้งที่เราค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เราได้ทิ้งร่องรอย digital footprint ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เป็นหลักฐานมัดตัวเราและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในภายหลัง

ดังนั้น แพลตฟอร์มออนไลน์จึงกลายเป็นทั้งผู้ส่งเสริมสิทธิสตรีในการเข้าถึงข้อมูลและบริการที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสอดส่องพฤติกรรมของผู้ใช้งานไปด้วยในตัว ความกังวลต่อการรักษาความเป็นส่วนตัวผู้ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์

กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าเจ้าหน้าที่อาจขอข้อมูลจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการค้นหา พิกัดการเดินทาง ธุรกรรมการเงิน ไปจนถึงข้อความที่ส่งหากันผ่านเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิดต่อไป

เอลิซาเบท สมิท จาก Center for Reproductive Rights ออกมาเตือนผู้ใช้งานเพิ่มความระมัดระวังเวลาใช้งานดิจิทัล แพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในรัฐที่การทำแท้งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ ส.ส.จากพรรคเดโมแครตเคยส่งจดหมายเปิดผนึกไปยัง Google แสดงความกังวลว่านโยบายเกี่ยวกับการโฆษณาและการเก็บข้อมูลของบริษัท อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญให้พวกหัวอนุรักษ์สุดโต่งใช้ในการไล่ล่าผู้หญิงที่ต้องการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์

ทันทีที่ศาลสูงมีคำตัดสินออกมาในวันที่ 24 มิถุนายน ก็มีวุฒิสมาชิกกลุ่มหนึ่งที่ส่งจดหมายกดดันไปยังคณะกรรมาธิการว่าด้วยการค้าแห่งสหพันธรัฐ (Federal Trade Commission : FTC) ให้เรียก Google และ Apple มาสอบสวนกรณีที่การขายโฆษณาของบริษัทอาจเป็นภัยต่อผู้ที่ต้องการทำแท้งในอนาคต โดยในจดหมายดังกล่าวระบุว่า

การขายข้อมูลผู้ใช้งานไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในอนาคตผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถออกหมายค้น เพื่อขอข้อมูลการเดินทางและพิกัดการเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยทุกคนที่เคยไปเยือนคลินิกทำแท้งต่าง ๆ ทางกลุ่มจึงขอเรียกร้องให้ FTC สอบสวนบทบาทของ Apple และ Google ในการทำให้บริการโฆษณาออนไลน์กลายเป็นระบบสอดแนมขนาดใหญ่ ที่อาจยิ่งส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้มีการเก็บและขายข้อมูลของผู้ใช้งานมากขึ้น

ทั้งนี้ เชื่อกันว่าเหยื่อที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ คนผิวสี ชนกลุ่มน้อย คนจน และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีจำนวนสูงขึ้นของบริการจ่ายยาออนไลน์เพื่อยุติการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง หลังจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอนุมัติให้มีการส่งยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์แบบดีลิเวอรี่ตั้งแต่ช่วงโควิด

ยิ่งพึ่งพาบริการออนไลน์มากขึ้น ก็ยิ่งทิ้งร่องรอยบนโลกดิจิทัลที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดูไม่สู้ดีนักในรัฐที่เข้มงวดเรื่องการทำแท้งอย่างมิสซูรีที่กำลังผลักดันให้เพิ่มมาตรการลงโทษทุกคน ทั้งที่อยู่ในรัฐและนอกรัฐที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง ทั้งหมอ คนพาไปส่ง หรือแม้กระทั่งเจ้าของเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำแท้ง

นอกจากนี้ รัฐยังอาจออกหมายค้นทางภูมิศาสตร์ (geofence warrant) เพื่อให้ผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถค้นหาฐานข้อมูลเพื่อค้นหาอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้งานทั้งหมดภายในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีได้ด้วย (Google ระบุในรายงานประจำปีว่า จำนวนการออกหมายค้นประเภทนี้ที่บริษัทได้รับเพิ่มขึ้นจาก 982 หมาย เป็น 11,554 หมาย ระหว่างปี 2018-2020)

การใช้ประวัติการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต เคยถูกใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องเอาผิดสตรีที่ทำแท้งมาแล้วในปี 2018 ในรัฐมิสซูรี ที่โดยจำเลยโดนฟ้องข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนาเเต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน (second degree murder) หลังยุติการตั้งครรภ์ด้วยตนเองที่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่นำประวัติการค้นหาวิธีการซื้อยาทำแท้งอย่าง Mifepristone และ Misoprostol ออนไลน์ของจำเลยมาเป็นหลักฐานประกอบในการดำเนินคดี

แม้ศาลจะยกฟ้องในที่สุด แต่คดีนี้ได้สร้างบรรทัดฐานเรื่องการนำ digital footprint มาใช้เอาผิดในทางกฎหมายได้ ทำให้กลุ่มรณรงค์ด้านสิทธิสตรีก็ต้องหาทางรับมือเฉพาะหน้าด้วยการออกคู่มือให้ความรู้แก่ผู้ใช้งาน เพื่อช่วยกลบร่องรอยดิจิทัลให้ได้มากที่สุด เช่น แนะนำให้ปิดการใช้ personalized ads บน Google และโซเชียลมีเดียอื่น

ไปจนถึงการปิด location sharing และการเลือกใช้บราว์เซอร์อย่าง DuckDuckGo หรือ Firefox Focus ที่ไม่บันทึกข้อมูลการค้นหาและไม่อนุญาตให้บริษัทอื่นเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน หรือไม่ก็เลือกใช้ VPNs ไปเลย นอกจากนี้ ยังแนะให้เลือก Signal หรือ WhatsApp ที่มีระบบ end-to-end encryption แทนที่การส่งข้อความใช้งานโซเชียลมีเดียทั่วไปด้วย

แม้เทคนิคเหล่านี้จะไม่สามารถปกปิดประวัติการใช้งานได้ 100% แต่อย่างน้อยก็ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานยากขึ้นในการเสาะหาร่องรอยดิจิทัลของผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม การคว่ำสิทธิทำแท้งได้ส่งผลกระทบตามมาอีกหลายมิติ ไม่เฉพาะสตรีที่ถูกลิดรอนสิทธิไปเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นวิบากกรรมที่ผู้ให้บริการดิจิทัลต้องเผชิญปัญหาอีกหลายตลบ