เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,700 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุฯเตรียมเปิดท่อ East-West Pipeline บางส่วนในเร็วๆ นี้
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุฯเตรียมเปิดท่อ East-West Pipeline บางส่วนในเร็วๆ นี้
KKP อ่านเกมส์ ‘เฟด’ มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในรอบ 3 ปี-ตลาดกังวลเรตสูงนานกว่าคาด
Finance KKP อ่านเกมส์ ‘เฟด’ มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในรอบ 3 ปี-ตลาดกังวลเรตสูงนานกว่าคาด
เบทาโกร 59 ปี พลังรุ่นสู่รุ่นเปิดตัว BeBie ร่วมสร้างอนาคต
SD เบทาโกร 59 ปี พลังรุ่นสู่รุ่นเปิดตัว BeBie ร่วมสร้างอนาคต
ทักษิณ ฟ้องกรมสรรพากร เก็บภาษี 1.5 หมื่นล้าน ชี้ซ้ำซ้อน หลังถูกยึดเงินขายหุ้น
Politics ทักษิณ ฟ้องกรมสรรพากร เก็บภาษี 1.5 หมื่นล้าน ชี้ซ้ำซ้อน หลังถูกยึดเงินขายหุ้น
ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ก.ย.) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.40 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ก.ย.) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.40 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ไทยใช้เวที Gastech 2026 ชวนสำรวจแหล่งก๊าซอันดามันรอบ 26
Economic ไทยใช้เวที Gastech 2026 ชวนสำรวจแหล่งก๊าซอันดามันรอบ 26
รถจีนแบรนด์ใหม่บุกตลาดไทย LUXEED-VOYAH จับลูกค้าอีวีไฮเอนด์
Automotive รถจีนแบรนด์ใหม่บุกตลาดไทย LUXEED-VOYAH จับลูกค้าอีวีไฮเอนด์
กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ย.) ประเทศไทยทุกภาคยังมีฝน กทม. 70% ของพื้นที่
Economic กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ย.) ประเทศไทยทุกภาคยังมีฝน กทม. 70% ของพื้นที่
ส่งออกฝ่าด่านภาษีสหรัฐลุ้นปี’70 กระจายตลาดหวังโตต่อ
Economic ส่งออกฝ่าด่านภาษีสหรัฐลุ้นปี’70 กระจายตลาดหวังโตต่อ
ดูทั้งหมด

ประธานเฟดยืนยัน พร้อมสกัดเงินเฟ้อ

01 ก.ค. 2565 | 18:20น.

ประธานเฟดยืนยัน พร้อมสกัดเงินเฟ้อ แม้จะต้องใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินเพื่อชะลอการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ปัจจัยในประเทศคาดเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวดีขึ้น จากแรงกระตุ้นของการบริโภคภาคเอกชน และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2565 สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (27/6) ที่ระดับ 35.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/6) ที่ระดับ 35.49/50 บาท

ทั้งนี้ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนพฤษภาคม 2565 ว่า เศรษฐกิจภูมิภาคในเดือนพฤษภาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้้นในทุกภูมิภาค อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นในภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลง เนื่องจากความกังวลต่อค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารโลกประจำประเทศไทย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี’65 จะขยายตัวที่ 2.9% ลดลงจากประมาณการเดิม (ธ.ค. 64) ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.9% โดยมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 65 จะฟื้นตัวได้ดีขึ้น จากแรงกระตุ้นของการบริโภคภาคเอกชน และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เท่ากับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ได้ในช่วงไตรมาส 4/65 พร้อมประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 66 จะขยายตัวที่ระดับ 4.3% จะขยายตัวที่ระดับ 4.3% และปี 67 ขยายตัวที่ระดับ 39%

โดยค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าในวันพฤหัสบดี (30/6) หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวยืนยันว่า เฟดมีความมุ่งมั่นในการสกัดเงินเฟ้อ แม้การใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินจะชะลอการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็จะไม่สร้างความเสี่ยงที่รุนแรง

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่เรามีเพื่อทำให้เงินเฟ้อปรับตัวลง ซึ่งการทำดังกล่าวก็คือการลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งแม้จะมีความเสี่ยง แต่ผมก็มองว่านี่ไม่ใช่ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อเศรษฐกิจ โดยความผิดพลาดมากกว่าที่อาจเกิดขึ้นก็คือความล้มเหลวในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา” นายพาวเวลล์กล่าวในการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จัดขึ้นที่โปรตุเกส ขณะที่มีการเคลื่อนไหวระหว่างสัปดาห์ในกรอบระหว่าง 34.95-35.62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/7) ที่ระดับ 35.60/62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 6 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีจะลดลง 3.7% นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพฤษภาคม หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนเมษายน

แต่อย่างไรก็ตามธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัสเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีชี้วัดกิจกรรมในภาคธุรกิจโดยรวมในรัฐเท็กซัสปรับตัวลงสู่ระดับ -17.7 ในเดือนมิถุนายน จากระดับ -7.3 ในเดือนพฤษภาคม โดยการปรับตัวลงของดัชนีได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน นอกจากนี้ ดัชนียังคงมีค่าเป็นลบ ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตในเท็กซัส, ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ บ่งชี้ว่า ราคาบ้านในสหรัฐได้เริ่มชะลอตัวในเดือน เม.ย.

ทั้งนี้ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 20.4% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าระดับ 20.6% ในเดือน มี.ค. ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 21.1% ในเดือน มี.ค. ทั้งนี้ในวันพฤหัสบดี (30/6) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ปริมาณการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคสหรัฐ ซึ่งครองสัดส่วนสูงกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐ ขยับขึ้นเพียง 0.2% ในเดือน พ.ค. ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ +0.4% โดยนักลงทุนรอดูดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐที่สถาบันจัดการอุปทาน (ISM) จะรายงานออกมาในคืนนี้ (1/7)

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดในวันจันทร์ (27/6) ที่ระดับ 1.0557/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อศุกร์ (24/6) ที่ระดับ 1.0550/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอดูการแถลงของนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และเจ้าหน้าที่อีซีบี ซึ่งทางนักลงทุนจะมองหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับแนวทางการคุมเข้มนโยบายทางการเงินจะเป็นในทิศทางใด

นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังคงมีแนวโน้มที่จะดูดซับเม็ดเงินออกจากระบบธนาคารเพื่อชดเชยผลกระทบที่เกิดจากมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อควบคุมเพดานต้นทุนการกู้ยืมสำหรับประเทศที่มีหนี้สินสูงในยูโรโซน หรือมาตรการสกัดกั้นการแบ่งแยกของตลาดในยูโรโซน (fragmentation) ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของอิตาลีและของประเทศที่มีหนี้สินสูงประเทศอื่น ๆ ในยูโรโซนได้พุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นับตั้งแต่อีซีบีประกาศแผนการยุติมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์และแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยอีซีบีมีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งจะถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ดีในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินยูโรได้รับแรงกดดันหลังจากนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้มีถ้อยแถลงแต่ไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายของอีซีบี โดยนางลาการ์ดกล่าวว่า อีซีบีจะปรับนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีทางเลือกที่จะปรับนโยบายอย่างแข็งกร้าว ถ้าหากแนวโน้มภาวะเงินเฟ้อในระยะกลางทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถ้าหากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการคาดการณ์เงินเฟ้ออยู่นอกเหนือการควบคุม

ทั้งนี้ นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 21 ก.ค. ซึ่งจะถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 10 ปี อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ โดยนักลงทุนจะรอดูตัวเลขอัตราเงินฟ้อของยูโรโซนที่จะได้รับการรายงานออกมาในวันนี้ เพื่อใช้ในการประเมินความแข็งกร้าวในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของอีซีบีอีกที ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.0381-1.0614 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/7) ที่ระดับ 1.0470/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (27/6) ที่ระดับ 134.77/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/6) ที่ระดับ 135.00/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสด พุ่งขึ้น 2.1% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารปรับตัวสูงขึ้น ดัชนี CPI พื้นฐานของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นนั้น ยังไม่มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินเยนยังคงส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาพลังงานในเดือน พ.ค. พุ่งขึ้น 17.1% เมื่อเทียบรายปี

ทั้งนี้ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) เปิดเผยในวันพุธ (29/6) ว่า จะเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ (Ultra-Loose Monetary Policy) ต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ได้รับกระทบรุนแรงจากวิกฤตเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยในวันพฤหัสบดี (30/6) โดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) เปิดเผยวันนี้ (30 มิ.ย.) ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเดือน พ.ค.ทรุดตัวลงมากที่สุดในรอบ 2 ปี เมื่อเทียบรายเดือน โดยได้รับแรงกดดันจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดโควิด-19 และภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนชนิดอื่น ๆ กระทบผู้ผลิต ซึ่งเพิ่มความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความยากลำบากในการฟื้นตัว

การทรุดตัวลงของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค.ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความท้าทายที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญในการสยบภาวะชะงักด้านอุปทาน และราคาวัตถุดิบและพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 134.52-136.99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/7) ที่ระดับ 135.66/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)