หลังสภาพอากาศแปรปรวนในสหรัฐอเมริกาจากปรากฏการณ์ “บอมบ์ ไซโคลน” ส่งผลให้อากาศหนาวเย็นลงอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ที่พายุฤดูหนาวพัดเข้าถล่ม จนสภาพอากาศเลวร้าย อุณหภูมิลดลงเหลือติดลบ 37 องศาเซลเซียส บางแห่งหนาวเหน็บอุณหภูมิใกล้ถึงติดลบ 100 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว นอกจากนี้ อุณหภูมิที่หนาวเย็นยังทำให้น้ำตกไนแองการ่ากลายเป็นธารน้ำแข็ง เที่ยวบินหลายเที่ยวบินถูกยกเลิก ส่งผลกระทบต่อผู้คนราว 100 ล้านคน
ชายรายหนึ่งในนิวยอร์กกำลังเอาหิมะออกจากรถ หลังพายุหิมะกระหน่ะ
พายุหิมะตกครั้งแรกเมื่อ 10 ธ.ค. 2560 จนมีหิมะหนาราว 4.5 นิ้ว ปกคลุมเรือในแม่น้ำคลับกรีนวิช รัฐคอนเนตทิคัต
หิมะตกจนปกคลุมแผงผลไม้ในนิวยอกร์ก
อุณหภูมิลดฮวบจนน้ำพุในไบรอันต์ พาร์ค นิวยอร์ก กลายเป็นน้ำแข็ง
นักท่องเที่ยวถ่ายภาพน้ำตกไนแองการ่ากลายเป็นน้ำแข็ง
น้ำตกไนแองการ่ากลายเป็นน้ำแข็ง
เครื่องบินที่สนามบินโรนัลด์ เรแกน ใกล้วอชิงตัน ดี.ซี. ต้องละลายน้ำแข็งก่อนบินขึ้น
ประชาชนเดินเลียบแม่น้ำโพโทแมกที่กลายเป็นน้ำแข็ง
คนส่งจดหมายในนิวยอร์กต้องใช้แรงดึงรถเข็นอย่างมาก เนื่องจากต้องเดินฝ่าหิมะ
หญิงนิวยอกร์กเดินฝ่าพายุหิมะ
หิมะปกคลุมทั่ววอชิงตัน ดี.ซี. รวมไปถึงบริเวณอนุสาวรีย์วอชิงตันด้วย
ชาวนิวยอร์กออกมากำจัดหิมะบนทางเท้าในตอนเช้า
คนไร้บ้านแถวทำเนียบขาว วอชิงตัน ดี.ซี. ต้องสวมเสื้อผ้าหลายชิ้น เพื่อป้องกันความหนาวเย็น