ธนารักษ์ประมูลเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แปลง “ตาก-นครพนม-กาญจนบุรี” ขายซอง 25 ม.ค.-9 ก.พ. เปิดทางกิจการร่วมค้าทุนจดทะเบียนรวมกันไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทร่วมประมูลได้ ระบุบริษัทเอกชนผู้ร่วมประมูลต้องแสดงฐานะการเงินย้อนหลัง 3 ปี-ไม่ใช้แรงงานเด็ก พร้อมเตรียมขนที่ราชพัสดุ 36 แปลงใน 21 จังหวัด เปิดประมูลให้เอกชนพัฒนาด้วย
นายปรีชา มงคลหัตถี ที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้เปิดประมูลสรรหาเอกชนเข้าร่วมลงทุนพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 3 พื้นที่ คือ ตาก นครพนม และกาญจนบุรี โดยเปิดให้เอกชนที่สนใจลงทุนติดต่อขอซื้อเอกสารเสนอโครงการลงทุนและแผนผังพัฒนาพื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. จนถึงวันที่ 9 ก.พ.2561 นี้ หลังจากนั้นอีกราว 1 เดือน จะมีการพานักลงทุนลงสำรวจพื้นที่
ทั้งนี้ สำหรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก มีเนื้อที่ประมาณ 1,055-2-81 ไร่ ตั้งอยู่ตำบลสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อัตราค่าเช่า 36,000 บาท/ไร่/ปีแรก และค่าธรรมเนียมจัดให้เช่า 250,000 บาท/ไร่/50 ปี ขณะที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม มีเนื้อที่ประมาณ 1,363-2-17.10 ไร่ ตั้งอยู่ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม อัตราค่าเช่า 8,400 บาท/ไร่/ปีแรก และค่าธรรมเนียมจัดให้เช่า 140,000 บาท/ไร่/50 ปี และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 2,979-0-72 ไร่ ตั้งอยู่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี อัตราค่าเช่า 1,200 ไร่/บาท/ไร่/ปีแรก และค่าธรรมเนียมจัดให้เช่า 20,000 บาท/ไร่/50 ปี

นายปรีชากล่าวว่า เอกชนที่จะเข้าร่วมลงทุนต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท รวมถึงกรณีเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ที่ต้องมีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกันไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท (จากเดิมกรณีกิจการร่วมค้าไม่ได้กำหนดชัดเจน) พร้อมมีผลงานที่ประสบความสำเร็จย้อนหลัง 3 ปี หรือมีประสบการณ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ ต้องแสดงฐานะทางการเงินต่อเจ้าหน้าที่ ย้อนหลังไม่เกิน 3 ปีด้วย
ส่วนหลักเกณฑ์การคัดเลือก ประกอบด้วย 3 ส่วน 1) แผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยต้องเสนอแผนการพัฒนาพื้นที่ที่ขอลงทุนและแนวคิดในการจัดทำแผนแม่บทเบื้องต้น (Conceptual Master Plan) ประกอบด้วย การจัดทำผังพัฒนาพื้นที่ สอดคล้องกับผังเมือง ชุมชน ท้องถิ่น และแผนแม่บทในระดับจังหวัด
ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชนในการประกอบธุรกิจของสหประชาชาติ อาทิ ไม่ใช่แรงงานเด็ก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการ รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงจุดเด่นภายในโครงการ/นวัตกรรมเชื่อมโยงกับไทยแลนด์ 4.0 ด้วย
2) รูปแบบจำลองเชิงธุรกิจ/ระยะเวลาดำเนินการ และศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน และ 3) เสนอผลประโยชน์ตอบแทนการเช่า (ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่ทางราชการกำหนด)
“ผู้ที่ชนะประมูลจะได้รับสิทธิประโยชน์ โดยกรมธนารักษ์จะยกเว้นค่าเช่าให้ 2 ปี หากมีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่า 10% ของเงินลงทุนในปีแรกหลังทำสัญญา แต่ถ้าลงทุน 10% ในปีที่ 2 จะยกเว้นค่าเช่าให้ 1 ปี นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้สิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกรมสรรพากรตามที่กำหนดไว้เดิม” นายปรีชากล่าว

นายปรีชากล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาได้ประมูลเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว และเขตเศรษฐกิจพิเศษตราดไปแล้ว ขณะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย และเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร ต้องมีการปรับปรุงมาตรการจูงใจนักลงทุนก่อน จึงจะมีการเปิดประมูลใหม่อีกครั้ง
ที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ กล่าวด้วยว่า ในเร็วๆ นี้ กรมธนารักษ์เตรียมที่ราชพัสดุไว้ 36 แปลง ใน 21 จังหวัด แต่ละพื้นที่มีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2 ไร่ โดยจะเปิดประมูลให้เอกชนที่สนใจเข้ามาพัฒนาพื้นที่ขนาดเล็กต่อไป
