สื่อสิงคโปร์รายงานว่า “โกตาบายา ราชปักษา” อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา เตรียมขยายเวลาพำนักในสิงคโปร์ต่อ ขณะที่โฆษกรัฐบาลศรีลังกาเผยว่า เขากำลังจะเดินทางกลับประเทศ
วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เดอะสเตรตส์ไทมส์รายงานว่า วีซ่าพำนักระยะสั้นของ “โกตาบายา ราชปักษา” อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา ที่สิงคโปร์ออกให้เมื่อเขาเดินทางไปถึงเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้รับการขยายเวลาอีก 14 วัน
ข่าวนี้มีขึ้นในขณะที่ “บันดูลา กุนาวาร์ดานะ” โฆษกรัฐบาลศรีลังกา เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคารว่า คาดว่าเขาจะเดินทางกลับศรีลังกา
โฆษกรัฐบาลเสริมด้วยว่า เขาไม่รู้ว่าอดีตประธานาธิบดีจะเดินทางกลับศรีลังกาเมื่อไร แต่ย้ำว่าโกตาบายาไม่ได้หลบซ่อน และไม่ได้ถูกเนรเทศ
บลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศรีลังกาอีกคนหนึ่งที่ขอไม่ระบุชื่อกล่าวว่า โกตาบายาต้องการกลับศรีลังกาโดยเร็วที่สุด และกระตือรือร้นที่จะกลับไปใช้ชีวิตในที่พักส่วนตัวของเขาที่เขตชานเมืองกรุงโคลอมโบ
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม โกตาบายาอายุ 73 ปี ได้รับวีซ่า 14 วัน เมื่อเดินทางถึงสนามบินชางงี ด้วยเที่ยวบินจากมัลดีฟส์
เขาหนีออกจากศรีลังกาท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้น และการประท้วงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น จนส่งผลต่อราคาสินค้าที่จำเป็น เช่น อาหาร และเชื้อเพลิง
ไม่นานหลังจากเขาเดินทางมาถึงสิงคโปร์ โกตาบายาได้ยื่นลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐสภาศรีลังกา เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม
“รานิล วิกรมสิงเห” พันธมิตรของเขา และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เดอะสเตรตส์ไทมส์เข้าใจว่าวีซ่าใหม่ของโกตาบายาจะหมดอายุในวันที่ 11 สิงหาคมนี้
ก่อนหน้านี้โกตาบายาพำนักอยู่ที่โรงแรมใจกลางเมือง แต่คาดว่าได้ย้ายไปยังที่พักส่วนตัวแห่งหนึ่งแล้ว
เขาเก็บตัวเงียบตั้งแต่เดินทางมาถึง และไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะ
ไม่นานหลังจากเขาเดินทางมาถึงสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า โกตาบายาได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเป็นการส่วนตัว พร้อมระบุว่า เขาไม่ได้ขอลี้ภัย และโดยทั่วไปแล้วสิงคโปร์ไม่อนุญาตสำหรับการขอลี้ภัย
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจเผยว่า ผู้มาเยือนจากศรีลังกาที่เดินทางเข้าสิงคโปร์ โดยทั่วไปจะได้วีซ่าพำนักระยะสั้น ซึ่งมีระยะเวลาสูงสุด 30 วัน
สำหรับผู้ที่ต้องการขยายเวลาพักในสิงคโปร์สามารถสมัครออนไลน์เพื่อต่ออายุวีซ่าได้ ซึ่งจะมีการประเมินเป็นรายกรณีไป