เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ดูทั้งหมด

กสทช.แตก รองเลขาธิการฟ้อง ม.157 ฟัน 4 กสทช. ปมบอลโลก

12 ก.ย. 2566 | 16:10น.
ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล

รองเลขาธิการ กสทช. “ไตรรัตน์” ยื่นฟ้อง 4 กสทช. 1 รองเลขาฯ ปมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

วันที่ 12 กันยายน 2566 รายงานข่าวจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ระบุว่า นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. สายงานยุทธศาสตร์และกิจการองค์กร รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง ที่ 1 ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ที่ 2 รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช.

ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ 3 รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม ที่ 4 ผศ.ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ที่ 5 เป็นจำเลย ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 155/2566 ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 86, 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

เหตุคดีนี้เกิดจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2566 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีคำสั่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ลับ) ที่ 7/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

โดยอนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเป็นบุคคลที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เสนอให้เข้ามาทำหน้าที่ในคณะอนุกรรมการเองท้้งสิ้น และอาจมีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายประกาศที่เกี่ยวข้องและมติที่ประชุม กสทช. รวมทั้งข้อเสนอของ กกท. ที่ได้ยื่นการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) ตลอดจนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่ได้ทำไว้กับสำนักงาน กสทช.

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2566 คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง (ลับ) โดยคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวได้ประชุมพิจารณามีความเห็นในการประชุมคณะอนุกรรมการ ครั้งที่ 6/2566 ด้วยคะแนนเสียงส่วนมาก 4 เสียง มีความเห็นว่า

กรณีการดำเนินการสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย อาจมีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศที่เกี่ยวข้อง และมติที่ประชุม กสทช. รวมทั้งข้อเสนอของ กกท. ที่ได้ยื่นขอรับการสนับสนุนจากกองทุน กทปส. ตลอดจน MOU ที่ได้ทำกับสำนักงาน กสทช. ส่วนอนุกรรมการอีก 2 เสียง ไม่ลงความเห็น 

และในวันประชุม กสทช. ครั้งที่ 13/2566 วันที่ 9 มิถุนายน 2566 ระเบียบวาระที่ 5.22 : รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด รายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายนั้น ที่ประชุมได้มีมติ ดังนี้ 

1. รับทราบรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 

2. ที่ประชุมมีการพิจารณาข้อเสนอตามรายงาน ข้อ 1 ที่เสนอว่า การดำเนินการของ การกระทำของนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล (โจทก์) รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย อาจมีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศที่เกี่ยวข้องและมติที่ประชุม กสทช. รวมทั้งข้อเสนอของ กกท. ที่ได้ยื่นขอรับการสนับสนุนจากกองทุน กทปส. ตลอดจน MOU ที่ได้ทำไว้กับสำนักงาน กสทช.

โดยจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 4 ได้ลงมติเสียงข้างมากให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ และลงมติให้มีการเปลี่ยนตัวรองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. (หมายถึงโจทก์) จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

รายงานข่าวระบุว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ที่พิจารณาลงมติระเบียบวาระที่ 5.22 เป็นการกระทำที่ขัดต่อระเบียบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2555 ข้อ 21 และข้อ 29

จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 4 ในฐานะ กสทช. จึงไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการลงมติให้ประธานกรรมการหรือสำนักงาน กสทช. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 4 ได้สมคบกันเพื่อใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะกรรมการ กสทช.

โดยวางแผนการและแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อให้ที่ประชุม กสทช. ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 13/2566 วาระที่ 5.22 มีมติปลดโจทก์ออกจากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. โดยมีเจตนาทุจริตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้จำเลยที่ 5 โดยเสนอให้ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งจำเลยที่ 5 เป็นผู้รักษาการเลขาธิการ กสทช. แทนโจทก์

ทั้งนี้ เมื่อมีการจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์แล้ว ปรากฏว่าสื่อมวลชนได้มีการนำเสนอและเผยแพร่ข่าวที่ กสทช. มีมติปลดโจทก์ และให้โจทก์หยุดปฏิบัติหน้าที่ ผ่านทางสื่อหลายสำนัก หลายช่องทางด้วยกัน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากการนำเสนอข่าวดังกล่าว และเสียโอกาสในหน้าที่การงาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. บอร์ด กสทช.