เปิด 5 เหตุผล ทำไมสาวกแอปเปิลตัดสินใจส่งคืน Apple Vision Pro ?

apple vision pro
REUTERS/Brendan McDermid

ชวนสำรวจ 5 เหตุผลที่ทำให้ “สาวกแอปเปิล” ตัดสินใจคืน “Apple Vision Pro” แว่น Mixed Reality แห่งอนาคตของ “Apple” หลังวางจำหน่ายได้เพียง 2 สัปดาห์

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า แม้ว่า “Apple Vision Pro” แว่น Mixed Reality รุ่นแรกของ “แอปเปิล” (Apple) จะเป็นสินค้าที่สาวกแอปเปิลหลายคนรอคอย และรีบจับจองเป็นเจ้าของตั้งแต่ Apple เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันที่ 19 ม.ค. และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ก.พ. 2567 ตามเวลาสหรัฐ แต่ปัจจุบันกระแสในภาพรวมกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น

โดยปกติแล้วทุกคนที่ซื้อสินค้าของ Apple จะสามารถคืนสินค้าและรับเงินคืนเต็มจำนวนได้ตาม “กฎ 14 วัน” หรือการคืนสินค้าภายใน 14 วันนับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อสินค้า ซึ่งหลังจาก Apple วางจำหน่าย Apple Vision Pro ผู้ใช้ที่ซื้อในลอตแรกเริ่มนำเครื่องมาคืนที่ร้านตามกฎดังกล่าวด้วยเหตุผลที่ต่างกันออกไป

สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้ทำการสัมภาษณ์และรวบรวมความเห็นของผู้ใช้ Apple Vision Pro ที่ทำการส่งมอบเครื่องคืนให้กับ Apple ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไว้ดังนี้

1. อุปกรณ์หนักเกินไป และมีความยุ่งยากในการสวมใส่ ทำให้ปวดหัวและไม่สบายตัวในการใช้งาน

Advertisment

2. แอปพลิเคชั่นที่รองรับการใช้งานโดยเฉพาะยังมีน้อย ไม่คุ้มค่ากับราคา

3. ฟีเจอร์การทำงานไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้ใช้ไปกว่าการใช้จอภาพปกติ และยังเพิ่มความลำบากในการใช้งานในระยะยาวด้วย

4. จอแสดงผลมีแสงจ้ามากเกินไป รวมถึงขอบเขตการมองเห็นยังแคบ ทำให้เกิดอาการปวดตาระหว่างใช้งาน

5. แว่นรุ่นดังกล่าวทำให้ผู้ใช้รู้สึกโดดเดี่ยวจากครอบครัวและเพื่อนฝูง อีกทั้ง Apple Vision Pro ยังไม่สามารถส่งต่อให้ผู้อื่นได้ง่าย ๆ เนื่องจากจำเป็นต้องมีการปรับขนาดให้เข้ากับใบหน้าของผู้สวมใส่

Advertisment

นายบินญามิน โกลด์แมน (Binyamin Goldman) ผู้บริหารของ BZG Apps กล่าวว่า ตนซื้ออุปกรณ์เพื่อศึกษาการทำงานสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นในเครือ แต่เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ กลับพบว่าตัวแว่นหนักเกินไป และให้ความรู้สึกเหมือนมองภาพผ่านกล้องที่มีความละเอียดเพียง 720 พิกเซลเท่านั้น

“จริง ๆ ผมไม่ได้ต้องการที่จะส่งเครื่องคืน Apple เลย แต่การใช้งานในระยะยาวยังคงเป็นสิ่งที่ทำได้อย่างยากลำบาก รวมถึงยังจำกัดการแสดงผลจากจอ Mac ครั้งละ 1 จอเท่านั้น”

รายงานข่าวระบุด้วยว่า อัตราการส่งคืน Apple Vision Pro สูงกว่าค่าเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในช่วงที่ทำการเปิดตัว ซึ่งบางสาขามีการรับมอบแว่นรุ่นดังกล่าว 1-2 เครื่องต่อวัน ส่วนในสาขาใหญ่ ๆ มีการรับมอบประมาณ 8 เครื่องต่อวัน โดยพนักขายของ Apple ได้มีการพูดคุยกับลูกค้าถึงสาเหตุในการคืนเครื่องและรวบรวมข้อมูลกลับไปให้บริษัทแม่

อย่างไรก็ตาม ความเห็นของผู้ใช้ยังคงแตกออกเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งมีทั้งฝั่งที่ไม่ประทับใจกับการใช้งาน และชื่นชอบในการใช้งานมาก โดยมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ในรุ่นถัดไปเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น iPhone รุ่นแรกไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย 3G ได้ และไม่มีบริการของ App Store, iPad ไม่สามารถทำงานแบบมัลติทาสก์ได้ และ Apple Watch รุ่นดั้งเดิมที่ยังไม่มีคุณสมบัติกันน้ำ เป็นต้น

ทั้งนี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า Apple Vision Pro รุ่นถัดไปอาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกหลายส่วน และน่าจะมีกำหนดการเปิดตัวอย่างน้อยในอีก 18 เดือนข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า หลังจาก Apple วางจำหน่าย Apple Vision Pro เฉพาะในสหรัฐ ก็มีผู้ใช้ที่อาศัยอยู่ในประเทศอื่น ๆ พยายามตามหาแว่นรุ่นดังกล่าวมาลองใช้เป็นกลุ่มแรก ๆ จนทำให้ราคาซื้อขาย “เครื่องหิ้ว” ในต่างประเทศสูงกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (180,000 บาท) จากปกติ 3,499 ดอลลาร์สหรัฐ (125,000 บาท)

ตัวอย่างเช่น ในเมอคาริ (Mercari) แพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้ามือหนึ่งและมือสองในญี่ปุ่น วางจำหน่ายรุ่นเริ่มต้น 256GB ในราคา 800,000 เยน (5,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 193,000 บาท) และใน Taobao แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ของจีน วางจำหน่ายในราคา 36,000 หยวน (5,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 180,000 บาท) เป็นต้น