พลังแห่ง Apple Vision Pro ดันราคาเครื่องหิ้วทะลุ 180,000 บาท

apple vision pro
REUTERS/Brendan McDermid

ความนิยม “Apple Vision Pro” ยังไม่แผ่ว ดันราคาการซื้อขายในต่างประเทศสูงถึง 180,000-220,000 บาท

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า หลังจาก “แอปเปิล” (Apple) วางจำหน่าย “Apple Vision Pro” แว่น Mixed Reality รุ่นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2567 ก็ได้รับการตอบรับจากสาวกแอปเปิลและผู้ใช้งานที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แว่นรุ่นดังกล่าวเป็นอย่างดี

และด้วยข้อจำกัดที่ Apple Vision Pro ยังวางจำหน่ายบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Apple และ Apple Store ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น จึงทำให้เกิดการซื้อ “เครื่องหิ้ว” หรือการซื้อขายในช่องทางการจำหน่ายอย่างไม่เป็นทางการในประเทศอื่น ๆ ขึ้นมา ซึ่งดันราคาของแว่นรุ่นดังกล่าวไปที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (180,000 บาท) จากปกติ 3,499 ดอลลาร์สหรัฐ (125,000 บาท)

โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รวบรวมข้อมูลและสรุปราคาการซื้อขาย Apple Vision Pro ในต่างประเทศมาไว้ดังนี้

  • ในเมอคาริ (Mercari) แพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้ามือหนึ่งและมือสองในญี่ปุ่น วางจำหน่ายรุ่นเริ่มต้น 256GB ในราคา 800,000 เยน (5,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 193,000 บาท)
  • ใน Taobao แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ของจีน วางจำหน่ายในราคา 36,000 หยวน (5,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 180,000 บาท)
  • ในลาซาด้า (Lazada) ประเทศสิงคโปร์ มีการเสนอขายในราคา 8,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ (6,300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 226,000 บาท)
  • ร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในย่านมงก๊กของฮ่องกง เสนอขายในราคา 35,800 ดอลลาร์ฮ่องกง (4,580 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 164,000 บาท) ซึ่งราคาจะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน

นายอีแวน แลม (Ivan Lam) นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยตลาด Counterpoint Research กล่าวว่า การจำหน่าย Apple Vision Pro นอกตลาดในช่องทางการจำหน่ายอย่างไม่เป็นทางการ ที่ดันราคาอุปกรณ์สูงกว่าราคาปกติเกือบเท่าตัวมาจากแนวโน้มของอุปทานที่มีอย่างจำกัด เนื่องจาก Apple ตัดสินใจจำหน่ายแว่นรุ่นดังกล่าวในสหรัฐเท่านั้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีการปรับแต่งแว่นให้เข้ากับใบหน้าของผู้สวมใส่แต่ละคน


นอกจากนี้ นายไบรแอน มา (Bryan Ma) นักวิเคราะห์ของ IDC กล่าวว่า นอกจากแฟน ๆ สินค้าของ Apple จะทุ่มเงินกับแว่น Mixed Reality รุ่นนี้แล้ว ยังมีความต้องการจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในต่างประเทศ เพื่อศึกษาการทำงานของอุปกรณ์และพัฒนาแอปพลิเคชั่นออกมารองรับการใช้งานต่อไป