ขาขึ้นขนส่งเย็น ‘Fuze Post’ ปั๊มรายได้ทะลุ 200 ล้านบาท
การส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) หรือ “ส่งเย็น” กลายเป็นเค้กแสนหวานก้อนใหม่ของเหล่าผู้ให้บริการธุรกิจขนส่ง จากแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องของอีคอมเมิร์ซ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมซื้อสินค้าแช่เย็นผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
3 ปีก่อนพี่ใหญ่ “ไปรษณีย์ไทย” ขยับเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดนี้ โดยร่วมลงทุนกับอีก 2 ผู้ให้บริการธุรกิจขนส่งรายใหญ่อย่าง “เจดับเบิ้ลยูดี” (JWD) ในเครือ SCG และ “แฟลช เอ็กซ์เพรส” (Flash Express) ตั้งบริษัทใหม่ ฟิ้วซ์ โพสต์ (Fuze Post) ให้บริการขนส่งด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิ
จากข้อมูลบน Creden Data พบว่า บริษัท ฟิ้วซ์ โพสต์ จำกัด จดทะเบียนตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2565 อยู่ในกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าแช่เย็น หรือแช่แข็งทางถนน มีทุนจดทะเบียนที่ 130 ล้านบาท มีสัดส่วนการถือหุ้น ดังนี้
1.เจดับเบิ้ลยูดี ทรานสปอร์ต ประเทศไทย 37.5% 2.แฟลช เอ็กซ์เพรส 37.5% และ 3.ไปรษณีย์ไทย 25%
สำหรับผลประกอบการตั้งแต่ปี 2565-2567 พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ในภาพรวมจะยังขาดทุนอยู่ โดยในปี 2565 มีรายได้ 23.5 ล้านบาท ขาดทุน 19.3 ล้านบาท ปี 2566 มีรายได้ 124 ล้านบาท ขาดทุน 30.8 ล้านบาท และปี 2567 มีรายได้ 182 ล้านบาท ขาดทุน 19.7 ล้านบาท
“ดนันท์ สุภัทรพันธุ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ตลาดมีความต้องการบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การขยายตัวของอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ การบริโภคอาหารสด และอาหารแช่แข็ง รวมไปถึงแรงหนุนจากจุดให้บริการส่งสินค้าที่มีจำนวนมากขึ้น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตาม และตรวจสอบ การขยายตัวของคลังสินค้า และความรวดเร็วในการส่ง
ในปี 2567 ที่ผ่านมาบริการฟิ้วซ์ โพสต์ มีปริมาณชิ้นงานเติบโตจากปี 2566 ถึง 201% ส่วนภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงสุดคือภาคใต้และภาคตะวันออก ที่ใช้บริการผ่านจุด Drop Off ของไปรษณีย์ไทย ส่วนใหญ่ใช้บริการเพื่อส่งอาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลสด เนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูป ผัก ผลไม้ อาหารปรุงสุก
“ช่วงแรกเราเจาะไปที่ภาคใต้กับภาคตะวันออกก่อน เพราะตลาดอาหารทะเลน่าจะมีดีมานด์สูงกว่าตลาดอื่น แต่พอขยายการให้บริการไปภาคอื่น ๆ ด้วย ก็เห็นว่ามีดีมานด์ไม่น้อยไปกว่ากัน เช่น ภาคเหนือนิยมส่งไส้อั่วและแหนมหมู ส่วนภาคอีสานมีการส่งแมลงดิบมาให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าเอาไปปรุงสุก และขายลูกค้าในกรุงเทพฯ ต่อ เป็นต้น”
สำหรับไปรษณีย์ไทย “ดนันท์” กล่าวว่าได้เพิ่มจุดให้บริการ Drop Off ฝากส่งสิ่งของควบคุมอุณหภูมิ ณ ไปรษณีย์ทั่วประเทศรวมกว่า 1,400 แห่ง (ข้อมูล ณ เดือน พ.ค. 2568) กระจายในทุกภูมิภาค ด้วยโลเกชั่นต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีทรัพยากรที่พร้อมให้บริการไม่ว่าจะเป็นจำนวนเจ้าหน้าที่ รถขนส่ง คลังสินค้า และเทคโนโลยีรักษาคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ
“การขยายจุด Drop Off เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยส่งเสริมความสามารถในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในตลาดที่เติบโตก้าวกระโดดทุกปี เป็นการเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจต่าง ๆ ต่อยอดรูปแบบการผลิต และจำหน่ายสินค้าได้ด้วย เช่น ผู้ประกอบการแพปลาจะสามารถขายสินค้าได้ทั่วประเทศ ไม่ต้องผูกติดกับการขายแค่ในตลาดสดอย่างเดียว”
“ดนันท์” บอกด้วยว่า ไปรษณีย์ไทยใช้เครือข่ายที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศในการดูแลระบบขนส่งสินค้า ตั้งแต่ First Mile จนถึง Last Mile ทั้งในรูปแบบ Full Truck Load บริการขนส่งสินค้าแบบเต็มคัน โดยขนส่งตรงจากจุดรับไปยังจุดส่งได้ทันที
“การแข่งขันในตลาดส่งเย็นสูงมาก มีผู้เล่นหลายรายครองตลาดอยู่แล้ว เช่น INTER EXPRESS LOGISTICS และ NiM Express แต่เราก็ตั้งเป้าว่าใน 3-5 ปี ฟิ้วซ์ โพสต์ จะขึ้นแท่นผู้ให้บริการอันดับต้น ๆ ของตลาด”
แม่ทัพ “ไปรษณีย์ไทย” ทิ้งท้ายด้วยว่า “ฟิ้วซ์ โพสต์” เป็นหนึ่งในการดำเนินกลยุทธ์ “Specialize Logistics” หรือขนส่งแบบพิเศษที่มีแค่ไปรษณีย์ไทยเท่านั้นที่ทำได้ และมั่นใจมากว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีรายได้เกิน 200 ล้านบาทแน่นอน เป้ารายได้ไม่น่าห่วง แต่จะถึงขั้นล้างตัวเลขขาดทุนได้ไหมยังต้องลุ้นกันต่อ