เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
Business 5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
ดูทั้งหมด

ถอดรหัส 25 ปี เทเลนอร์ เอเชีย Jon Omund  เปิดพิมพ์เขียว ‘ยุทธศาสตร์ AI’ และหลักการเติบโตที่ ‘ครอบคลุม-ยั่งยืน

02 ธ.ค. 2568 | 20:00น.

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลครั้งใหญ่กำลังกำหนดโฉมหน้าของโลกใบนี้ และ ‘เอเชีย’ กำลังกลายเป็น ‘ศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่เร็วที่สุดในโลก’ เมื่อการเชื่อมต่อไม่จำกัดอยู่แค่การสื่อสารส่วนบุคคล แต่ขยายขอบเขตไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ

ด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง ผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจึงต้องมีวิสัยทัศน์ที่แหลมคม เพื่อก้าวทันความต้องการของอนาคต และในวันนี้เราได้รับเกียรตินั่งพูดคุยกับ ‘Jon Omund Revhaug’, Head of Telenor Asia ผู้คร่ำหวอดใน เทเลนอร์ กรุ๊ป มานานกว่า 25 ปี และมีประสบการณ์ทำงานในเอเชียมากกว่า 15 ปี ทั้งยังเป็นคีย์แมนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังดีลควบรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง ทรู และ ดีแทค

ซึ่ง Jon Omund เชื่อมั่นว่า ช่วงเวลา 5-10 ปีนับจากนี้ จะเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ที่เทคโนโลยีอย่าง 5G และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทเหนือกว่าที่เคยเป็นมา แต่การเติบโตนี้จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ หากขาดหลักการสำคัญอย่าง ‘ความครอบคลุม’ (Inclusive) และ ‘ความยั่งยืน’ (Sustainable)

ในการสนทนาครั้งนี้ Jon Omund ได้เปิดมุมมองของเทเลนอร์ เอเชีย ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสัญชาตินอร์เวย์ หรือที่คนไทยคุ้นเคยในฐานะเจ้าของเดิมของ ‘ดีแทค’ พร้อมเล่าถึงบทบาทใหม่ของเทคโนโลยีมือถือในสังคมดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาค และเบื้องหลังดีลควบรวม ทรู และ ดีแทค ที่มุ่งสร้างผู้นำด้านดิจิทัล (Digital Growth Champion) ของไทย ทั้งหมดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของเทเลนอร์ ในฐานะ ‘คู่ร่วมทางระยะยาว’ ที่กำลังวางรากฐานเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยและเอเชียให้เติบโตอย่างมั่นคงในยุค AI ครองโลก

ภารกิจควบรวมทรู-ดีแทค กับการสร้าง ‘Digital Champion’ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ

Jon Omund ชี้ว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สามารถรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยพลังของพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีขนาดธุรกิจเพียงพอจะรองรับการลงทุนในเทคโนโลยีขนาดใหญ่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) นำไปสู่การควบรวมระหว่างทรู (True) และดีแทค (Dtac) ถือเป็นการวางรากฐานเพื่อกำหนดทิศทางของตลาดโทรคมนาคมไทยในระยะยาว

ผลของการควบรวมนี้ได้สร้างความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จนทำให้ปัจจุบัน ทรู กลายเป็น ผู้นำด้านดิจิทัลของประเทศไทย (Digital Champion) ที่พร้อมเดินหน้าพัฒนาบริการและนำนวัตกรรม AI มาขับเคลื่อนประเทศ ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากพอจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของประเทศ

ตลอดสองปีกว่าหลังการควบรวม Jon Omund อธิบายว่า กลยุทธ์หลักของเทเลนอร์ เอเชีย คือการทุ่มเททรัพยากรเพื่อสนับสนุนองค์กรใหม่ให้เกิดการบูรณาการทั้งในด้านโครงสร้างองค์กร เครือข่าย และระบบไอที ภายใต้สโลแกนว่า ‘Better Together’ เพื่อสื่อถึงการรวมพลังของทั้งสองวัฒนธรรมให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม

ดังนั้น นิยามความสำเร็จที่แท้จริงสำหรับเทเลนอร์ จึงไม่ได้วัดเพียงผลประกอบการทางการเงินหรือการสร้าง Synergy เท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรม และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างองค์กรที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อส่งมอบคุณค่าให้ทั้งลูกค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้นไปพร้อมกัน

ความสำเร็จที่วัดได้จากผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งนี้ เป็นการยืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่เทคโนโลยีหลักอย่าง 5G และ AI จะต้องเข้ามาเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในยุคต่อไป

5G และ AI รากฐานใหม่ของสังคมสมัยใหม่

เนื่องจากเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์มือถือเป็นหลัก (mobile-first) ดังนั้น การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายมือถือจึงยังคงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อ 5G เข้ามามีบทบาทในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แตกต่างจากยุคก่อนๆ

เมื่อพิจารณาบทบาทเดิมของเครือข่ายมือถือ (2G-4G) ที่ทำหน้าที่เพียงเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน แต่เทคโนโลยี 5G จะก้าวไปไกลกว่าเดิม กลายเป็นฐานสำคัญของบริการขั้นสูงที่ขับเคลื่อนสังคมสมัยใหม่ ตั้งแต่ระบบขนส่งสาธารณะ การจัดการเหตุฉุกเฉิน ระบบป้องกันประเทศ ไปจนถึงเมืองอัจฉริยะ (Smart City)

ยุทธศาสตร์ AI และความรับผิดชอบ (Responsible AI)

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะไม่สมบูรณ์หากขาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ เนื่องจาก AI ช่วยสร้างบริการใหม่ๆ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมีความสำคัญและเป็นรากฐานของทุกระบบในอนาคต

อย่างไรก็ดี ด้วยศักยภาพอันมหาศาลของ AI การนำไปใช้ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบสูงสุด ซึ่งเป็นเหตุผลให้เทเลนอร์กำหนดกรอบพิมพ์เขียวสำหรับ Responsible AI เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ ปลอดภัย และตอบโจทย์ลูกค้าอย่างเหมาะสม

จากแนวคิดดังกล่าว เทเลนอร์จึงเดินหน้ารับมือกับคลื่นเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI โดย Jon Omund ได้อธิบายถึงกลยุทธ์และแนวทางการนำ AI มาปรับใช้ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างมีความรับผิดชอบ โดยแบ่งเป็นสองด้านหลัก

ด้านแรกคือ การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งการลดต้นทุนและบริหารเครือข่ายอย่างชาญฉลาด รวมถึงการสร้างความแตกต่างผ่านการเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ทำให้เกิด ‘Hyper Personalization’ หรือการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำและเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงชีวิต

ด้านที่สองคือ การสร้างความเชื่อมั่นและกำกับดูแล AI อย่างเข้มข้น Jon Omund เน้นย้ำว่า การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเทเลนอร์ยึดหลักสิทธิมนุษยชนและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ผ่านกรอบความร่วมมือระดับโลก อาทิ Singapore AI Verify และ GSMA Responsible AI Framework เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และโปร่งใส

นอกจากนี้ เทเลนอร์ยังให้ความสำคัญกับ อธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) โดยเปิดศูนย์ข้อมูล AI แห่งแรกในนอร์เวย์ ซึ่งควบคุมและดำเนินงานภายในประเทศอย่างสมบูรณ์ เพื่อเป็นโซลูชันที่ปลอดภัยและเป็นอธิปไตยทางข้อมูล

เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์ Jon Omund เปรียบเทียบง่ายๆ ด้วยกีฬาโอลิมปิก “ลองนึกถึงนักกีฬาที่เก่งที่สุดของโลก พวกเขาจะเจอกันทุก 4 ปี และสมรรถนะของนักกีฬาอาจพัฒนาได้ราว 1% ต่อปี ดังนั้นนับจากโอลิมปิกไปอีกสี่ปี สมรรถนะอาจพัฒนาได้ราว 4-5% ขณะที่เทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถพัฒนาขึ้นถึงพันเท่าต่อปี ซึ่งเหนือกว่าสิ่งที่มนุษย์ทำได้ทุกวัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเทคโนโลยีจึงทรงพลังและสำคัญมาก แต่ก็ต้องระมัดระวังในการปรับใช้ให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างเหมาะสม”

ความท้าทายในอาเซียน การเติบโตที่ ‘ครอบคลุม’ และ ‘ยั่งยืน’

แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะนำมาซึ่งโอกาสมหาศาล แต่ความท้าทายที่สำคัญที่สุดสำหรับตลาดอาเซียน คือ การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ให้เป็นไปอย่าง ‘ครอบคลุม’ (Inclusive) และ ‘ยั่งยืน’ (Sustainable) เพื่อให้สังคมในอนาคตเติบโตอย่างสมดุล

  1. ความครอบคลุม (Inclusive) และการลดช่องว่างดิจิทัล Jon Omund ระบุว่า หนึ่งในความท้าทายใหญ่ของภูมิภาคนี้คือ ช่องว่างทางดิจิทัล (Digital Divide) ดังนั้น ต้องทำให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม และเทเลนอร์ได้ดำเนินโครงการมากมายผ่านทรู เพื่อสร้างทักษะดิจิทัลให้กับทั้งผู้บริโภค ลูกค้า และพนักงาน โดยมุ่งพัฒนากรอบการทำงานด้านดิจิทัลและ AI ผ่านการอบรมและความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์
  2. ความยั่งยืน (Sustainable) และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่เทเลนอร์ให้ความสำคัญ โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานของ Science Based Targets Initiative (SBTI) ด้วยกลยุทธ์ดังนี้
  • การใช้พลังงานหมุนเวียน ใช้ข้อตกลงซื้อขายพลังงานหมุนเวียน (PPAs) และร่วมมือกับผู้พัฒนาพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
  • การทำงานกับหน่วยงานกำกับดูแล ทำงานร่วมกับหน่วยงานในประเทศต่างๆ เช่น บังกลาเทศและปากีสถาน เพื่อผลักดันให้มีเครื่องมือและกลไกสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รวมถึงการดำเนินงานในประเทศไทยร่วมกับทรู ขณะที่มาเลเซีย ได้ดำเนินงานร่วมกับ Celcom-Digi ที่ร่วมกันตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาวอย่างเป็นระบบ

รากฐานแห่งผู้นำ ‘เคารพ โปร่งใส ซื่อสัตย์’ และ ‘กฎห้านิ้ว’

เมื่อย้อนถึงเส้นทางการทำงานก่อนรับตำแหน่ง CEO ของเทเลนอร์ เอเชีย Jon Omund ใช้ชีวิตการทำงานกว่า 25 ปีในองค์กร โดยมีส่วนร่วมในหลากหลายภารกิจ ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในอินเดียและพม่า จนถึงการกลับมาประเทศไทยในช่วงการควบรวมกิจการระหว่าง ทรู และ ดีแทค โดย Jon Omund รู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่ได้กลับมาทำงานในเอเชียอีกครั้ง เพราะภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยพลัง ความหลากหลาย และโอกาสที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งเขายังประทับใจกับพลังและสปิริต ‘can do’ ของผู้คนในทุกประเทศ

“ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาถึงเอเชีย ผมประทับใจกับพลังและสปิริต ‘can do’ ของผู้คนในทุกประเทศ ผมชอบสิงคโปร์เพราะความเรียบง่าย ชอบประเทศไทยในฐานะ ‘ดินแดนแห่งรอยยิ้ม’ ที่เปี่ยมด้วยโอกาส ชอบมาเลเซียในเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนเมียนมาเป็นประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาเลย ขณะที่บังกลาเทศกับปากีสถานก็เป็นประเทศที่กำลังเติบโตอย่างมีพลังและความมุ่งมั่น ทุกประเทศมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง และผมก็สนุกกับทุกช่วงเวลาที่ได้ทำงานในแต่ละที่จริงๆ”

ที่สำคัญ Jon Omund เชื่อว่าการเติบโตขององค์กรที่ยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากขาดรากฐานของคุณค่าที่ถูกต้อง หลักการทำงานของเขาจึงตั้งอยู่บนสามค่านิยมสำคัญของเทเลนอร์ ได้แก่

ความเคารพ (Respect) การเคารพทั้งตนเอง ผู้อื่น และวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพราะความเข้าใจและยอมรับคือจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

ความโปร่งใส (Transparency) ความกล้าที่จะเปิดเผยปัญหาและพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา เพื่อร่วมกันหาทางออกอย่างสร้างสรรค์

ความซื่อสัตย์ (Honesty) รากฐานที่ทำให้องค์กรยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เพราะทุกคนต่างทำงานบนพื้นฐานของความจริงใจและความไว้วางใจ

นอกจากค่านิยมหลักแล้ว สิ่งที่สะท้อนตัวตนของ Jon Omund ได้ชัดเจนที่สุดคือ ‘กฎห้านิ้ว’ (Five Finger Rule) หลักคิดส่วนตัวที่เป็นแนวทางทั้งในการทำงาน การใช้ชีวิต และการเลี้ยงดูครอบครัว

  • นิ้วหัวแม่มือ คือ ความอดทน (Grit) ทุกอย่างต้องใช้เวลา ต้องมีความอดทนและยืนหยัดต่อเนื่อง
  • นิ้วชี้ คือ ทิศทาง (Direction) ทีมและองค์กรต้องมีทิศทางที่ชัดเจน ผู้นำต้องสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจ
  • นิ้วกลาง คือ ความเคารพ (Respect) ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพ และคาดหวังการตอบกลับเช่นกัน
  • นิ้วนาง คือ ความสัมพันธ์ (Relations) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการทำงานเป็นทีมเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงใหญ่
  • นิ้วก้อย คือ การมีอารมณ์ขันต่อตนเอง (Self-Irony) ทัศนคติเล็กๆ ที่ช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้

หลักการเหล่านี้เองเป็นเข็มทิศสำคัญที่นำพาองค์กรให้สามารถวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่ในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงก้าวสำคัญอย่างดีลควบรวม ทรู-ดีแทค

จากทั้งหมดที่ Jon Omund Revhaug ถ่ายทอดไว้ สะท้อนภาพชัดเจนว่า เทเลนอร์ เอเชียกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ของการเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล ด้วยเป้าหมายในการเชื่อมต่อผู้คน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืน เพื่อร่วมวางรากฐานอนาคตของเอเชียให้ก้าวไปข้างหน้า ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “เทคโนโลยีจะมีคุณค่าที่แท้จริง ก็ต่อเมื่อมันช่วยยกระดับชีวิตผู้คน และสร้างประโยชน์ให้สังคมได้อย่างยั่งยืน”