เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
World สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
“รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
Business “รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
Economic ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
50th Impact ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
ดูทั้งหมด

เมื่อ Netflix ต้องกลืนน้ำลายตัวเองเพื่ออยู่รอด

23 เม.ย. 2565 | 11:56น.
NETFLIX
คอลัมน์ : Tech Time
โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

โจทย์หินที่ Netflix เผชิญอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่แค่การหาวิธีอุดรอยรั่วไม่ให้ลูกค้าไหลออก แต่ต้องหาวิธีการอุดที่ไม่ส่งผลให้ตัวเองโดน disrupt เองด้วย

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา Netflix สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะผู้พลิกโฉมวงการบันเทิงผ่านการให้บริการสตรีมมิ่งที่เสิร์ฟคอนเทนต์หลากหลายถึงบ้านในราคามิตรภาพ

แต่หลังจากอิ่มเอิบกับความรุ่งโรจน์มาหลายปี ความร่วงโรยก็เริ่มมาเยือน

นักวิเคราะห์เริ่มใจแป้วตั้งแต่กลางปีก่อน เมื่อ Netflix ประกาศว่ามียอดลูกค้าใหม่ต่ำสุดในรอบ 8 ปี หรือเพิ่มเพียง 5.5 ล้านรายในช่วง 6 เดือนแรกของปี

ตอนนั้นผู้บริหารอ้างว่าช่วงล็อกดาวน์ไม่สามารถผลิตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ได้ ทำให้ตัวเลขอาจจะดูอืด ๆ ไปสักหน่อย แต่เชื่อว่าผลงานครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น พร้อมกับประกาศเข้าสู่วงการเกมสตรีมมิ่งด้วยหวังว่าจะเป็นบริการเสริมที่ช่วยรักษาฐานลูกค้าได้

แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2022 ด้วยยอดลูกค้า “ลดลง” เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี แม้ตัวเลข 2 แสนรายของลูกค้าที่ไหลออกจากระบบจะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าทั้งหมดที่มีอยู่ถึง 221.64 ล้านราย แต่ก็ส่งผลสะเทือนทางจิตวิทยาอย่างสูง ฉุดให้หุ้นของบริษัทร่วงไปถึง 35% ในวันเดียว

คราวนี้ผู้บริหารแจกแจงว่ามาจากการแข่งขันที่รุนแรง ปัญหาการแชร์ “พาสเวิร์ด” ในกลุ่มลูกค้า ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

เพื่ออุดรอยรั่วบริษัทต้องกลืนน้ำลายตัวเองหลายอึกเลยทีเดียว

เริ่มจากการออกมาตรการปราบปรามการ “แชร์พาสเวิร์ด” โดยตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลองระบบใหม่ในละตินอเมริกา ที่ให้สมาชิกหลักเป็นคนรับภาระค่าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นจากการแชร์พาสเวิร์ด

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Netflix เป็นแบรนด์ที่มีความเป็น “มิตร” กับผู้บริโภคสูง ซึ่งเหตุผลหนึ่งก็มาจากการให้สมาชิกสามารถแชร์ “พาสเวิร์ด” นั่นเอง

บริษัทยอมรับว่าที่ผ่านมาบริษัทจงใจปล่อยให้มีการแชร์พาสเวิร์ดอย่างแพร่หลายเพื่อจูงใจผู้บริโภค แต่เมื่อมาถึงวันที่จำนวนสมาชิกที่แชร์พาสเวิร์ดแตะระดับ 100 ล้านราย บริษัทก็ไม่สามารถ “ใจดี” ได้อีกต่อไป

แม้จะยังไม่มีรายละเอียดว่าจะขยายผลไปทั่วโลกอย่างไร แต่ผู้บริหารแย้มว่าน่าจะเห็นการ take action ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นราวต้นปีหน้า

อีกมาตรการหนึ่งที่บริษัทกำลัง “พิจารณา” คือ การออกแพ็กเกจราคาถูกแบบมีโฆษณา เพื่อมอบ “ทางเลือก” ให้แก่ผู้บริโภคที่ไม่รังเกียจการดูโฆษณาบางช่วงเพื่อแลกกับค่าบริการที่ถูกลง

ที่ผ่านมา Netflix ปฏิเสธการยิงโฆษณามาโดยตลอดเพราะไม่อยากทำให้เสีย “อรรถรส” ในการรับชม

การปล่อยให้ดูหนังยาว ๆ แบบไม่มีโฆษณาแทรก ถือเป็นหมัดเด็ดที่สร้างความแตกต่างให้กับ Netflix ในฐานะ disruptor ของอุตสาหกรรม

แต่มาวันนี้เมื่อถูกบีบด้วยการแข่งขันที่รุนแรง บริษัทก็จำเป็นต้องกลับลำหันมาใช้เทคนิคการสร้างรายได้แบบดั้งเดิมที่ตนเองเคยดูแคลน

จากที่เคยปฏิวัติวงการ ก็อาจกลายเป็นคนที่โดน disrupt เสียเอง

เพราะคู่แข่งที่เคยเป็นขาใหญ่ของวงการไม่ว่าจะเป็น Disney Warner และ Paramount ต่างออกแพ็กเกจที่มีโฆษณากันทั่วหน้า

แต่ยิ่ง Netflix หันมาใช้วิธีการเดียวกับผู้เล่นดั้งเดิมเท่าไหร่ จุดแข็งที่สร้างความแตกต่างให้บริษัทก็ยิ่งรางเลือน

จอน คริสเตียน ผู้ก่อตั้ง OnPrem บริษัทให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีสื่อและบันเทิงบอก New York Times ว่า จากที่เคยถูกจัดว่าเป็นหุ้นเทคโนโลยี Netflix กำลังค่อย ๆ ถูกประเมินในฐานะผู้ให้บริการคอนเทนต์แบบดั้งเดิมเข้าไปทุกที

ปัญหาคือ Netflix ไม่มีแต้มต่อแบบที่ผู้เล่นรายเดิมมี เช่นในขณะที่ Disney มีทั้งหนังโรง สวนสนุก และผลิตสินค้าของตัวเอง ทำให้มีช่องทางหารายได้หลากหลาย Netflix มีแค่บริการสตรีมมิ่งอย่างเดียว

หากอยากอยู่รอดบริษัทจึงจำเป็นต้องแตกไลน์ธุรกิจออกไปอีก ซึ่งบริษัทก็พยายามอยู่ เช่น การให้บริการเกมมิ่ง แต่ก็ยังไม่โดดเด่นพอจะช่วยพยุงสถานการณ์ได้ แถมบริการหลักก็เริ่มสั่นคลอนจากที่เคยมีคอนเทนต์ที่โดดเด่น

วันนี้คู่แข่งตีตื้นด้วยการปล่อยซีรีส์เด็ด ๆ ออกมาเพียบ ทั้ง “Severance” ของ Apple TV “The Dropout” ของ Hulu และ “The Gilded Age” ของ HBO Max

ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดของ Deloitte ที่พบว่าสาเหตุหลักที่ยอดลูกค้าไหลออกในอเมริกาอยู่ในระดับสูงถึง 37% มาจากเหตุผลด้านราคาและการขาดคอนเทนต์ใหม่ ๆ

หาก Netflix ยังไม่สามารถแก้ปัญหาทั้ง 2 ข้อนี้ได้ จำนวนลูกค้าไหลออกในไตรมาสหน้าอาจสูงกว่าตัวเลข 2 ล้านรายที่บริษัทประเมินไว้ก็เป็นได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เน็ตฟลิกซ์ (Netflix)