โควิดในจีนหนัก กระทบส่งออกทุเรียนทวายของภาคใต้ที่กำลังพีก ส่งออก 100 ตู้ต่อวัน ล่าสุดผู้ประกอบการจีนหยุดรับซื้อชั่วคราว เหตุคนจีนไม่นิยมซื้อ เชื่อว่ากินแล้วร้อนใน พ่อค้าแม่ค้าจีนต้องดัมพ์ราคาขายแบบซื้อ 1 แถม 1 เหลือไม่ถึง 100 บาทต่อ กก. ผู้ส่งออกอ่วมแบกต้นทุนตู้ละ 5 ล้านบาท ด้านใบ GAP รหัสใหม่ยังมีปัญหาสวมสิทธิ์
แหล่งข่าวจากแผงรับซื้อทุเรียนใน จ.ชุมพร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีนที่กลับมารุนแรงช่วงนี้และอาจจะยาวไปถึงปลายเดือนมกราคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงตรุษจีน ทำให้ทุเรียนขายไม่ออก ล้นตลาดจีน ส่งผลต่อราคาลดลงกว่า 50% ความหวังที่ราคาทุเรียนจะพลิกฟื้นมาช่วงปีใหม่ ตรุษจีน ที่ราคา 200 บาทต่อ กก.คงเป็นไปไม่ได้ ในทางกลับกันความนิยมบริโภคทุเรียนน้อยลงช่วงโควิดระบาด เพราะความเชื่อว่าบริโภคแล้วจะยิ่งทำให้ร้อนใน
ช่วงนี้คนจีนหันมาบริโภคผลไม้ที่มีวิตามิน C สูง เช่น เชอร์รี่ ส้ม สาลี่ ผลไม้เหล่านี้ราคาเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ผู้ประกอบการจีนจึงสั่งให้ล้งในประเทศไทยต้องปิดการรับซื้อทุเรียนชั่วคราว เพื่อระบายทุเรียนในตลาดจีนให้หมด ทำให้ราคาทุเรียนหน้าสวนรูดลงจาก 170-180 บาทต่อ กก. เหลือ 120-130 บาทต่อ กก.
“ตอนนี้ทุเรียนใต้ปริมาณส่งออกวันละ 100 ตู้ เพราะเป็นช่วงกำลังจะหมดรุ่น แต่ต้องเผชิญปัญหาการตลาดจีนอย่างหนัก เพราะการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ทุเรียนไทยขายยาก และมีการดัมพ์ราคากันในตลาดเพื่อไม่ให้ของเน่าเสีย ทุเรียนที่ซื้อจากใต้ราคา 160 บาทต่อ กก. แต่พอส่งไปถึงตลาดจีนตอนนี้ราคาประมาณ 200-400 หยวนต่อกล่อง (1 กล่องน้ำหนัก 18-19 กก.) ขายกันแบบซื้อ 1 ลูกแถม 1 ลูก เท่ากับเหลือไม่ถึง 100 บาทต่อกก.
“ยกตัวอย่างตอนนี้มีผู้ส่งออกบางรายส่งทุเรียนไป 10 ตู้ น้ำหนักตู้ละ 18 ตัน ต้นทุนตู้ละประมาณ 5 ล้านบาท ตอนนี้เพิ่งขายได้ 2 ตู้ ยิ่งช่วงปีใหม่ ตรุษจีน จะต้องส่งออกในช่วงวันที่ 5-10 มกราคม 2566 คาดว่าราคาไม่น่าสูงถึง 180-200 บาทต่อ กก.ตามที่คาด เพราะราคาที่เปิดแผง 130 บาทต่อ กก. ล้งต้องขอลดราคาเหมาสวนลง กก.ละ 70 บาท ถ้าไม่ได้ต้องยอมทิ้งมัดจำ” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนภาคใต้จังหวัดชุมพรหลายรายกล่าวถึงเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ช่วงฤดูทุเรียนทวายภาคใต้ปีนี้ มีปัญหาคุณภาพทุเรียนไม่ดีจากสภาพอากาศแปรปรวนด้วย ตอนช่วงเปิดฤดูกาลเดือนตุลาคม 2565 ราคาดีดขึ้น เกรด AB กก.ละ 180-200 บาท พ่อค้าเก็งกำไรแย่งกันเหมาสวนแบบ “คว่ำหนาม” (เหมาซื้อทุกลูกไม่แบ่งเกรด) ทำให้พบทุเรียนไม่มีคุณภาพส่งออกไปปลายทาง ตลาดไม่เดิน
ราคาทุเรียนตกต่ำ ราคารับซื้อถูกปรับลดลงมาเหลือ 150-160 บาท และจีนนำเข้าผลไม้เชอร์รี่จำนวนมาก ทำให้ล้งขาดทุนเริ่มชะลอการรับซื้อ แต่ตอนนี้สัปดาห์สุดท้ายเดือนธันวาคม 2565 สถานการณ์โควิด-19 หนักขึ้น มีการจำกัดปริมาณรับซื้อน้อยลง ราคาลดลง กก. หลือ 120-130 บาท
นอกจากนี้ การส่งออกทุเรียนไปจีน ชาวสวนทุเรียนในภาคใต้ประสบปัญหาการขึ้นทะเบียนใบรับรองการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) รูปแบบใหม่ โดยชาวสวนส่วนใหญ่เพิ่งมาตื่นตัวทำใบรับรอง GAP รหัสใหม่กัน ขณะที่สำนักงานศุลกากรจีน (GACC) ประกาศขึ้นทะเบียนใบรับรอง GAP รหัสใหม่ และเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2565 ในช่วงของรอยต่อรหัสเก่า-ใหม่ซึ่งตรงกับการส่งออกทุเรียนทวายภาคใต้ ทำให้การส่งออกมีปัญหา
ทั้งนี้ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้เรียกประชุมหน่วยงาน สวพ. 1-8 ด่านตรวจพืชทั่วประเทศ เพื่อให้บริการการใช้ GAP รหัสใหม่ และเปิดให้ยื่นคำขอ ePhyto ได้ 24 ชั่วโมง
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ 7 ให้ข้อมูลว่า สวพ. 7 ได้ขึ้นทะเบียนใบรับรอง GAP และส่งให้ GACC อัพเดตเพื่อประกาศในวันที่ 26 ธันวาคม 2565 จำนวน 20,000 กว่าแปลง ประมาณ 70-80% ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด น่าจะเพียงพอกับการส่งออก เพราะปี 2565 มีการนำใบ GAP ไปใช้เพียง 4,000-5,000 ใบเท่านั้น
ปัญหาตอนนี้คือผู้ประกอบการต้องขอใบ GAP จากชาวสวนโดยตรง ประกอบการขอเอกสาร ePhyto เพื่อส่งออก ทั้งนี้ ข้อมูลการนำไปใช้ต้องบันทึกทุกครั้ง ระบุวันที่ขาย จำนวนที่ขาย และผู้รับซื้อ เพื่อบันทึกในฐานข้อมูล ป้องกันการสวมสิทธิ ที่ผ่านมาได้ประชาสัมพันธ์ โรงคัดบรรจุ ชิปปิ้ง และเกษตรกรแล้ว