5 จังหวัดเมืองรองคึกคัก ดันซอฟต์เพาเวอร์ท่องเที่ยวสู่เวทีโลก

นครพนม

การตื่นตัวของ 10 จังหวัดเมืองรอง ที่หอการค้าไทยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คัดเลือกมา เพื่อจะนำร่องสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ แพร่ ลำปาง นครสวรรค์ นครพนม ศรีสะเกษ จันทบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และตรัง ตลอดเดือนที่ผ่านมาภาครัฐและภาคเอกชนในแต่ละจังหวัดต่างเร่งทำแผนเพื่อนำเสนอสู่ภาครัฐ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สำรวจ 5 ใน 10 จังหวัด พบว่าแต่ละจังหวัดมีของดี มีอัตลักษณ์ มีธรรมชาติอันงดงามที่พร้อมให้ทุกคนไปเยี่ยมเยียน เพื่อสร้างมูลค่าให้สูงขึ้น

“นครพนม” ชูไหลเรือไฟโลก

นายธนพัต ทีฆธนานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมเป็น 1 ใน 10 เมืองรองที่จะยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก ที่ผ่านมาพยายามหาอัตลักษณ์ว่าจะเป็นเมืองหลักในรูปแบบใด โดยมีเป้าหมายใหญ่เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) จะเน้นจัด 2 งานอีเวนต์ใหญ่ ซึ่งต้องการยกระดับให้เป็นงานระดับโลกคือ 1.งานบวงสรวงพระยาศรีสัตตนาคราช ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี และ 2.ประเพณีไหลเรือไฟ ซึ่งจัดช่วงออกพรรษาของทุกปี รวมถึงจะมีการจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวในแต่ละเดือน เพื่อยกระดับกิจกรรมต่าง ๆ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมแผนโปรโมต ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมค่อนข้างมีความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางบก ทางอากาศ แม้มีสายการบินเดียว แต่มีถึง 4 เที่ยวบินต่อวัน รวมถึงเป็นประตูผ่านสู่ สปป.ลาวไปยังเวียดนาม และจีนตอนใต้

นอกจากนี้อยากผลักดันให้เป็นเมืองสีเขียว โดยจะทำบ่อบำบัดกรองน้ำเสียก่อนปล่อยลงแม่น้ำโขง 3 จุดทั่วเมือง เพื่อให้แม่น้ำโขงสะอาดขึ้น ส่งผลให้การเพาะพันธุ์ปลา วิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำกลับมาดีขึ้น รวมถึงการจัดการขยะ ซึ่งนครพนมมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2565 มีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 2 ล้านคน แบ่งเป็น คนไทย 1,900,000 คน ต่างชาติ 100,000 คน และคาดว่าหลังการโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองรองจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 40% มีมูลค่าเศรษฐกิจรวม 48,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 3,160 ล้านบาท หรือเฉลี่ยจะทำให้ประชากรในจังหวัดมีรายได้อยู่ที่ 87,000 บาทต่อคน/ปี

“จันท์” ชู Food Festival Film

นายศักดิ์สกุล ศุภกฤตอนันต์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2567 โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลมอบให้เมืองรองที่ได้รับคัดเลือกต้องพัฒนาสู่เมืองหลัก เป้าหมายคือเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาพักค้าง 4 ล้านคน/ครั้ง/ปี โดยปี 2566 ททท.มีนักท่องเที่ยวมาพักค้าง ประมาณ 2.8-2.9 ล้านคน เหลืออีกเพียง 1.1-1.2 ล้านจะก้าวขึ้นสู่เมืองหลัก

จันทบุรี

การนำเสนอ Soft Power เป็นจุดขายเพื่อกระตุ้นดึงนักท่องเที่ยวมาจันทบุรี คือ อาหาร (Food) ของจันทบุรี ที่แข็งแกร่ง ทั้ง 10 อำเภอ เป็นอาหาร “สำรับจันท์” ไม่ใช่จานเดียว เป็นอาหารที่มีคุณค่า ดีต่อสุขภาพและมีเรื่องราวต่างกัน นำมาร้อยเรียงได้ทุกโปรดักต์ เช่น จันทบุรีมีเส้นทางสายศรัทธา วัดบุปผาราม เป็นวัดที่ 3 เป็นหางมังกร 9 แฉก เราใช้ Soft Power เล่นได้ แนะนำให้มาทานอาหารมงคล 9 อย่าง เป็นอาหารสำรับความอร่อยและสำรับความสุขที่เสิร์ฟให้นักท่องเที่ยว Festival ปี 2567 ช่วงโลว์ซีซั่น ททท.เตรียมดึง ของดี เกร็ดประวัติศาสตร์เมืองจันทบุรีมาจัดอีเวนต์ ให้ยิ่งใหญ่ เป็นมิติเดียวในภาคตะวันออก และ Film การทำหนังสั้นหรือคลิปต่าง ๆ ใช้โลเกชั่น ชุมชนต่าง ๆ แหล่งวัฒนธรรม จุดชมวิวที่สวยงามในจันทบุรีเป็นฉากหลัง สร้างไวรัลเป็นกระแสได้

“ตอนนี้ Soft Power อาหารมาก่อน ททท.สนง.จันทบุรี ชิมลางทำแคมเปญการตลาด ‘งานสำรับจันท์xมหัศจรรย์ (แห่งรสชาติ) มหานที’ ตอน ‘ต้อนรับทะเลหวานจันทบุรี มหานทีแห่งความอุดมสมบูรณ์’ ร่วมกับผู้ประกอบการ โรงแรม ร้านอาหาร 60 ราย มอบคูปองส่วนลดอาหารจัดสำรับจันท์ 250 บาท ให้นักท่องเที่ยวที่มาพักค้างที่จันทบุรี 600 สิทธิเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2566 จะสิ้นสุดวันที่ 15 มกราคม 2567 ผลตอบรับเกินคาด ภาคเอกชนขอขยายเวลาและลงทุนทำคูปองเองต่ออีก 1,000 สิทธิ”

“ลำปาง” ดันเซรามิก-ผ้าย้อมครั่ง

นายพีระรักษ์ พิชญกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดลำปางเป็น 1 ใน 10 เมืองรองที่รัฐบาลจะนำร่องยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มั่งคั่ง ยั่งยืน และผลักดันเรื่อง Soft Power โดยหอการค้าจังหวัดลำปาง ภาคอุดมศึกษา และหน่วยงานภาครัฐจะผลักดันสิ่งที่มีในจังหวัดให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วยคุณค่า เริ่มจากการ Transform พื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว โดยจะดึงกลุ่มอุตสาหกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาลงทุนในพื้นที่ ซึ่งอนาคตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะลดกำลังการผลิตเปลี่ยนการใช้พลังงานถ่านหินเป็นโซลาร์ และพลังงานทางเลือกอื่น ซึ่ง กฟผ.มีพื้นที่สัมปทาน 90,000 ไร่ บริเวณรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า ทั้งนี้ หากรัฐบาลไฟเขียวจะทำให้เกิดการค้าการลงทุนในพื้นที่ กระแสเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่น ดึงแรงงานคุณภาพเข้าสู่พื้นที่ ทำให้เกิดเศรษฐกิจมูลค่าสูงต่อจังหวัดลำปางที่เป็นความยั่งยืน

นายพีระรักษ์กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่อง Soft Power ของจังหวัดลำปาง จะผลักดันและนำเสนอรัฐบาลในการสนับสนุน 2 ส่วนสำคัญคือ สินค้าและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โดยสินค้าเด่น จะชู 2 กลุ่มสินค้าคือ “เซรามิก” และ “ผ้าที่ย้อมด้วยสีจากครั่ง” ซึ่งเซรามิกลำปางเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของประเทศ โดยต้องมีการพัฒนาปรับรูปแบบด้วยการเติม 3 สิ่งคือ Design, Story และ Value ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจอุตสาหกรรมเซรามิกของลำปางเริ่มฟื้นตัว กำลังการผลิต ของหลาย ๆ โรงงานเริ่มดีขึ้น หากมีการเติม Design, Story และ Value เข้าไป เชื่อว่าจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจได้เพิ่มมากขึ้น สินค้าจะมีดีไซน์ และขายได้ง่ายมากขึ้น ขณะที่สินค้ากลุ่ม “ผ้าที่ย้อมด้วยสีจากครั่ง” ที่ผลักดันโดยผู้ว่าราชการจังหวัด และปรับปรุงคุณสมบัติเชิงวิทยาศาสตร์โดยนายกเหล่ากาชาด ซึ่งจังหวัดลำปางถือเป็นแหล่งผลิตครั่งขนาดใหญ่ของประเทศ

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งลำปางมีวัดเมียนมามากที่สุดในประเทศไทย สามารถเดินตามรอยประวัติศาสตร์ ค้นหาเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ ทั้งนี้ ต้องทำให้การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มีความสนุก โดยอาจดึงอินฟลูเอนเซอร์ เข้ามาเป็นคนเดินเรื่องให้เกิดความสนุก ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสเมืองลำปางได้มากขึ้น

กาญจน์ มุ่งสู่เมืองภาพยนตร์

นายวิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็น 1 ใน 10 เมืองรองที่รัฐบาลจะนำร่องยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวหลักนั้น ได้ตั้งเป้าหมายว่าอยากเป็นเมืองสร้างสรรค์ภาพยนตร์

ที่ผ่านมามีกองถ่ายภาพยนตร์ ละคร โฆษณา มาถ่ายทำที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย อาทิ น้ำตกเอราวัณ น้ำตกไทรโยค สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานมอญ แต่ต้องมีการขออนุมัติจากทางราชการ ล่าสุด ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้พูดคุยกับทางภาครัฐและเอกชนอยากยกระดับให้เป็นเมืองภาพยนตร์สร้างสรรค์ และประกาศให้ทั่วประเทศได้รู้ว่าสามารถมาถ่ายทำรายการที่กาญจนบุรีได้ ส่วนแผนการโปรโมตต่าง ๆ รอทางจังหวัดประกาศ

“แม้จังหวัดกาญจนบุรีอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองหลัก เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาเกิน 3 ล้านคนต่อปี เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจาก กรุงเทพฯ และชลบุรี มีรายได้การท่องเที่ยวอยู่อันดับ 10 ซึ่งถือว่ายังน้อยหากเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวทางหอการค้าไทยจึงบรรจุเป็นเมืองรอง เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น และมีมูลค่าสูงขึ้น”

“ศรีสะเกษ” น่าอยู่คู่สุขภาพ

นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดศรีสะเกษถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 เมืองรองที่รัฐบาลจะนำร่องยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก จึงอยากผลักดันให้เป็นเมืองน่าอยู่คู่สุขภาพ ผสมผสานวัฒนธรรม เนื่องจากมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีการจัดงานอีเวนต์ด้านกีฬา ดนตรี การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดที่เป็นแหล่งเชื่อมโยงกับประวัติศาตร์ รวมถึง “ผามออีแดง” ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ


ซึ่งทางจังหวัดก็พยายามผลักดันให้มีการเปิดจุดผ่านแดนเพื่อเข้าไปเขาพระวิหาร และปีที่แล้วมีการประกาศให้ผาพญากูปรี อำเภอภูสิงห์ เป็น Unseen ประเทศไทย ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์หลักคือ ทุเรียนภูเขาไฟ, หาดสุขสำราญ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดน้ำหยดแรกของจังหวัดศรีสะเกษ เกาะกลางน้ำศรีสะเกษ ที่มีถนนรอบเกาะ 3.7 กิโลเมตร และในเร็ว ๆ นี้จะมีการทำปฏิทินท่องเที่ยว เพื่อโปรโมตให้คนทั่วไปได้รู้จักจังหวัดศรีสะเกษมากยิ่งขึ้น ตอนนี้อยู่ในช่วงการวางแผนร่วมกันกับทางจังหวัด