เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
Economic ‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
Columns อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
Economic ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
Economic พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
Biz Movement NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
Finance SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
SD CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Biz Movement จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
SD Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
ดูทั้งหมด

“หมาก” ไทยส่งออกพุ่ง 5 พันล้าน ทุนจีนเล็งตั้งโรงงานแปรรูปที่ “พัทลุง” ซื้อไม่อั้น

29 พ.ย. 2564 | 09:25น.
‘หมาก’ไทยส่งออกพุ่ง 5 พันล้าน ทุนจีนเล็งตั้งโรงงานแปรรูปที่‘พัทลุง’ซื้อไม่อั้น

พัทลุงเร่งส่งเสริมปลูกต้นหมาก หลังต่างประเทศแห่ซื้อผล “หมาก” ไทยไม่อั้น ทำยอดส่งออกพุ่งเฉียด 5 พันล้านบาท โดยเฉพาะตลาดหลัก “เมียนมา” อัตราขยายตัว 215% จากปีก่อน 1,714 ล้านบาท แค่ 10 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่ขรี จ.พัทลุง เผยจีน-อินเดีย มากว้านซื้อทั้ง “หมากอ่อน-หมากสุก-หมากแก่” ไม่อั้นกว่า 1,000 ตัน/เดือน ล่าสุดปลายเดือน พ.ย.นี้ ทุนจีนดอดเช่าที่ดินตั้ง “โรงงานผลิตช็อกโกแลต-สแน็ก” จากหมาก

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ เจ้าของตลาดและอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ประเทศจีนและประเทศอินเดียมีความต้องการผลผลิตหมากของประเทศไทยจำนวนมากแบบไม่จำกัดจำนวน

โดยเฉพาะประเทศจีนต้องการผลหมากอ่อน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ช็อกโกแลต สแน็ก

ส่วนอินเดียต้องการหมากแก่ หมากสุก ประมาณ 600 ตันต่อเดือน นำไปแปรรูปเป็นเครื่องฟอกย้อมเสื้อผ้าส่าหรีปริมาณมากหลากหลายสี และนำไปสกัดเป็นยารักษาโรคได้

แต่ปัจจุบันผลผลิตในประเทศไทยยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงมีการหารือกับ น.ส.ณัฐฐิญา ชำนาญ พาณิชย์จังหวัดพัทลุง พร้อมลงพื้นที่ อ.ตะโหมด อ.กงหรา จ.พัทลุง เพื่อหารือร่วมกับผู้ประกอบการส่งออกหมากไปต่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางส่งเสริมการปลูกหมากและแนวทางการตลาด

“เดิมมีการปลูกหมากตามบริเวณพื้นที่บ้านแนวเขต แนวริมถนน แนวริมสวน โดยบรรพบุรุษปลูกไว้เป็นประจำในครัวเรือนจนสืบทอดมาถึงปัจจุบัน แต่ปัจจุบันหลายพื้นที่มีการโค่นหมากออกไปพอควร เราจึงต้องหาแนวทางส่งเสริมการปลูกหมาก เพื่อสนองต่อความต้องการของตลาดส่งออกที่มีสูง

“ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เห็นสมควรทำการวิจัยสายพันธุ์หมาก เพื่อไม่ให้ลำต้นสูงจนเกินไป โดยให้ได้ประมาณ 5 เมตร จึงเหมาะสม

“อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหมากถือเป็นพืชที่ได้รับการวางเฉยกันมาตลอด แต่เมื่อมีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นชัดเจน ควรวางแนวทางการวิจัย พัฒนาส่งเสริมให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น

แนวทางการดูแลบำรุงรักษา วางแนวการปลูกเพิ่ม เช่น แซมตามสวนผลไม้ต่าง ๆ สวนยางพารา สวนทุเรียน สวนปาล์มน้ำมัน และตามแนวเขต ซึ่งมีพื้นที่อยู่จำนวนมาก”

ดร.สมบัติกล่าวต่อไปว่า ในปลายเดือนพฤศจิกายน 2564 นักลงทุนจากประเทศจีน ที่เข้ามารับซื้อหมากจากเกษตรกรในภาคใต้ของประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว เตรียมเข้ามาทำสัญญาเช่าพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี หมู่ 1 อ.ตะโหมด จ.พัทลุง

เพื่อลงทุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปหมากอ่อน ซึ่งเป็นโกดังและตลาดการค้า พร้อมขนอุปกรณ์เครื่องจักรมาลงผลิตทันที โดยมีแผนทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ช็อกโกแลต และสแน็ก

ทั้งนี้ ปัจจุบันนักลงทุนจีนกลุ่มนี้สามารถรับซื้อหมากได้ประมาณ 15 ตัน/วัน หรือประมาณ 400 กว่าตันต่อเดือน จากพื้นที่ทางภาคใต้ ได้แก่ จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดในประเทศจีน

ทั้งนี้ การเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปหมากอ่อนของนักลงทุนจีน ส่งผลให้ราคาหมากในพื้นที่ดีขึ้น โดยจีนรับซื้อหมากอ่อนอยู่ที่ 25 บาท/กก. จากค่าส่งหมากตามพื้นที่ต่าง ๆ ประเมินเบื้องต้น

คาดว่าเงินหมุนเวียนประมาณ 370,000 บาท/วัน จากหมากอ่อนที่รับซื้อจำนวน 15 ตัน/วัน หรือประมาณ 15,000 กก. และยังไม่รวมหมากแก่ หมากสุก อีก 600 ตัน/เดือน ที่เป็นเงินประมาณ 15 ล้านบาท/เดือน จะส่งผลให้ในพื้นที่เกิดการจ้างงาน สร้างเศรษฐกิจที่ดี

ดร.สมบัติกล่าวต่อไปว่า การที่นักลงทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานแปรรูปหมากอ่อนเป็นผลิตภัณฑ์ ที่เขตเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เนื่องจากใกล้แหล่งวัตถุดิบ

ถือเป็นศูนย์กลางการตลาดสินค้าหมากในพื้นที่จากหลายอำเภอและหลายจังหวัดใกล้เคียง และอยู่ใกล้กับท่าเรือน้ำลึกสงขลา ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิต และการขนส่ง

รายงานข่าวจากนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตร จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ทุกหมู่บ้านใน 11 อำเภอ ของ จ.พัทลุง มีต้นหมากแทบจะทุกครัวเรือน และต้นหมากมีทั่วภาคใต้

เนื่องจากมีสภาพอากาศความชื้นสูง มีฝนตกประมาณ 2,000 มิลลิเมตรขึ้นไป ซึ่งมีความเหมาะสมกับการปลูกหมาก สำหรับ จ.พัทลุง พื้นที่ปลูกมากบริเวณริมภูเขาบรรทัดเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่า เช่น อ.ตะโหมด ป่าบอน กงหรา ศรีนครินทร์ เป็นต้น

โดยต้นหมากที่สมบูรณ์จะให้ผลผลิตประมาณ 6-8 ทะลาย/ต้น/ปี หรือประมาณ 60 กก./ต้น/ปีส่วนต้นหมากที่ไม่สมบูรณ์จะให้ผลผลิตประมาณ 2 ทะลาย/ต้น/ปี

ทั้งนี้ หมากนิยมนำไปแปรรูปใน 3 ประเภทธุรกิจทั้งในอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง และรับประทาน

สำหรับการตลาดภายในประเทศไทยยังมีการบริโภค นำไปประกอบการพิธีการต่าง ๆ เช่น งานแต่ง งานบุญฯลฯ และตลาดต่างประเทศ โดย จ.พัทลุงมีการส่งไปยังไต้หวันปริมาณมาก จากเดิมส่งออกไปประเทศเมียนมา และอินเดีย ฯลฯ

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า หมากถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจ ปี 2562 มีมูลค่าการส่งออก 2,029.17 ล้านบาท ปี 2563 มีมูลค่าการส่งออก 2,286.41 ล้านบาท ปี 2564 (ม.ค.-ต.ค. 64) เพียงช่วง 10 เดือน ตลาดส่งออกเติบโตสูงกว่าเท่าตัว มีมูลค่า 4,714.18 ล้านบาท

โดยประเทศที่ส่งออกหมาก 15 อันดับแรกของไทย ได้แก่ 1.เมียนมา 2.บังกลาเทศ 3.เวียดนาม 4.ซาอุดีอาระเบีย 5.สหราชอาณาจักร 6.อินเดีย 7.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) 8.เยเมน 9.จีน 10.สหรัฐอเมริกา 11.ไต้หวัน 12.โอมาน 13.มัลดีฟส์ 14.ลาว และ15.เดนมาร์ก

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี ระบุว่า แรงงานอินเดียยังนิยมบริโภคหมาก และในเชิงธุรกิจ ใช้หมากเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมฟอกหนัง ฟอกเส้นใย ทำยารักษาโรค

รวมถึงการใช้บริโภคในลักษณะของสมุนไพร คือ นำไปสกัดจะได้ไขมัน เมือก ยางและสารอัลคาลอยด์ ชื่อ ARECOLINE มีแทนนินสูง สามารถใช้ในทางอุตสาหกรรม เช่น ใช้ทำสีต่าง ๆ ใช้ย้อมแหและอวน ซึ่งทำให้นิ่มและอ่อนตัวและยืดอายุการใช้งานได้นาน เส้นด้ายไม่เปื่อยเร็ว

นอกจากนี้ สามารถใช้สกัดทำยารักษาโรค เช่น ยาสมานแผล ยาขับพยาธิในสัตว์ ยาแก้ท้องเดิน ท้องเสีย ยาขับพิษ ยาทาแก้คันน้ำมันนวด ยาขับปัสสาวะ และยาแก้ปากเปื่อย เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออกสินค้า