ตราด-ระยอง-จันท์ จี้รัฐจ่าย 40% เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3-4

ตามที่รัฐบาลสนับสนุนโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 1-4 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฟส 3 เปิดบริการให้ใช้สิทธิตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึง 31 มกราคม 2565 ระยะเวลาสิ้นสุดโครงการภายใน 28 กุมภาพันธ์ 2565

โดยให้ ททท.ร่วมกับธนาคารกรุงไทยเร่งรัดการเบิกจ่ายให้ผู้ประกอบการในส่วนที่รัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% (ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน) ประชาชนชำระ 60% คูปองอาหาร 600 บาท/คืน ค่าตั๋วเครื่องบิน 40% ไม่เกิน 2,000 บาท หรือ 3,000 บาทตามเงื่อนไขแต่ละจังหวัด และให้ผู้ประกอบการที่พัก โรงแรม ร้านค้าร้านอาหารต่าง ๆ ปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรการต่าง ๆ

ส่วนเฟส 4 ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 1 ก.พ.-31 พ.ค. 65 เข้าพักได้ตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ เกรงจะมีปัญหาสะสม สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคตะวันออกเตรียมรวบรวมปัญหาความล่าช้าเฟส 3 เสนอสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเข้าที่ประชุม กรอ.

หวั่นกระทบเงินหมุนเวียน

นายสัคศิษฐ์ มุ่งการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ตราด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การสำรวจปัญหาของผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 ที่ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุน 40% จากภาครัฐ โดยที่ผู้ประกอบการบางรายผ่านระยะเวลาการใช้สิทธิมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน มาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ปิดโครงการไปแล้ว มีปัญหาในกลุ่มลูกค้าจองเกิน 5 สิทธิต่อครั้ง ที่ใช้สิทธิตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 ได้มีการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมถูกต้องครบถ้วนแล้ว ยังไม่ได้รับเงิน

ในขณะที่ในรอบการทำบัญชีส่งสรรพากรทุกเดือน ภ.พ.30 (VAT 7%) การออกใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ผู้ประกอบการต้องออก 100% รับภาระส่วนที่รัฐสนับสนุน 40% ด้วย รวมทั้งโครงการเฟส 4 ลูกค้าเข้าพักตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ยอดเงินสนับสนุน 40% ครบกำหนด 14 วัน ผู้ประกอบการจัดทำเอกสารถูกต้องครบถ้วนยังไม่ได้รับ หวั่นปัญหายอดเงินสะสมส่งผลกระทบเงินหมุนเวียน

“สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขต 9 ระยอง จันทบุรี ตราด ได้จัดประชุมสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้ง 3 จังหวัดในวันที่ 15 มีนาคม ผ่านระบบซูม ให้ผู้ประกอบการได้ชี้แจงปัญหาเป็นรายกรณี เพื่อรวบรวมปัญหา นำเสนอสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 20 มีนาคมนี้” นายสัคศิษฐ์กล่าว

รัฐค้างชำระ 2 แสน

นางพรทิพย์ สุนทรกิจ ผู้จัดการ โรงแรมไชยเชษฐ์ รีสอร์ทและโรงแรมไชยเชษฐ์ บีช รีสอร์ท อ.เกาะช้าง จ.ตราด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โรงแรมมีอัตราเข้าพักประมาณ 80% จากการสนับสนุนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ลูกค้าที่เข้าพักเฟส 3 ยังคงค้างเงินสนับสนุน 40% ประมาณ 200,000 บาท ซึ่งยังคงทยอยจ่ายเงินอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม 2565

โดยลูกค้าเช็กอินเข้าพักเดือนธันวาคม 2564 อย่างช้าสุดควรได้เดือนมกราคม และครบถ้วนเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เกรงว่าเฟส 4 เริ่มตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ ททท.กำหนดไว้ไม่เกิน 14 วัน กลางเดือนมีนาคม ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุน 40% เกรงจะเป็นปัญหาสะสม วงเงินจะเพิ่มขึ้นในขณะที่โรงแรมต้องเผชิญกับโควิด-19 เป็นปีที่ 3 แล้ว มีค่าใช้จ่ายและยังต้องชำระดอกเบี้ยธนาคาร

“ปัญหาที่พบคือการสแกนใบหน้าลูกค้าผ่าน-ไม่ผ่านไม่รู้ผลทันที และเมื่อเบิกเงินไม่ได้ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม แต่ระยะเวลาผ่านไปถึง 3 เดือนทำให้ยุ่งยากมาก โดยมากเป็นกลุ่มลูกค้าที่จองเกิน 5 สิทธิ ซึ่งยอมรับว่าเอกสารแนวปฏิบัติเกือบ 20 หน้าอ่านไม่ครอบคลุม แต่ได้พยายามส่งเอกสารเพิ่มเติมและติดต่อส่งอีเมล์ ทั้ง ททท.และธนาคารกรุงไทยและสอบถามเบอร์ฮอตไลน์ โทร.1672 แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ” นางพรทิพย์กล่าว

ผู้ประกอบการ 90% เจอเหมือนกัน

ในขณะที่ นายอภิศร ถาวรวิริยะนันท์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี กล่าวว่า สมาคมมีสมาชิกเจ้าของโรงแรมประมาณ 40 แห่ง ส่วนใหญ่ 80-90% ร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และคาดว่าจะมีปัญหาที่คล้ายกัน ซึ่งกำลังรวบรวมปัญหาของสมาชิกเพื่อส่งให้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคตะวันออก ในส่วนตัวนั้นมีกิจการโรงแรม 4 แห่ง

คือ แทรพเวิลลอร์ด สอยดาวกู๊ดวิว รีสอร์ท เจ้าหลาวคาบาเร่ และแหลมสิงห์เนเชอร์รัลบีช รีสอร์ท ส่วนใหญ่ลูกค้าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน 90% มียอดค้างเฟส 3 ประมาณ 300,000 บาท และได้รับการทยอยชำระบ้างแล้ว แต่ยังไม่ครบ ปัญหาที่พบที่ไม่สามารถเบิกเงินได้คือการสแกนใบหน้าลูกค้าที่เข้าพักไม่ผ่าน การติดตามเอกสารลูกค้าเพิ่มเติมที่ต้องใช้ตั้งเบิกยังไม่ครบถ้วน

“ระบบของ ททท.และธนาคารกรุงไทยไม่สามารถตรวจสอบและโอนเงินได้ภายใน 15 วัน และเอกสารข้อมูลมีรายละเอียดมาก ควรแยกเน้นย้ำผู้ประกอบการในส่วนที่สำคัญ ยอมรับว่าอ่านไม่ถี่ถ้วนทำให้ต้องติดตามเอกสารเพิ่มเติม เมื่อต้องติดตามลูกค้าขอสำเนาบัตรประชาชนภายหลังจะยุ่งยากมาก” นายอภิศรกล่าว

เตรียมเสนอปัญหาต่อสภาอุตฯ

ด้าน นายอนุชา เทียนชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขต 9 ดูแลพื้นที่จันทบุรี ระยอง ตราด กล่าวถึงปัญหาความล่าช้าของการเบิกเงินว่า อยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2564 และน่าจะเป็นปัญหาทั่วประเทศ เฉพาะภาคตะวันออกวงเงินหลายล้านบาท สาเหตุจากระบบสแกนใบหน้า ที่ไม่ได้แจ้งในทันทีว่าผ่านไม่ผ่านเมื่อลูกค้าเช็กเอาต์แล้วการติดตามขอเอกสารยาก ทำให้ธนาคารกรุงไทยอนุมัติเงินไม่ได้


ซึ่งมีการประชุมปัญหา เฟส 3 ใน จ.จันทบุรี ระยอง ตราด วันที่ 15 มีนาคม เพื่อรวบรวมปัญหาของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขต 9 ภายใน 20 มีนาคม เพื่อเสนอสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำเข้าที่ประชุม กรอ.หารือรัฐบาล