Skip to content

ประธานสภาอุตสาหกรรมเชียงใหม่ เปิดแผนขับเคลื่อน Food Valley

21 มี.ค. 2565 | 10:07น.
ประธานสภาอุตสาหกรรมเชียงใหม่ เปิดแผนขับเคลื่อน Food Valley
สัมภาษณ์

“เราผ่านโควิด-19 มา 2 ปี และอีก 2 ปีข้างหน้าจะหนักเลย” คือคำกล่าวแรกของ “จักริน วังวิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาระมิงค์ จำกัด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ 11 ที่ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังรับไม้ต่อจาก “อนุชา มีเกียรติชัยกุล” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ 10 ที่หมดวาระการบริหารลง

“จักริน” บอกว่า ยืนยันความพร้อมสานต่องานและเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ในช่วงวาระการบริหารงานปี 2565-2567 โดยจะดำเนินงานตามกรอบและนโยบายของทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ และจะทำงานแบบบูรณาการเพื่อให้เกิดความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ และใน 2 ปีข้างหน้าจะผลักดัน 3 เรื่อง โดยกำหนดเป็นนโยบาย 3i คือ innovation-implementation-investment เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการหลังสถานการณ์โควิด-19

“2 ปีข้างหน้าถ้าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอีไม่ปรับเข้าสู่ 3 โหมดนี้ก็จะหนัก โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหลังเกิดโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน แรงงานเปลี่ยน การทำอุตสาหกรรมแบบเดิม ๆ จะลำบาก โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมผนวกกับเทคโนโลยีและการจัดการรูปแบบต่าง ๆ ที่จะมาช่วยผู้ประกอบการขับเคลื่อนธุรกิจ และดึงนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งทำ”

นำนวัตกรรมพัฒนาธุรกิจ

สำหรับ i ตัวแรกคือ innovation หลาย ๆ ธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดเชียงใหม่ได้เริ่มนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้า บริการ เทคโนโลยี ประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ เช่น บริการ (service) ผลิตภัณฑ์ (product) และกระบวนการใหม่ ๆ (process) ซึ่งก็คือการสร้างคุณค่า หรือ value creation แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งภาค

ดังนั้น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม-เอสเอ็มอีได้มีโอกาสเข้าถึงการพัฒนานวัตกรรม ผ่านการอบรม การพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมให้สามารถนำหลักการบริหารจัดการในเชิงธุรกิจ ตลอดจนการบริหารจัดการองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ เป็นต้น

“ภาคอุตสาหกรรมเกษตรคือหัวใจหลักของเชียงใหม่ที่จะต้องปรับเข้าโหมดนวัตกรรม Northern Thailand Food Valley จะยังคงถูกขับเคลื่อนต่อไปให้เข้าสู่กระแสอาหารอนาคต (future food) เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคใส่ใจอาหารปลอดภัยและสุขภาพมากขึ้น คาดว่าในปี 2570 ในกลุ่ม functional และ organic จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 8-13 ล้านล้านบาท”

นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีวัตถุดิบทางการเกษตรที่สามารถแปรรูปได้หลากหลาย ภาคธุรกิจเริ่มมีการผลิตสินค้ารองรับ future food มากขึ้น เช่น plant-based meat เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากถั่วแระ ฟักทอง มันม่วง เครื่องดื่มผงจากสารสกัดข้าวเหนียวดำ ขมิ้นชันและถั่วเหลือง มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่มีอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ และศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการวิจัยที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดได้

เพิ่มมูลค่าสินค้าออกสู่ตลาด

“จักริน” บอกว่า i ตัวที่สอง คือ implementation จะเห็นว่าหลังโควิด-19 โครงสร้างองค์กรจะเปลี่ยนไป ด้วยผลกระทบที่ต้องเผชิญมาตลอดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลายธุรกิจหยุดชะงัก ปิดกิจการเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา อาทิ กลุ่มหัตถอุตสาหกรรม กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ ที่ต้องมีการลดจำนวนแรงงานหรือเลิกจ้างแรงงาน ฉะนั้นต้องส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มหัตถอุตสาหกรรมและสินค้า lifestyle ผลิตสินค้าที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มออกสู่ตลาด

“โควิดทำให้คนส่วนใหญ่มีรูปแบบ lifestyle ที่เปลี่ยนแปลงไป น่าจะเป็นจังหวะและโอกาสสำหรับธุรกิจใหม่ สินค้าใหม่ และช่องทางการตลาดใหม่ด้วย ดังนั้น 2 ปีข้างหน้า ธุรกิจ new S-curve หรือกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต ถ้ายังใช้แรงงานจำนวนมากก็จะลำบาก ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด รวมถึงเด็กจบใหม่ คนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่ระบบแรงงานน้อยลง หันไปประกอบอาชีพเอง มีธุรกิจของตัวเอง ทำให้แรงงานจะขาดแคลนในอนาคต จึงต้องเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยมากขึ้น ทำองค์กรให้เล็กที่สุด”

ผลักดัน NEC เชื่อม ศก.

และ i ตัวที่สาม คือ investment โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ภายใต้การบริหารในปัจจุบัน จะผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ 4 จังหวัด เชียงราย-เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง (Northern Economic Corridor หรือ NEC) ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ของทั้ง 4 จังหวัดที่ต้องร่วมกันผลักดันอย่างแข็งขัน เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ ต้องปักหมุดให้ NEC เป็นหมุดหมายการลงทุนให้ได้

ด้วยการชูจุดแข็งการเป็นประตูเชื่อมโยงกับตลาดประเทศเพื่อนบ้าน คือ จีน เมียนมา และอินเดีย จุดนี้คือความแตกต่างเมื่อเทียบกับ EEC ซึ่ง NEC จะเป็นฐานการลงทุนที่นักลงทุนสามารถเปิดตลาดการค้าป้อนไปยังตลาดจีน เมียนมาและอินเดียได้ โดยดึงศักยภาพความพร้อมของแต่ละจังหวัดในกลุ่ม NEC ว่ามีจุดแข็งอะไร เช่น เชียงใหม่ เป็นฐานการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร เพราะมีแหล่งปลูกวัตถุดิบการเกษตร เป็นต้น ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์การลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) ก็ต้องจูงใจให้เกิดการลงทุนเช่นเดียวกับ EEC

“ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จะถูกขับเคลื่อนในอีก 2 ปีต่อจากนี้ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจภายใต้การนำของ ‘จักริน วังวิวัฒน์’ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ 11 ที่หวังให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง” จักรินกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สัมภาษณ์พิเศษ เชียงใหม่