โรงแรมภูธรยอดบุ๊กกิ้งเดี้ยง จี้รัฐฟื้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

โรงแรมจำนวนมากมีเงินไม่พอ 3 เดือน
ภาพจาก Reuters

 

โรงแรมต่างจังหวัดโอดหลังสงกรานต์จบ ยอดบุ๊กกิ้ง-การเข้าพักเดี้ยง นายกโรงแรมไทยภาคเหนือชี้หน้าฝนเข้าโลว์ซีซั่นเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวเงียบ “ชะอำ-หัวหิน” ประคองระยะสั้น “อีสาน-ใต้” ไม่คึกคัก วอนรัฐคลายล็อกมาตรการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยพลิกฟื้นให้ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมกลับมาคึกคักขึ้น สะท้อนจากยอดการจอง การเข้าพัก ของโรงแรมต่าง ๆ ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจะมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่ล่าสุด หลังจากเทศกาลสิ้นสุดลง ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะที่เงียบเหงาอีกครั้งหนึ่ง

เหนือเริ่มกลับมาเงียบ

นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์โรงแรมเชียงใหม่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีอัตราการเข้าพัก 60% คึกคักกว่าปีที่ผ่านมามาก



โดยเฉพาะโรงแรมใหญ่ระดับ 4-5 ดาว ที่ขายห้องพักในราคาที่ปรับลด 70-90% หรือเฉลี่ยไม่เกิน 2,500-3,000 บาท/ห้อง หากนักท่องเที่ยวใช้สิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกันจะจ่ายไม่เกิน 2,000 บาท/ห้อง ขณะที่โรงแรมระดับ 3 ดาว ปรับลดราคาลงมาเหลือเพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น

แต่หลังจากเทศกาลสงกรานต์ การท่องเที่ยวของเชียงใหม่ก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง ประกอบกับสิ้นสุดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน คาดว่าเดือนเมษายน 2565 อัตราการเข้าพักจะเฉลี่ย 40% ส่วนเดือนพฤษภาคมยังคาดการณ์ไม่ได้เพราะยังไม่มียอดจองเข้ามา

นายวิวัฒน์ ธาราวิวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า อัตราการเข้าพักในสุโขทัยช่วงสงกรานต์กว่า 70-80% แต่ขณะนี้การบุ๊กกิ้งค่อนข้างนิ่ง คาดว่าอัตรการเข้าพักเดือนพฤษภาคมคงไม่เกิน 30% และหลังจากนี้ไปจะเริ่มเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นด้วย หากรัฐบาลมีการคลายล็อกมาตรการไม่ต้องตรวจ RT-PCR นักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น

“หลังหมดเทศกาลสงกรานต์ผู้ประกอบการก็เริ่มทำการตลาด ลดราคาที่พักทันที แข่งขันกันอย่างคึกคัก เช่น จากเดิม 1,500 ลดเหลือ 999 บาท/คืน”

“ตอนนี้บริษัททัวร์หลายแห่ง พบว่าเริ่มเห็นสัญญาณการจองห้องพักจากนักท่องเที่ยวโซนยุโรป ในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. อัตราการจอง20-30% คาดว่าสถานการณ์น่าจะดีกว่าเดือนพ.ค.นี้”

ชะอำ-หัวหิน ธุรกิจดีระยะสั้น

นางวาสนา ศรีกาญจนา เจ้าของโรงแรมหัวหินไวท์วิลลา ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โรงแรมทุกระดับถูกจองเต็มหมด 80-100% และส่วนใหญ่ 80% เป็นนักท่องเที่ยวคนไทย

นอกจากนี้ยังมีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งที่วอล์กอินเข้ามาใช้บริการของกลุ่มโรงแรม SMEs อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไตรมาส 2 นี้ คาดว่าธุรกิจนี้จะได้รับผลดีเพียงเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่มีวันหยุดติดต่อกัน หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวจะเบาบางลง

“ปกติไฮซีซั่นของหัวหิน-ชะอำอยู่ในเดือนม.ค.-เม.ย. มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกว่า 80% เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับไป จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยก็เข้ามาแทนในเดือนเม.ย.-พ.ค. จากนั้นเดือนมิ.ย.-ก.ย.จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นตั้งแต่เกิดโควิด-19 แทบไม่มีชาวต่างชาติ”

ตะวันออกจี้ผ่อนปรนมาตรการ

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี รักษาการแทนประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า อัตราการจองโรงแรมเริ่มชะลอตัวหลังสงกรานต์ และจะเริ่มเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งนักท่องเที่ยวยุโรปมักไม่มีการเดินทาง และยังมีผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนด้วย ตอนนี้ตลาดที่มีความหวังหลัก ๆ คงเป็นอินเดีย และการผ่อนคลายมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)

“ปัจจุบันในชลบุรีมีโรงแรมเปิดกิจการ 50% ปิดกิจการชั่วคราว 50% ตอนนี้ราคาห้องพักต่ำมาก เช่น โรงแรม 3 ดาว 500-600 บาท/คืน แม้จะมีการจัดโปรโมชั่นเสริมก็มีลูกค้าไม่มาก ตอนนี้หลายประเทศปลดล็อกเงื่อนไข การเดินทางทำได้ง่ายขึ้นแล้ว ถ้าหากประเทศไทยปลดล็อกได้หมดก็น่าจะกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ดีกว่านี้ เพราะตอนนี้มีเพียงนักท่องเที่ยวคนไทยมาเที่ยวเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น”

อีสาน-ใต้ ไม่คึกคัก

นายเสมาชัย ปลื้มใจ ประธานชมรมโรงแรมจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า ภาคอีสานยังไม่เห็นภาพการท่องเที่ยวมากนัก ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผู้คนจะเดินทางกลับบ้านมากกว่า อย่างในจังหวัดบุรีรัมย์ผู้คนก็กลับบ้านและพักที่บ้านตัวเอง นักท่องเที่ยวต่างถิ่นหรือต่างชาติยังไม่เห็นและเงียบอยู่

ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมที่ในจังหวัดบุรีรัมย์จะมีเพียงไม่กี่โรงแรมที่มีลูกค้าเข้าพัก เพราะมีแข่งขันฟุตบอล นอกจากนั้นก็มีลูกค้าปะปายเพราะนักท่องเที่ยวยังชะลอตัวเพราะสถานการณ์โควิด

โครงการเราเที่ยวด้วยกันก็ช่วยไม่ได้มากนัก หลังจากนี้คาดว่าน่าจะมีกลุ่มลูกค้าประชุมสัมมนาเข้ามาบ้างและต้องรอดูภาครัฐว่าจะผ่อนคลายหรือปลดล็อกมาตรการอย่างไร ซึ่งยังคงคาดการณ์และคาดหวังไม่ได้

ด้านนายสมบูรณ์ พงศ์เลิศนภากรณ์ ผู้จัดการ เจ้าของโรงแรมเอเชียนหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ย้ำว่า ภาพรวมของธุรกิจโรงแรม จ.สงขลา ยังวิกฤตต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การเปิดชายแดนไทย-มาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ก็ยังมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาไม่มากนัก สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโควิด-19 เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000-6,000 บาท/คน


นายกมล สุทธิวรรณโนภาส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เจ้าของผู้จัดการโรงแรมไชน่าการ์เด้นหาดใหญ่ กล่าวเสริมว่า การเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซียยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่มากนัก ชาวมาเลเซียที่เข้ามาส่วนใหญ่คนที่ทำธุรกิจอยู่ในไทยและมีครอบครัวในไทย ดังนั้น ธุรกิจการค้า โรงแรม การท่องเที่ยว ฯลฯ จึงยังไม่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดด่านในช่วงนี้เท่าที่ควร

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ