เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สธ.เดินหน้าเวทีนโยบายสุขภาพปอด เร่งรับมือมะเร็งปอด-โรคปอดเรื้อรัง ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการรักษา
News สธ.เดินหน้าเวทีนโยบายสุขภาพปอด เร่งรับมือมะเร็งปอด-โรคปอดเรื้อรัง ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการรักษา
‘นมวาริช’  GI ลำดับ 7 จ.สกลนคร เล็งต่อยอดสู่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
Economic ‘นมวาริช’  GI ลำดับ 7 จ.สกลนคร เล็งต่อยอดสู่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
TICA Connect ครั้งที่ 11 ปักธงปีอาสาสมัครสากล 2026 ดันบทบาทไทยในเวทีโลก
Biz Movement TICA Connect ครั้งที่ 11 ปักธงปีอาสาสมัครสากล 2026 ดันบทบาทไทยในเวทีโลก
ครึ่งปีแรกอสังหาฯหยุดขาย 6 โครงการ เหตุ “ไม่ผ่าน EIA-ขายไม่ออก-แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ” สต๊อกค้างกว่า 2 แสนยูนิต
Real Estate ครึ่งปีแรกอสังหาฯหยุดขาย 6 โครงการ เหตุ “ไม่ผ่าน EIA-ขายไม่ออก-แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ” สต๊อกค้างกว่า 2 แสนยูนิต
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณ 65,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณ 65,450 บาท
ปิดฉาก 3 วัน Thailand Content Market 2026 ผู้เข้าชม 6,731 ราย จาก 69 ประเทศ
Economic ปิดฉาก 3 วัน Thailand Content Market 2026 ผู้เข้าชม 6,731 ราย จาก 69 ประเทศ
ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
Politics ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
Finance ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
Economic เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
Economic ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
ดูทั้งหมด

งานวิจัยสหรัฐชี้ ฟาวิพิราเวียร์ ไร้ประสิทธิภาพ​

10 ก.ย. 2565 | 08:05น.
ฟาวิพิราเวียร์เหมือนยาหลอก

ผลวิจัยในผู้ป่วย 1,187 คนพบว่า ไม่มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มผู้ป่วยที่ได้ยาหลอกกับกลุ่มที่ได้รับ ฟาวิพิราเวียร์ ทีมวิจัยยังแนะนำว่าให้ไม่ควรใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อีกด้วย

วันที่ 10 กันยายน 2565 ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผอ.กลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึง งานวิจัยล่าสุดในสหรัฐอเมริกาที่ทดลองประสิทธิผลของยา Favipiravir และไม่พบความแตกต่างระหว่างยาฟาวิพิราเวียร์ และยาหลอก

ดร.อนันต์ กล่าวว่า งานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับประสิทธิผลของยาฟาวิพิราเวียร์ ในผู้ป่วยโควิด-19 ออกมาไม่ใช่ข่าวดีเท่าไหร่ครับ ทีมวิจัยในสหรัฐอเมริกาเก็บข้อมูลในผู้ป่วยโควิดที่ใช้ยาจริงและยาหลอกและพบว่าทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างในผลการรักษา… พร้อมคำแนะนำให้ไม่ควรใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์​ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก​อธิบายการทดลองนี้ว่า เราทราบจากสื่อต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 ผลการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบยาฟาวิพิราเวียร์กับยาหลอกที่ทำในประเทศสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และบราซิลสร้างความผิดหวังให้กับบริษัทยาของญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ยาตัวนี้ (ดูรูป)

ในที่สุดผลงานวิจัยนี้เพิ่งตีพิมพ์ลงในวารสาร Clinical Infectious Diseases เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2565 (ดูรูป) การศึกษาทำในช่วงพฤศจิกายน 2563-ตุลาคม 2564 เป็นการศึกษาขนาดใหญ่ในคนติดเชื้อไวรัสโควิด 1187 ราย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (ชาวอเมริกัน 963 คน เม็กซิกัน 163 คน บราซิล 65 คน)

โดยให้ยาภายใน 5 วันหลังเริ่มมีอาการ ให้ยาทั้งหมด 10 วัน 599 คนรับยาฟาวิพิราเวียร์ 588 คนรับยาหลอก

ผลการศึกษาพบว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ไม่แตกต่างจากยาหลอก ไม่ช่วยทำให้อาการของโรคโควิดดีขึ้น ไม่ลดความรุนแรงของโรค ไม่ลดการป่วยหนักเข้านอนในโรงพยาบาล ไม่ลดจำนวนไวรัสในร่างกาย แต่คนที่กินยาฟาวิพิราเวียร์ มีกรดยูริกสูงขึ้นถึง 19.9% เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก 2.8%

ในการศึกษานี้พูดถึงประเทศที่ยังใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ มีประเทศรัสเซีย อินโดนีเซีย ดูไบ และประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

บทสรุปของการศึกษานี้ ไม่ควรนำยาฟาวิพิราเวียร์มาใช้ในการรักษาโรคโควิด-19

ถึงเวลาที่ประเทศไทยควรหยุดใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในการรักษาโรคโควิด-19 ยาโมลนูพิราเวียร์ปัจจุบันราคาไม่แพงกว่ายาฟาวิพิราเวียร์ ประเทศเพื่อนบ้านของเราเลิกใช้ยาฟาวิพิราเวียร์นานแล้ว และเข้าถึงยาโมลนูพิราเวียร์และแพ็กซ์โลวิดซึ่งมีหลักฐานพิสูจน์ลดความรุนแรงของโรค ลดการเข้านอนในโรงพยาบาล

องค์การเภสัชกรรมควรเลิกผลิต นำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์ และไม่ควรส่งยาฟาวิพิราเวียร์ให้ร้านขายยาและโรงพยาบาลอีกต่อไป