ประวัติ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ซีอีโอ บุญรอด ผู้สืบทอดธรรมนูญของ “สิงห์”

เปิดประวัติ “จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี” ซีอีโอบุญรอดฯ ถึงแก่กรรมอายุ 65 ปี หลังทุ่มเทบริหารงานผ่านแนวคิดการเติบโตแบบยั่งยืนและตอบแทนสังคม

วันที่ 13 กันยายน 2565 แหล่งข่าวจากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ออกมายืนยันว่า “จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี” ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้เสียชีวิตลง เมื่อเวลา 23.50 น. วันที่ 12 ก.ย. 65 ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา หรือเวลา 10.52 น. วันที่ 13 ก.ย. 65 ตามเวลาประเทศไทย

“จุตินันท์” ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลในนครบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา อายุ 65 ปี

ทายาทภิรมย์ภักดี

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี หรือ “คุณนิดหน่อย” เกิดวันที่ 9 เมษายน 2500 เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลภิรมย์ภักดี เป็นบุตรของนายจำนงค์ ภิรมย์ภักดี และคุณหญิงสุภัจฉรี ภิรมย์ภักดี

สมรสกับ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี (นามสกุลเดิมกฤดากร) มีทายาท 3 คน คือ “ตั๊น” จิตภัสร์ กฤดากร, “ตุ๊ย” นันทญา และ “ต่อย” ร้อยโทณัยณพ ภิรมย์ภักดี

ประวัติการศึกษา

มัธยมศึกษา โรงเรียนฮอทช์คิส รัฐคอนเนกติคัต สหรัฐอเมริกา
ปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
หลักสูตร Families in Business : From Generation to Generation บัณฑิตวิทยาลัย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา
หลักสูตร Strategic Negotiations : Deal Making for the Long Term บัณฑิตวิทยาลัย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา
ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การเงิน) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การจัดการ) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

ประวัติการทำงาน

ปัจจุบันจุตินันท์ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ตั้งแต่ปี 2563 และเป็นประธานกรรมการ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รวมถึงประธานกรรมการ บริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด, ประธานกรรมการ บริษัท ซี.บี.โฮลดิ้ง จำกัด ฯลฯ

โดยแนวคิดการบริหารองค์กร คือ ให้ความสำคัญกับการเติบโตแบบยั่งยืนและการตอบแทนสังคม

นอกเหนือจากงานที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด “จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี” ยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกีฬาพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2552 โดยก่อนหน้านี้ได้เป็นผู้จัดการทีมคณะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย เมื่อปี 2548 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการกีฬาคนพิการของไทย ดูแลนักกีฬาคนพิการในการแข่งขันหลายรายการตั้งแต่ระดับอาเซียนจนถึงพาราลิมปิก

Advertisement

โดยทํางานร่วมกับ 5 สมาคมกีฬาคนพิการ คือ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญาแห่งประเทศไทย

อีกทั้งยังเป็นผู้วางรากฐานการพัฒนาวงการกีฬาคนพิการในประเทศไทย พร้อมทุ่มเทดูแลนักกีฬาอย่างเต็มที่ จนปัจจุบันประสบความสำเร็จพานักกีฬาพาราไทยสร้างผลงานอยู่แถวหน้าของโลกได้ รวมถึงการผลักดันภาครัฐในการดูแลนักกีฬาอย่างเท่าเทียม ระหว่างนักกีฬาคนปกติและนักกีฬาคนพิการ

นอกจากนี้ จุตินันท์เคยกล่าวเมื่อปี 2564 หลังจากที่ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย สร้างผลงาน คว้า 5 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 8 เหรียญทองแดง ที่พาราลิมปิก โตเกียว เกมส์ 2020 ว่า สิ่งที่ผมทำทั้งหมด ผมทำด้วยความสุข ผมเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็ก คลุกคลีอยู่กับนักกีฬามากมาย บอกได้เลยว่านักกีฬาพารามีหัวใจเป็นนักกีฬา มีความตั้งใจพยายามไม่แพ้คนปกติ ผมสัญญากับนักกีฬาของผมว่า ผมจะอยู่เคียงข้างพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะไม่ต้องการผม จะอยู่ตรงนี้เคียงข้างพวกเขาตลอดไป

ผู้สืบทอดธรรมนูญแห่ง “สิงห์”

นายจุตินันท์ ทายาทแห่งตระกูลภิรมย์ภักดี เป็นแบรนด์คู่กับ “สิงห์” อย่างแนบแน่น เขาเคยกล่าวไว้ว่า ตระกูลสิงห์นั้น มีวิถีชีวิตที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพระยาภิรมย์ภักดี และถูกสืบทอดมาอย่างต่อเนื่องถึงรุ่นลูก และหลานและพนักงานบริษัทในเครือ “สิงห์”  หรือแทบจะเรียกว่าเป็นธรรมนูญแห่งครอบครัวสิงห์ 4 ข้อ ประกอบด้วย

1. คุณภาพ ทุกอย่างที่สิงห์ทำ ทุกเรื่องของงาน ผลิตภัณฑ์ และโครงการ
2. ความกล้า กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงและเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ กล้าที่จะบอกว่าเราแพ้
3. ความสุข ทั้งความสุขของสิงห์ คู่ค้าของสิงห์ และสังคม และโฟกัสว่าจะทำอย่างไรให้สังคมมั่นคงและยั่งยืน
4. ความเชื่อต่อครอบครัว เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความไว้ใจจึงจะโตไปด้วยกันได้ ครอบครัวสิงห์ หมายรวมถึงซัพพลายเออร์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และลูกหลานของเขาด้วย

นายจุตินันท์เคยกล่าวด้วยว่า หากมีโอกาสได้พบพระยาภิรมย์ภักดี เขาอยากจะบอกว่าปรัชญาที่พระยาภิรมย์ภักดี ส่งต่อมายังลูกหลานชาวสิงห์ ได้ทำอย่างเต็มที่ คิดว่าชื่อเสียงขององค์กรสิงห์ ไม่เคยเสียหายในทุกมิติ