ตลาดเบียร์อาเซียนร้อนฉ่า “ซัปโปโร” ผนึก “คาร์ลสเบิร์ก” บุก

ตลาดเบียร์
ภาพจาก : pexels
คอลัมน์ : Market Move

ปี2567 ที่จะถึงนี้ ตลาดเบียร์ในอาเซียนมีแนวโน้มจะดุเดือดยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อ 2 ผู้ผลิตเบียร์ระดับอินเตอร์แบรนด์ประกาศผนึกกำลังเพิ่มความเข้มข้นในการรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า “ซัปโปโร บริวเวอรี่” หนึ่งในผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่และเก่าแก่ของญี่ปุ่นซึ่งมีแบรนด์อย่างซัปโปโร และเอบิสุ ประกาศร่วมมือกับ “คาร์ลสเบิร์ก กรุ๊ป” ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อีกรายจากเดนมาร์ก เพื่อผนึกกำลังลุยตลาดเบียร์ใน 3 ประเทศคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป

โดยความร่วมมือระหว่าง 2 ยักษ์ผู้ผลิตเบียร์ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือแบบหลายระดับ ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่าย

ทั้งนี้ ซัปโปโร บริวเวอรี่ ตั้งเป้าหมายของความร่วมมือนี้ไว้ที่การขายเบียร์ใน 2 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกงให้ได้รวมกัน 1.5 ล้านเคส หรือหากคิดเป็นขวดจะเท่ากับขวดขนาด 633 มิลลิลิตร จำนวน 30 ล้านขวดภายในปี 2569 ซึ่งจำนวนนี้คิดเป็นการเติบโตเท่าตัว เมื่อเทียบกับยอดขายที่บริษัทประเมินไว้สำหรับปี 2566

เริ่มจากซัปโปโรเซ็นสัญญาให้คาร์ลสเบิร์กเข้ามารับหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายเบียร์แบรนด์ซัปโปโรใน 3 ประเทศคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง ซึ่งยักษ์เบียร์ญี่ปุ่นหวังจะใช้เครือข่ายช่องทางจำหน่ายของคาร์ลสเบิร์กมาเพิ่มยอดขายในทั้ง 3 ประเทศ

นอกจากนี้ ในประเทศมาเลเซีย นอกจากให้คาร์ลสเบิร์กเป็นผู้จัดจำหน่ายแล้ว ซัปโปโรยังให้โรงงานคาร์ลสเบิร์ก บริวเวอรี่ ในมาเลเซียเป็นผู้ผลิตเบียร์แบรนด์ “ซัปโปโร พรีเมี่ยม” ให้อีกด้วย หลังที่ผ่านมาอาศัยการส่งออกเบียร์จากโรงงานในญี่ปุ่นและเวียดนามเพื่อป้อนทั้ง 3 ตลาด

ส่วนด้านการทำตลาดนั้น ในประเทศสิงคโปร์ ซัปโปโรมีคู่แข่งสำคัญที่เป็นเจ้าตลาดอย่างไทเกอร์เบียร์ ซึ่งวางขายเบียร์ในราคาถูกกว่าซัปโปโร พรีเมี่ยม โดยไทเกอร์เบียร์แบบแพ็ก 6 กระป๋อง 320 มิลลิลิตร วาขายราคา 16.3 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 429 บาท) ส่วน ซัปโปโร พรีเมี่ยมแพ็ก 6 กระป๋อง 330 มิลลิลิตร ราคา 19.5 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 513 บาท)

โดยซัปโปโรหวังเอาชนะความแตกต่างของราคานี้ ด้วยการชูความพรีเมี่ยมของเบียร์ พร้อมจับเป้าหมายที่เป็นผู้บริโภคระดับกลาง ถึงกลางบน ซึ่งมีกำลังซื้อสูง จึงอ่อนไหวต่อความต่างของราคาน้อย

ความพยายามเร่งเครื่องรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง ของซัปโปโรในครั้งนี้ เนื่องจากยักษ์เบียร์สัญชาติญี่ปุ่น กำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศญี่ปุ่น โดยปัจจุบันตกเป็นอันดับ 3 ตามหลังทั้งอาซาฮี กรุ๊ป โฮลดิ้ง และคิรินโฮลดิ้ง

“มาซาโตะ คอนโนะ” หัวหน้าหน่วยธุรกิจต่างประเทศของซัปโปโร เบียร์ กล่าวว่า การสร้างรากฐานธุรกิจและการเติบโตในตลาดเอเชีย เป็นก้าวที่จำเป็นสำหรับการต่อยอดไปสร้างการเติบโตในตลาดโลก เพราะที่ผ่านมารายได้ฝั่งต่างประเทศของซัปโปโรนั้น พึ่งพายอดขายจากตลาดทวีปอเมริกาเหนือเป็นหลัก

“กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับเป็นตลาดที่ใกล้ตัวที่สุดสำหรับแบรนด์ญี่ปุ่น ในการเข้าชิงส่วนแบ่งตลาด และขึ้นเป็นเจ้าตลาด” มาซาโตะ คอนโนะ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตลาดเบียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังจากนี้ยังมีแนวโน้มท้าทายจากหลายปัจจัย อาทิ เศรษฐกิจ โดยคาร์ลสเบิร์กระบุในรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ว่า สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคยังเป็นปัจจัยน่ากังวลสำหรับตลาดนี้ เนื่องจากส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและตลาดเบียร์ สะท้อนจากการหดตัวของตลาดเวียดนาม

แม้จะมีความท้าทาย แต่คาร์ลสเบิร์กยังคงตัวเลขคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานของปี 2566 นี้เอาไว้ที่การเติบโต 4-7% เช่นเดิม เนื่องจากเชื่อมั่นในการเติบโตของรายได้ตามปริมาณการขาย และผลงานของกลุ่มเบียร์พรีเมี่ยม พร้อมกับจับตาสถานการณ์ในตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พร้อมปรับยุทธศาสตร์ได้ตลอดเวลา

โดยคาร์ลสเบิร์กนั้นเพิ่งเลิกสัญญาเป็นผู้จัดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับอาซาฮี ผู้ผลิตเบียร์สัญชาติญี่ปุ่นอีกรายไปเมื่อไม่นานนี้ โดยจะมีผลสิ้นปี 2566 นี้ ทำให้การได้สัญญาเป็นผู้จัดจำหน่ายให้กับซับโปโรจะช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจในมาเลเซียแทนส่วนที่หายไป


“สเตฟาโน คลินี” กรรมการผู้จัดการ คาร์ลสเบิร์กมาเลเซีย กล่าวว่า ความร่วมมือกับซัปโปโรนี้จะช่วยให้กำไรต่อปีประมาณ 30 ล้านริงกิต (255.9 ล้านบาท) ที่หายไปจากการสิ้นสุดสัญญากับอาซาฮี ค่อย ๆ ฟื้นกลับมาอีกครั้ง