แนวรบ “ฟาสต์ฟู้ด” เดือด เปิดศึกโกยยอด-ลุ้นโตดับเบิลดิจิต

เคเอฟซี

ตลาดฟาสต์ฟู้ด ที่ว่ากันว่ามีมูลค่าตลาดรวม 40,000-50,000 ล้านบาท ยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง และมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยแต่ละค่ายมีความเคลื่อนไหวในการรุกตลาดเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เป็นหน้าขายสำคัญ ทุกค่ายต่างเร่งทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างหวังผล ทั้งการเริ่มทยอยเพิ่มเมนูใหม่ จัดแคมเปญโปรโมชั่นหลากหลายรูปแบบ ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่

“เคเอฟซี” ลุยแบบครบเครื่อง

“ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส QSR & Western Cuisine ผู้บริหารแบรนด์เคเอฟซี บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของซีอาร์จี จากนี้ไปหลัก ๆ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ ที่จะมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการขยายสาขาก็จะเน้นเปิดในรูปแบบโมเดลใหม่ ๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น เช่น การขยายไปสู่ตลาดระดับอำเภอ ในรูปแบบร้านในสถานีบริการน้ำมัน อาทิ อ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี, อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นต้น และขยายสาขาร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล โรบินสันไลฟ์สไตล์ และร้านไทวัสดุ ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง การเปิดร้านในอาคารพาณิชย์ เป็นต้น โดยตั้งเป้าว่า ปี 2567 จะเปิดครบ 350 สาขา จากสิ้นปี 2566 ที่มีประมาณ 335 สาขา

ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการปรับโฉมร้านใหม่ ทั้งรูปแบบ ดีไซน์ และคอนเซ็ปต์ให้ทันสมัย เริ่มจากการปรับปรุงโฉมร้าน KFC Flagship Store ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ในคอนเซ็ปต์ “KFC Digital Lifestyle Hub” บริการ Bucket Kiosk จุดสั่งอาหารผ่านเครื่องสั่งอาหารและชำระเงินอัตโนมัติ รองรับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่

ซึ่งในปี 2567 มีแผนจะเปิดสาขาใหม่ประมาณ 20 สาขา และปรับโฉมสาขาเดิมอีก 20 สาขา ให้กลายเป็น “KFC Digital Lifestyle Hub” ซึ่งในระยะยาวก็จะเน้นขยายสาขาในคอนเซ็ปต์นี้มากขึ้น

“ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ได้จัดแคมเปญ KFC ‘รวมมิตรบักเก็ต’ เซตเมนูสำหรับปาร์ตี้ พร้อมไอเดียปาร์ตี้สุดเก๋ ชวนทุกคนเปิดประสบการณ์ใหม่ ครั้งแรกของ KFC ขอยกโต๊ะออก ชวนทุกคนเปิดวงตี้นั่งเสื่อล้อมวงกินไก่ เฉลิมฉลองปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ ‘ส่งฟรี’ ด้วยไอเดีย ‘KFC บักเก็ตบิลบอร์ด’ จับบิลบอร์ดขนาดจิ๋วที่สื่อสารถึงบริการจัดส่งฟรีใส่ลงในบักเก็ตไก่ทอด แล้วนำไปวางอยู่ตามจุดรับอาหารใต้อาคารสำนักงาน คอนโดฯในกรุงเทพฯ”

“แมคโดนัลด์” ขย่มหนัก

ขณะที่ “พัชนีวรรณ ตันประวัติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวในเรื่องนี้ว่า การทำความเข้าใจกับลูกค้าในทุก Generation ที่มีความแตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนแปลงความต้องการตลอดเวลา ถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อการพัฒนาเมนูและกลยุทธ์ทางการตลาดของแม็คโดนัลด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ภาวะการแข่งขันของตลาดเบอร์เกอร์ในประเทศไทยที่สูงมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงเปิดตัวแคมเปญ “Next Gen Burger” เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์เบอร์เกอร์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าตลอดมา

แมคเบอร์เกอร์

โดยในช่วงเปิดตัวจะมีโปรโมชั่นสำหรับแคมเปญ “Next Gen Burger” เฉพาะ 3 เมนูเบอร์เกอร์ ได้แก่ ดับเบิล ชีสเบอร์เกอร์, บิ๊กแมค และควอเตอร์ พาวเดอร์ วิท ชีส ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 99 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 มกราคม 2567 เฉพาะการรับประทานที่ร้านแมคโดนัลด์ในสาขาที่ร่วมรายการ ซึ่งคาดว่าแคมเปญนี้จะทำให้ยอดขายเบอร์เกอร์โตขึ้นถึง 20% นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลปลายปี แมคโดนัลด์ยังมีบริการ McCatering จัดส่งความอร่อยมื้อใหญ่ทุกปาร์ตี้ เริ่มต้นที่ชุดละ 59 บาท

ที่ผ่านมา แมคโดนัลด์เปิดตัวสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ร้านที่ทันสมัยสวยงาม สำหรับการนั่งทานที่ร้าน มีเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ บริการชำระเงินแบบไร้เงินสด บริการ Free Wifi ภายใต้บรรยากาศของร้านสบาย ๆ น่านั่งสีสันสดใส มีความโมเดิร์น ทันสมัย สร้างบรรยากาศผ่อนคลายและสนุกสนาน เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

นอกจากนี้ ยังมีพนักงานต้อนรับที่พร้อมดูแลและช่วยเหลือลูกค้า อำนวยความสะดวกด้วยเครื่องสั่งอาหารด้วยตนเอง (Self-ordering Kiosk) และการให้บริการเสิร์ฟที่โต๊ะ (Table Service) และหลายสาขาที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ลุยไม่ยั้ง

เช่นเดียวกับเดอะ พิซซ่า คอมปะนี โดย “ปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์” ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2566 ที่เป็นช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ได้เปิดตัวแคมเปญ “Slice of Joy สุขล้นขอบ” เพื่อเติมสีสันช่วงเทศกาล และการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ร้านรูปแบบใหม่ ผ่านการตกแต่งร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ในธีม Christmas Village

พิซซ่า

นอกจากนี้ยังได้นำต้นคริสต์มาสที่มาในรูปแบบพิซซ่าชิ้นยักษ์บุนวม ตั้งไว้ให้ได้ถ่ายรูปตลอดช่วงเทศกาล ที่สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2567

และสร้างความแตกต่างด้วย Brand Collaboration สร้างแคแร็กเตอร์ Art Toy ที่เป็นการจับมือกันครั้งแรกระหว่างพิซซ่า คอมปะนี กับ Stupidnoobmacc หรือแม็ก-อัศนัย อรัญคีรี สตรีตอาร์ติสต์ชื่อดังของไทย ในการร่วมสร้างสรรค์ “The Pizza Company Babyboy” อาร์ตทอย ที่มาในเวอร์ชั่น Slice of Joy สุขล้นขอบ ที่ได้รับการดีไซน์อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในการดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มคน Gen Z ที่ชอบความแปลกใหม่

พร้อมกันนี้ยังมีการแจกสติ๊กเกอร์รวมแคแร็กเตอร์สุดพิเศษของ “The Pizza Company Babyboy” ให้กับลูกค้าที่ทานอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป

“ตลอดปี 2566 นี้บริษัทได้มีการเจาะเทรนด์ผู้บริโภค เพื่อต่อยอดพัฒนาสูตรเมนูพิซซ่าและเมนูอาหารใหม่ ๆ ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้ตรงจุด โดยทุกเมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นจะมาจากอินไซต์ผู้บริโภคเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเมนูสำหรับคนรักชีส จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคที่พบว่าคนไทยนิยมรับประทานชีสเพิ่มสูงขึ้นทุกปี จึงได้มีการเพิ่มชีสเข้ามาเป็นส่วนประกอบมากขึ้นในเมนูต่าง ๆ เป็นต้น รวมทั้งมีการพัฒนาเมนูใหม่ ๆ ทั้งเมนูหลัก, พาสต้า, สลัด, เมนูรับประทานเล่น และเครื่องดื่ม เข้ามาเสริมมากขึ้น”


ภาพของตลาดฟาสต์ฟู้ดที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าในช่วงที่เหลืออยู่ ตลาดจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากกลุ่มเป้าหมายสำคัญของแต่ละแบรนด์แล้ว ผลจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวมากขึ้น รวมถึงเทศกาลวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายเติบโต สามารถลุ้นเป็นดับเบิลดิจิต