เช็ก 5 แฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง คนสนใจลงทุนมากที่สุด

ร้านสะดวกซัก

เปิดข้อมูล 5 แฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก ที่มาแรง-คนสนใจลงทุนมากที่สุด พร้อมรายละเอียดการลงทุนของแต่ละแบรนด์ว่าจะต้องใช้งบฯลงทุนเท่าไหร่กันบ้าง เช็กที่นี่

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง และอาศัยอยู่ในเมืองค่อนข้างมาก ซึ่งการเข้ามากระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ส่งผลให้ผู้คนต้องแข่งขันและเร่งรีบกันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นธุรกิจที่สามารถเข้ามาช่วยประหยัดเวลา โดยเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ ให้กับคนในเมืองได้ ก็จะมีโอกาสเติบโต

ซึ่งธุรกิจร้านสะดวกซัก คือหนึ่งในธุรกิจที่ช่วยประหยัดเวลาให้กับคนเมืองได้ไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงาน ที่อาศัยในคอนโดฯ และหอพัก รวมถึงยังเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่กำลังมาแรงอย่างมากในปัจจุบัน

ซึ่งที่ผ่านมาก็มีธุรกิจร้านสะดวกซักเปิดให้บริการมากมาย สะท้อนจากภาพรวมธุรกิจร้านสะดวกซักของไทยในปี 2566 ที่ผ่านมา มีร้านเปิดใหม่มากถึง 1,300 ร้าน และมียอดขายโดยรวมเติบโต 7% หรือประมาณ 3,900 ล้านบาท (ข้อมูลจาก Alliance Laundry Systems LLC)

“ประชาชาติธุรกิจ” ส่องธุรกิจแฟรนไชส์ “ร้านสะดวกซัก” 5 แบรนด์ที่มาแรงและมีคนสนใจลงทุนมากที่สุด พร้อมรายละเอียดการลงทุนสำหรับคนที่สนใจเปิดร้านแฟรนไชส์ ว่าแต่ละแบรนด์จะต้องใช้งบฯลงทุนเท่าไหร่กันบ้าง เช็กที่นี่

Otteri wash & dry

Otteri wash & dry แบรนด์แฟรนไชส์เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ 24 ชม. ที่มีระบบสนับสนุนแฟรนไชส์และนักลงทุนที่ดีที่สุด ด้วยจำนวนสาขากว่า 1,073 สาขา และมีลูกค้าใช้บริการประจำกว่า 148,477 ราย ซึ่งจุดที่น่าสนใจ คือ เป็นแบรนด์ที่ครบครันด้วยเครื่องซักและอบผ้าอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล มีเครื่องแลกเหรียญและเครื่องจำหน่ายน้ำยาซักผ้าอัตโนมัติให้บริการ และยังมีระบบการซักสะดวก พร้อมสวมใน 1 ชม.

นอกจากนี้ก็ยังมีระบบหลังบ้านที่สามารถเช็กรายได้ออนไลน์โดยไม่ต้องเข้าร้าน และมีบริการหลังการขาย และสื่อต่าง ๆ ช่วยโปรโมต และจัดโปรโมชั่นตลอดทั้งปี ซึ่งสำหรับใครที่สนใจธุรกิจแฟรนไชส์ Otteri wash & dry จะต้องใช้งบฯลงทุนเริ่มต้นที่ 2.4 ล้านบาท มีรายละเอียดดังนี้

  • Size M ใช้พื้นที่ 40-48 ตร.ม. เครื่องซักผ้าอัตโนมัติหยอดเหรียญ 5 เครื่อง และเครื่องอบผ้าแก๊สขนาด 15 กิโลกรัม 2 เครื่อง (4 ช่องอบ)
  • Size L ใช้พื้นที่ 60-90 ตร.ม. เครื่องซักผ้าอัตโนมัติหยอดเหรียญ 7 เครื่อง และเครื่องอบผ้าแก๊สขนาด 15 กิโลกรัม 3 เครื่อง (6 ช่องอบ)
Otteri wash & dry
ภาพจากเฟซบุ๊ก Otteri wash & dry

WashXpress

WashXpress อีกหนึ่งแบรนด์ของแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก ที่ดำเนินงานการภายใต้บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั้งหมด 465 สาขา และถือเป็นแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ความสะดวกของผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมายได้อย่างแท้จริง

ซึ่งความน่าสนใจสำหรับคนที่จะลงทุนแฟรนไชส์ คือ ทาง WashXpress จะช่วยประเมินพื้นที่สกัดคู่แข่งไม่ให้ผุดสาขาในบริเวณใกล้เคียง โดยจะมีทีมช่างและทีมงานช่วยคัดเลือกและประเมินทำเล มีบริการ Call Center 24 ชม. ไลน์แอ็กเคานต์ และเซอร์วิสชาร์จเป็นรายปีแทนค่าแฟรนไชส์ ซึ่งสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้ลงทุน โดยประเมินว่าจะสามารถคืนทุนได้ในเวลา 3-4 ปี โดยรูปแบบการลงทุนมี 2 รูปแบบ ดังนี้

  • 1. WashXpress มี 3 ขนาด M, L, XL ราคาเริ่มต้น 3.25 ล้านบาท
  • 2. Nonfranchise ลูกค้าสามารถทำแบรนด์ของตัวเอง โดยบริษัทจะติดตั้งให้และมี Package เสริมในการบำรุงรักษาเครื่องให้ เป็นต้น
WashXpress
ภาพจากเฟซบุ๊ก WashXpress Thailand

LaundryBar

ลอนดรี้บาร์ แบรนด์ร้านสะดวกซัก อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดบริการแล้วใน 950 สาขาทั่วโลก และถือเป็นร้านสะดวกซักที่ให้บริการครบวงจร โดยมีความน่าสนใจ คือ ทางแบรนด์จะมีพาร์ตเนอร์ทางการตลาด และมีทีมการตลาด ช่วยโปรโมตให้ธุรกิจเติบโต มีระบบ e-Payment และเครื่องมือบริหารจัดการร้านออนไลน์ แอป LB Pay และ LB Franchise ใช้งานง่าย แค่ปลายนิ้ว

นอกจากนี้เมื่อลงทุนยังมีการรับประกันเครื่องนานถึง 5 ปี โดยจะเป็นเครื่องอุตสาหกรรมแบรนด์ชั้นนำจาก USA รวมถึงฟรี น้ำยา 3 ชนิด น้ำยาซักผ้า, น้ำยาปรับผ้านุ่ม, น้ำยาฆ่าเชื้อ เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้งาน ทำให้อยากกลับมาซักเป็นประจำ ซึ่งสำหรับใครที่สนใจอยากจะลงทุนแฟรนไชส์ จะต้องใช้งบฯลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 2.1 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • Package Bronze 6 เครื่อง ราคา 2,100,000 บาท (ซัก 9 กก. 2 เครื่อง, 14 กก. 2 เครื่อง, / อบ 15 กก. 2 เครื่อง)
  • Package Silver 9 เครื่อง ราคา 2,75,000 บาท (ซัก 9 กก. 2 เครื่อง, 14 กก. 2 เครื่อง, 18 กก. 1 เครื่อง / อบ 15 กก. 4 เครื่อง)
  • Package Gold 14 เครื่อง ราคา 3,650,000 บาท (ซัก 9 กก. 2 เครื่อง, 14 กก. 3 เครื่อง, 18 กก. 2 เครื่อง / อบ 15 กก. 6 เครื่อง)
LaundryBar
ภาพจากเฟซบุ๊ก LaundryBarThai

WASHENJOY

WASHENJOY แฟรนไชส์ร้านสะดวกซักแบรนด์อันดับ 1 ที่ครองใจผู้ใช้งานและนักลงทุนมาตลอด โดยดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซักที่ประเทศเกาหลีมานานกว่า 10 ปี ก่อนที่จะเข้ามาบุกประเทศไทยในช่วงปี 2563 ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสาขาในไทยกว่า 152 สาขา

ซึ่งจุดเด่นหลัก ๆ คือการใช้เครื่อง Electrolux Professional จากสวีเดน ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ตามโรงแรม 5 ดาว และอุตสาหกรรมอาหารและโรงพยาบาล การันตีด้วยการอยู่ในเมืองไทยมากว่า 40 ปี และมีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกที่มากกว่า 60% ที่สำคัญคือสำรองอะไหล่ถึง 15 ปี ทำให้เครื่องสามารถทำเงินให้นักลงทุนได้นาน

รวมถึงตัวเครื่องยังมีระบบจ่ายน้ำยาอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวก และคุ้มค่าให้ผู้ใช้บริการ ทำให้ร้านวอชเอนจอย สามารถแข่งขันในตลาดได้

นอกจากนั้นยังมีโปรแกรมที่หลากหลาย เช่น โปรแกรมซักฆ่าเชื้อ มีระบบปฏิบัติการการ BEEBOT ซึ่งเป็น Web App ที่เจ้าของร้านสามารถบริหารจัดการร้านออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเช็กยอดขาย การดูข้อมูลเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้บริการ เพื่อนำมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย

รวมถึงผู้ใช้บริการยังสามารถจ่ายเงิน ออนไลน์ ด้วย QR Code ผ่าน Kiosk และ Mobile Application และสามารถสะสมแต้มเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการกลับมาซักอบผ้าที่วอชเอนจอยอีก

สำหรับใครที่สนใจธุรกิจแฟรนไชส์ WASHENJOY แพ็กเกจเริ่มต้นอยู่ที่ 2.7 ล้านบาท ใช้พื้นที่ 40 ตร.ม.ขึ้นไป โดยจะได้รับเครื่องซัก 5 เครื่อง และเครื่องอบ 4 เครื่อง เป็นต้น

WASHENJOY
ภาพจากเฟซบุ๊ก WASHENJOY Thailand

DR.TIGER LAUNDRY

DR.TIGER LAUNDRY ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก โดยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่าง บริษัทเยียนตี ประเทศจีน และบริษัท Machininc (แม็คชีนนิค) ประเทศเยอรมนี เพื่อตีตลาดเอเชีย โดยมีการจัดจำหน่ายเครื่องซักอุตสาหกรรมในหลากหลายทวีป ไม่ว่าจะเป็น ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป

ซึ่งในส่วนของประเทศไทย เครื่องซักอุตสาหกรรมถูกนำเข้ามาในนามของ TIGER BRAND เพื่อส่งมอบเครื่องซักผ้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับประชาชนชาวไทยตามวิสัยทัศน์ของบริษัท ที่ต้องการเห็นคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในทุกมิติของการซัก ในทุกพื้นที่ของชุมชน โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ

โดยความน่าสนใจ คือ การใช้เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมที่ใหม่ทันสมัย และมีระบบเครื่องใส่น้ำยาอัตโนมัติ ที่เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ที่มาใช้บริการเป็นอย่างมาก รวมถึงยังมีรูปแบบแฟรนไชส์ให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์และเหมาะสมกับผู้ลงทุนในทุก Segment โดยจะมีการทำสัญญาแฟรนไชส์ 3 ปี พร้อมช่วยเหลือแฟรนไชซี ตลอดอายุสัญญา

ซึ่งสำหรับใครที่สนใจธุรกิจแฟรนไชส์ DR.TIGER LAUNDRY จะต้องใช้งบฯลงทุนเริ่มต้นที่ 1.2 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 5 แพ็กเกจการลงทุน ได้แก่

  • Size XS เครื่องซักล่างอบบน 3 คู่
  • Size S เครื่องซักล่างอบบน 4 คู่
  • Size S+ เครื่องซักเดี่ยว 5 เครื่อง และเครื่องอบคู่บนล่าง 2 คู่
  • Size M เครื่องซักล่างอบบน 5 คู่ เครื่องอบเดี่ยว 1 คู่ และเครื่องซักเดี่ยว 1 คู่
  • Size L เครื่องซักล่างอบบน 8 คู่ เครื่องอบเดี่ยว 1 คู่ และเครื่องซักเดี่ยว 1 คู่
Dr.Tiger Laundry
ภาพจากเฟซบุ๊ก Dr.Tiger Laundry

ทั้งนี้ นอกจากแบรนด์ดังกล่าว ล่าสุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มียักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง LG ที่ตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก ด้วยการเปิดร้านสะดวกซัก LG Laundry Crew ชูจุดแข็งทั้งบริการก่อน-หลังการขายฟรีหลายรายการ ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นกระแสฮือฮาอย่างมากเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่น่าจับตามองในปัจจุบัน เพราะเป็นแฟรนไชส์ ซักผ้าที่ลงทุนน้อย อีกทั้งหากทำเลตั้งอยู่ในพื้นที่เหมาะสมก็สามารถคืนทุนไว โดยที่เจ้าของแฟรนไชส์ซักผ้าไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น ๆ