ร้านสะดวกซัก แห่ผุดบริการเสริมทั้งฝากผ้า-รีดผ้า หวังชิงลูกค้า

ร้านสะดวกซัก

ร้านสะดวกซักแห่ผุดบริการเสริมสารพัดการฝากผ้า พับผ้า ไปจนถึงรีดผ้า หวังเพิ่มจุดขายชิงลูกค้ารับมือการแข่งขัน และสร้างความคุ้มค่าให้กับราคาค่าซัก-อบที่อาจต้องปรับขึ้นในปีนี้ตามต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

วันที่ 27 มกราคม 2567 ร้านสะดวกซักหรือร้านซักผ้าหยอดเหรียญหลายรายเริ่มเสริมจุดขายใหม่ ๆ นอกเหนือจากความสะอาดและความรวดเร็ว หวังชิงลูกค้า รับมือกับการแข่งขันที่เริ่มสูงขึ้นหลังตลาดบูมต่อเนื่องมานานหลายปี พร้อมกับต้นทุนค่าไฟฟ้าและแก๊สที่เพิ่มสูงขึ้น

แห่ผุดบริการ ฝากผ้า-พับผ้า-รีดผ้า

หนึ่งในจุดขายใหม่ที่ได้รับความนิยมจะเป็น “บริการฝากผ้า” ที่มีพนักงานประจำสาขาไว้ให้บริการตั้งแต่นำผ้าออกจากเครื่องซัก หรือนำผ้าที่ซักแล้วไปใส่เครื่องอบผ้า จนถึงนำออกจากเครื่องอบผ้ามาพับรอไว้ ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงระหว่างซักและอบผ้าได้เต็มที่ ไม่ต้องกลับมาทุก 30 นาที เพื่อย้ายผ้า หรือเอาผ้าออกจากเครื่องซัก

โดยบริการนี้มีทั้งฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย และคิดค่าใช้จ่ายเล็กน้อยประมาณ 20 บาท ซึ่งได้รับความนิยมและพบเห็นได้ในร้านสะดวกซักหลายเจ้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เช่น ร้านสะดวกซัก Beluga Wash & Dry ซึ่งมีบริการนำผ้าเข้าเครื่องอบฟรี และหากต้องการให้พับผ้าด้วยจะมีค่าบริการ 20 บาทต่อตะกร้า เป็นต้น

ขณะที่จังหวัดอื่นเริ่มมีบริการรูปแบบเดียวกันนี้ เช่น ร้านกิ้นชอบซักผ้า บริเวณเขตอุตสาหกรรมสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา และร้านเรดี้ สะดวกซัก 24 ชม. ในอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ที่มีแม่บ้านให้บริการนำผ้าเข้าเครื่องซัก  อบ และพับให้โดยไม่คิดค่าบริการ จึงมีความเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้อาจได้เห็นบริการนี้ในร้านสะดวกซักในจังหวัดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ร้านสะดวกซักบางรายในภูเก็ตอาจก้าวไปอีกขั้นด้วยการเริ่มให้บริการเกี่ยวกับการรีดผ้า เช่น Laundry Aqua ในหมู่บ้านเมืองทอง จังหวัดภูเก็ต ที่ประกาศเปิดบริการรับฝากผ้าทั้งซัก อบ ไปจนถึงรีดด้วยแบบครบวงจร

ชูความสะดวก รับมือแข่งขัน-ต้นทุน

สาเหตุของการแห่เพิ่มบริการเสริมในร้านสะดวกซักนี้ นายสุกรี กีไร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมให้กับร้านสะดวกซักหลายราย อธิบายว่า บริการฝากผ้านี้เป็นหนึ่งกลยุทธ์เพื่อรับมือกับต้นทุนและการแข่งขันที่สูงขึ้น หลังช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ค่าไฟฟ้าทำให้ร้านสะดวกซักเริ่มปรับขึ้นราคา ขณะที่จำนวนร้านที่มีกว่า 4.5 พันแห่งทั่วประเทศ ทำให้การแข่งขันเริ่มสูงขึ้น

ดังนั้น เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน ผู้ประกอบการจึงต้องหาวิธีใหม่ ๆ อย่างความสะดวกมาจูงใจลูกค้าให้มาใช้บริการ และรู้สึกคุ้มค่ากับค่าซัก-อบที่อาจจะต้องปรับให้สูงขึ้นหลังจากนี้เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน เสริมกับจุดแข็งเดิม เช่น ความเร็ว ความสะอาด การมี Wifi ในร้าน ฯลฯ

ต่อยอดปั้นไทย ต้นแบบสะดวกซักอาเซียน

ทั้งนี้ นอกจากบริการฝากผ้าแล้ว วงการสะดวกซักไทยยังมีการเสริมบริการอื่น ๆ อีก เช่น ตู้ฝากผ้า Boxsi ที่ร้านสะดวกซักอ๊อตเทริ จับมือกับ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ติดตั้งตู้ฝากผ้าในร้าน เพื่อให้ลูกค้าสามารถมารับผ้าที่อบเสร็จแล้วเมื่อไหร่ก็ได้ โดยทดลองให้บริการเมื่อต้นปี 2566 ที่สาขารามคำแหง 65

หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2564 เปิดให้บริการ ชูมณี ซึ่งเป็นบริการฝากซัก อบและพับผ้า ด้วยพนักงานที่มาประจำในสาขาช่วง 11.00-20.00 น. โดยไม่คิดค่าบริการ ซึ่งนายกวิน นิทัศนจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของแบรนด์ Otteri Wash & Dry เคยอธิบายว่า ชูมณี เป็นหนึ่งในโมเดลวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่นอกจากตอบโจทย์ผู้ใช้บริการร้านสะดวกซักแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยและผู้คนในชุมชนใกล้เคียงสร้างรายได้

บริการชูมณี
บริการชูมณีของอ็อตเทริ

ด้านนายสุกรี กีไร กล่าวว่า บริการเสริมเหล่านี้นับเป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจสะดวกซักในประเทศไทย ซึ่งแม้แต่มาเลเซีย ที่มีธุรกิจสะดวกซักมานานกว่า 12 ปียังไม่มี เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานลูกค้าในไทยเป็นผู้บริโภคระดับกลาง มีกำลังซื้อพอที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อบริการที่ตอบโจทย์ความสะดวก ส่วนในมาเลเซียเป็นระดับแมส

เรื่องนี้สะท้อนโอกาสการนำโมเดลของไทยไปต่อยอดในประเทศอื่น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อยกระดับธุรกิจร้านสะดวกซักให้จับลูกค้าระดับกลาง และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากการใช้บริการต่อครั้งให้สูงขึ้น


ด้วยเหตุนี้ บริษัทจะพยายามปั้นให้ไทยเป็นต้นแบบของธุรกิจสะดวกซักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับให้ผู้ประกอบการรายใหม่ทั้งในไทยและประเทศอื่น ๆ มาศึกษาดูงาน