เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
ดูทั้งหมด

“โอสถสภา” โฟกัส 5 ยุทธศาสตร์ สปีดรายได้ไทย-เทศทวงส่วนแบ่งชูกำลัง

06 ก.พ. 2568 | 06:52น.
Osot

โอสถสภา เผยยุทธศาสตร์ปี’68 มุ่ง 5 ด้าน ทั้งทวงคืนส่วนแบ่งตลาดชูกำลัง, ขยายพอร์ตฟังก์ชั่นนอลดริงก์, สปีดของใช้ส่วนบุคคล, ส่งธุรกิจเครื่องดื่มรุกต่างประเทศ และการควบรวมกิจการเข้ามาเสริมพอร์ต หลังปรับโครงสร้างธุรกิจทั้งพอร์ตสินค้า-ผู้บริหาร เดินหน้าสู่เป้ารายได้ 40,000 ล้านบาท ในปี 2571

นางวรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ผู้ผลิตเครื่องดื่ม, ยา, ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและอื่น ๆ หลายแบรนด์ อาทิ เอ็ม-150, เบบี้มายด์, ทัมใจ, โบตัน ฯลฯ กล่าวว่า ในปี 2568 นี้ ธุรกิจเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาหลายด้านทั้งปัจจัยภายนอกอย่างสงครามการค้าและความขัดแย้งทางทหาร ซึ่งส่งผลต่อต้นทุน-ค่าขนส่ง

ขณะที่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยด้านการเติบโต, การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และการส่งออก ไปจนถึงเรื่องสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศซึ่งกระทบความเป็นอยู่ของผู้บริโภค และอาจทำให้เกิดเงื่อนไขใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือ

อย่างไรก็ตาม หลายเซ็กเมนต์ยังมีสัญญาณบวกเช่นกัน อาทิ ผู้บริโภคในจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว, สถานการณ์ต้นทุนสินค้าที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 และความต้องการพลังบวกของผู้บริโภค ซึ่งหนุนผลตอบรับของแคมเปญการตลาด รวมถึงกระแสสุขภาพที่ช่วยสร้างดีมานด์สินค้า

ไม้เด็ดชิงส่วนแบ่งชูกำลัง

นางวรรณิภากล่าวต่อไปว่า จากโอกาสและความท้าทายในตลาดปี 2568 นี้ บริษัทจะมุ่งสร้างการเติบโต ด้วยยุทธศาสตร์ 5 ด้าน คือ ผลักดันการเติบโตและชิงส่วนแบ่งตลาดในเครื่องดื่มชูกำลัง, ขยายพอร์ตเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนอลดริงก์ ต่อยอดแบรนด์เดิมสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ส่งธุรกิจเครื่องดื่มรุกต่างประเทศ รวมถึงการซื้อ-ควบรวมกิจการเข้ามาเสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอ ทั้งนี้ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายมีรายได้แตะ 40,000 ล้านบาท ในปี 2571

สำหรับการผลักดันการเติบโต และชิงส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังนั้น จะเน้นสร้างฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ ควบคู่กับการชิงฐานลูกค้าจากคู่แข่ง ด้วยการตลาดหลากหลายรูปแบบ เช่น กลยุทธ์ราคา, รูปแบบสินค้า และการขยายช่องทางจำหน่าย ตามเป้าหมายทำให้ส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของ M-150 ที่ลดลงเหลือ 32% หลังการปรับขึ้นราคาเป็น 12 บาท ให้กลับไปอยู่ที่ระดับ 35% อีกครั้ง

ประเดิมด้วยการใช้วาระครบรอบ 40 ปี ของแบรนด์ M-150 ส่งสินค้า M-150 รุ่นฝาสีเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น วางจำหน่ายเฉพาะในช่องทางเทรดิชั่นนอลเทรดอย่างร้านโชห่วยเท่านั้น

ด้วยกลยุทธ์ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว จากจุดขายราคา 10 บาท ที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภค 2 กลุ่ม คือ ผู้บริโภคต่างจังหวัด และนักศึกษา ซึ่งต่างเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อไม่สูงนัก จึงอาจเข้าถึงสินค้าราคา 12 บาท ได้ยากกว่าผู้บริโภควัยทำงานในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดท่องเที่ยว ทำให้เชื่อว่าการส่งสินค้าราคา 10 บาท เข้าสู่ตลาดในครั้งนี้จะช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคต่างจังหวัดได้ดีขึ้น พร้อมกับสร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ ซึ่งในอนาคตอาจขยับไปดื่มรุ่นราคา 12 บาทต่อไป รวมถึงจะสามารถชิงฐานลูกค้าจากแบรนด์คู่แข่งได้ด้วย

“ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในไทยนั้นยังมี Penetration Rate หรือสัดส่วนผู้ดื่มต่ำมาก โดยมีผู้ดื่มเพียง 1 ใน 3 ของประชากรเท่านั้น เนื่องจากตัวเลือกน้อย และภาพลักษณ์ที่เฉพาะกลุ่ม จึงมีช่องว่างให้ขยายตัวได้อีกมาก”

เจาะกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน

ด้านเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนอลดริงก์ จะเน้นพัฒนาสินค้าให้มีฟังก์ชั่นตอบโจทย์ผู้บริโภคแบบเฉพาะกลุ่ม เพื่อสร้างฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ และย้ำภาพผู้นำด้านนวัตกรรม โดยสินค้าใหม่ตัวแรกของปี 2568 คือ HANGSTER เครื่องดื่มบรรเทาอาการแฮง หรืออาการเมาค้าง เนื่องจากเห็นศักยภาพจากการขยายตัวของมูลค่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และไลฟ์สไตล์การดื่มสังสรรค์ที่เริ่มกลับมาอีกครั้ง

เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องดื่มวิตามิน ซึ่งช่วงต้นปี 2568 นี้ เปิดตัว One Day Vitamins ที่รวมวิตามิน 13 ชนิด ในปริมาณสำหรับ 1 วัน

ต่อยอดแบรนด์เก่าสู่สินค้าใหม่

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล มุ่งขยายฐานผู้บริโภคของแต่ละแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ ไปยังกลุ่มใหม่ ๆ ด้วยสินค้าใหม่ที่ต่อยอดจากจุดเด่น ชื่อเสียง และโนว์ฮาวของแบรนด์นั้น ๆ ตัวอย่าง เช่น อุทัยทิพย์ ทินท์ ซึ่งต่อยอดแบรนด์ยาน้ำ อุทัยทิพย์ ตรากิเลน ไปเป็นเครื่องสำอาง พร้อมนวัตกรรมการใช้งานแบบ 3 in 1 สำหรับริมฝีปาก แก้ม และเปลือกตา ในขวดเดียว โดยเตรียมวางขายในร้านวัตสันเร็ว ๆ นี้

หลังก่อนหน้านี้ขยายฐานแบรนด์เบบี้มายด์ จากกลุ่มเด็กเล็ก-ผู้ปกครองให้ครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้ใหญ่ ด้วยเบบี้มายด์ แอนด์ บียอนด์ ที่สามารถใช้ได้ทั้งเด็กเล็ก และผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับแบรนด์ทเวลฟ์ พลัส ที่ขยายจากโรลออน โคโลญ และแป้งหอม ไปยังโลชั่น และครีมอาบน้ำ

ควบคู่กับกลยุทธ์การตลาดที่เน้นร่วมมือกับผู้นำเทรนด์ และความฟีลกู๊ดอย่างการคอลลาบอเรชั่นกับหมีเนย (Butterbear) ในปี 2567 และคาดว่าจะคงความร่วมมือกับหมีเนยต่อไปในอนาคต เนื่องจากขณะนี้ผู้บริโภคยังสนใจพลังบวกและความฟีลกู๊ด จากมาสคอตต่าง ๆ

รุกเวียดนาม-อินโดนีเซีย

ตั้งแต่ปี 2568 นี้เป็นต้นไป บริษัทจะเร่งสปีดขยายตลาดต่างประเทศในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยจะรุกสร้างรายได้จากตลาดอื่น ๆ นอกเหนือจากเมียนมาและลาว เริ่มจากการรุกเข้าสู่เวียดนาม ซึ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีขนาดใหญ่กว่าไทยมาก โดยพัฒนาเครื่องดื่มแบบ 2-in-1 ซึ่งรวมฟังก์ชั่นด้านพลังงานและความสดชื่นเข้าด้วยกัน (Energy+Rehydration)

พร้อมทำการตลาดเน้นแนวทางชม-ชิม เพื่อสร้างการรับรู้ ย้ำความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันดุเดือด

ขณะเดียวกันเริ่มส่งทีมงานลงสำรวจตลาดในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อศึกษาตลาดและหาอินไซต์ของผู้บริโภค เนื่องจากเห็นศักยภาพจากการที่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังยังมีขนาดเล็กกว่าประเทศอื่น ๆ

เตรียมแผน B รับทุกความเสี่ยง

นางวรรณิภาย้ำว่า นอกจากการต่อยอดแบรนด์และสินค้าในเครือแล้ว บริษัทยังเดินหน้าเจรจากับผู้ประกอบการรายต่าง ๆ เพื่อซื้อ-ควบรวมกิจการเข้ามาเสริมแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ โดยจะเน้นธุรกิจด้านสุขภาพ เนื่องจากสอดคล้องกับธุรกิจหลักของบริษัท นอกจากแผนเดินหน้าแล้ว ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ บริษัทต้องเตรียมแผนสำรองสำหรับรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่าง ๆ เอาไว้ด้วยเพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ทั้งนี้ เชื่อว่ายุทธศาสตร์เหล่านี้จะช่วยผลักดันให้บริษัทสามารถบรรลุเป้ารายได้ 40,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ตามที่วางไว้ได้แน่นอน