JSP หนุน GWM เข้าตลาด LiveX ปูทางสู่ผู้นำนวัตกรรมดูแลผู้ป่วยไตครบวงจร พร้อมเปิดโครงสร้างธุรกิจ 4 บริษัทย่อยผนึกกำลังสู่ “Health Innovation Group” ในอนาคต
นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการผลักดันบริษัทในเครือ บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (มหาชน) หรือ GWM ในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Live Exchange (LiveX) ภายในปี 2568 ว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 ได้ยื่นไฟลิ่ง ภายใต้ชื่อหุ้น GWM25 ซึ่งคาดว่าจะสามารถ IPO ได้ภายในปีนี้
สำหรับการเข้าระดมทุนของ GWM ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาธุรกิจเพื่อก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมดูแลผู้ป่วยโรคไต ซึ่งสอดคล้องกับที่ JSP ได้วางโรดแมประยะยาวในการก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดสุขภาพแบบครบวงจรภายใน 3-5 ปี โดยปัจจุบัน JSP ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการด้านผลิตและจำหน่าย ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจร แต่ยังได้ขยายธุรกิจและบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพผ่านบริษัทย่อย 4 บริษัท ประกอบด้วย
ผู้นำนวัตกรรมดูแลผู้ป่วยไต
1. บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (มหาชน) หรือ GWM ดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตน้ำยาล้างไต (A-B Solution) ดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำยาสำหรับผู้ป่วยฟอกไต รวมถึงนำเข้า-ส่งออกเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ ได้แก่ เครื่องฟอกไตเทียม, เข็มต่อสายฟอกเลือด และอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเลือด
อีกทั้งยังมีบริษัท วารี เมดิคอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกภายใต้ GWM ที่ให้บริการด้านการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) และจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องกรองน้ำและติดตั้งระบบน้ำบริสุทธิ์ให้กับศูนย์ฟอกไตของ GWM และลูกค้ารายอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเวชสำอางสำหรับผู้ป่วยฟอกไตด้วยเช่นกัน
รับจ้างวิจัย-ธุรกิจต้นน้ำ
2. บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CDIP ประกอบธุรกิจด้านการรับจ้างวิจัยเชิงวิชาการในห้องปฏิบัติการ รับจ้าง ทดสอบและวิเคราะห์ผลทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงจัดงานฝึกอบรมและสัมมนา และส่วนงานให้คำปรึกษาการยื่นขอทุนวิจัยด้านการวิจัยและพัฒนา
โดยธุรกิจของ CDIP ถือเป็นธุรกิจต้นน้ำสำหรับการนำไปต่อยอดด้านการผลิตยา อาหารเสริม รวมถึงเครื่องสำอาง สำหรับคนและสัตว์ ซึ่งมีจุดเด่น คือ ธุรกิจนี้ยังมีผู้เล่นน้อยรายในประเทศไทย จึงถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตของ JSP
ชู OEM เริ่มต้น 1 แสนบาท
3. บริษัท แคร์ซูติก จำกัด บริษัทที่ให้บริการด้านอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ ที่มีทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา รวมถึงรับจ้างผลิต (OEM) ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนและสำหรับสัตว์ ที่ครอบคลุมทั้งสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เช่น สุนัขและแมว และสัตว์ในการเลี้ยงสำหรับการทำปศุสัตว์ เช่น หมู ไก่ เป็นต้น
เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการกลุ่มขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) แม่ค้าออนไลน์ เน็ตไอดอล รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจและต้องการเป็นเจ้าของแบรนด์ด้วยตัวเอง ด้วยเงินลงทุนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเริ่มต้นเพียง 1 แสนบาท ซึ่งกลุ่มลูกค้าของแคร์ซูติกจะแตกต่างจากลูกค้าของ JSP คือเป็นกลุ่มรายย่อยที่มีเงินทุนจำกัด
รุกขยายตู้ยาสู่ชุมชน
4. บริษัท เมดิส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Medis) ให้บริการตู้จำหน่ายยาอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ภายใต้ชื่อ “ตู้ยา อุ่นใจ ใกล้คุณ 24 ชั่วโมง” เพื่อจำหน่ายยาสามัญประจำบ้านและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยมีเป้าหมายที่จะขยายตู้ยาไปยังชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางการกระจายสินค้าให้กับ JSP ได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกช่องทางหนึ่ง
“วันนี้ JSP ไม่ได้เป็นเพียงโรงงานผลิตยาอีกต่อไป เรากำลังเปลี่ยนบทบาทสู่ ‘Health Innovation Group’ ที่เชื่อมต่อระบบสุขภาพครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยการผลักดัน GWM เข้าตลาด คือจุดเริ่มต้นของการยกระดับ Ecosystem สำหรับผู้ป่วยโรคไตในประเทศไทย”
