Skip to content

เซ็นทรัล-ไอคอน ลุยอัพเกรดซูเปอร์มาร์เก็ตชิงลูกค้า ชู LOPIA – DEAR TUMMY แม็กเนต

11 ก.พ. 2569 | 20:18น.
เซ็นทรัล-ไอคอน ลุยอัพเกรดซูเปอร์มาร์เก็ตชิงลูกค้า ชู LOPIA – DEAR TUMMY แม็กเนต

ซูเปอร์มาร์เก็ต กลายเป็นสมรภูมิแข่งขันร้อนแรงของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าตั้งแต่ต้นปี’69 นี้ เมื่อเซ็นทรัลดึง LOPIA ซูเปอร์​มาร์เก็ต​ชื่อดังจากญี่ปุ่นมาชิงลูกค้าย่านแจ้งวัฒนะ ด้วยสินค้านำเข้าราคาจับต่องได้ ส่วนไอคอนสยาม อัพเกรด Dear Tummy เสริมร้านอาหาร-สินค้าสุขภาพดึงลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว 

สะท้อนจากการที่ห้าง-ศูนย์การค้า หลายแห่งพากันอัพเกรดซูเปอร์มาร์เก็ตของตนเองตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 จนถึงต้นปี 2569 นี้ หนึ่งในนั้นคือ เซ็นทรัล ที่ดึง LOPIA เชนซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นเข้ามาปักธงในเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ แม้ในเครือจะมี ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต อยู่แล้วก็ตาม เช่นเดียวกับไอคอนสยามที่อัพเกรด “เดียร์ ทัมมี่” (Dear Tummy) ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทยเป็นโฉมใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ซูเปอร์ฯแม็กเนตสำคัญ

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นแม็กเนตระดับ Top ของธุรกิจห้าง-ศูนย์การค้าคู่กับร้านอาหารนั้น เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมองหาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือ Small Happyness ให้กับชีวิตกัน ซึ่งการได้มาเจอสินค้าแปลกใหม่ หรือการได้เลือกซื้อของที่อยากได้-ถูกใจด้วยตัวเองในซูเปอร์มาร์เก็ต นับเป็นสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นกัน

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยุคนี้ยังต้องการซื้อสินค้าแบบเลือกเองทุกชิ้นมากกว่าจะซื้อสินค้าที่ร้านค้าหรือแบรนด์จัดชุดไว้ให้ เชื่อว่าเป็นเพราะ 2 ปัจจัย คือ ต้องการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง เช่น ต้องการทำอาหารในสูตรของตนเองที่ใช้วัตถุดิบแตกต่างจากสูตรปกติ และความรู้ความเข้าใจที่มากขึ้น จึงมั่นใจที่จะเลือกสินค้าด้วยตัวเอง โมเดลแบบซูเปอร์มาร์เก็ตจึงตอบโจทย์นี้ได้ดี

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ผู้บริโภคมีความเป็นตัวของตัวเองสูงและแตกเป็นกลุ่มย่อย ๆ นี้ ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจะพึ่งพาเฉพาะการมีสินค้าหลากหลายนั้นไม่เพียงพอ ต้องวิเคราะห์ดีมานด์ของลูกค้าในพื้นที่นั้น ๆ ให้ออกว่ามีเซ็กเมนต์ใดบ้าง และเลือกจับเซ็กเมนต์ให้ชัดเจนด้วยการจัดสรรสินค้า-บริการให้ตรงจุด เพื่อลดความซับซ้อนของการบริหารจัดการลง

ซื้อแล้วทานเลย มิชชั่นใหม่ลูกค้า

ขณะเดียวกัน ไอคอนสยาม ซึ่งมีซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่นอย่างทาคา มาร์เช่ (TAKA Marche) ของห้างทาคาชิมายาอยู่แล้ว ตัดสินใจรีโนเวต “เดียร์ ทัมมี่” ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทยที่เดิมสร้างยอดขาย 500 ล้านบาท/ปี ทั้งด้วยการปรับโฉมและขยายพื้นที่ โดยเฉพาะโซนวัตถุดิบสด, โซน Grab & Go และโซนร้านอาหาร ที่คัดวัตถุดิบอย่างปูสด เชฟมือดี และร้านอาหารดังมารวมไว้ เพื่อดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายชยะพงส์ นะวิโรจน์ กรรมการ บริษัท อินเตอร์มาร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหารเดียร์ ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต กล่าวว่า บริการปรุงอาหาร, ร้านอาหาร และโซนแกรบแอนด์โกที่รวมสินค้าคล้ายร้านสะดวกซื้อ เช่น เครื่องดื่มแช่เย็นและขนมขบเคี้ยวราคาจับต้องง่าย ทวีความสำคัญกับซูเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้แค่มาซื้อของ แต่มาเพื่อดูแลสุขภาพ มาเพื่อหาของฝาก หรือมาเพื่อมื้อพิเศษ โดยจำนวนผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าแล้วทานทันทีมีมากขึ้นตามไลฟ์สไตล์เร่งรีบ โดยอาจมีจำนวนถึง 50% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด

“ซูเปอร์มาร์เก็ตของเราเน้นการหาอินไซต์ของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการ เพราะนอกจากความหลากหลายของสินค้าแล้ว ยังต้องเน้นการบริการที่ตอบโจทย์ความเร็วและความสะดวกของผู้บริโภคด้วย”

Dear Tummy ผุดโซนใหม่

เพื่อตอบรับเทรนด์นี้ ในการรีโนเวตเดียร์ ทัมมี่ จึงตัดสินใจเพิ่มโซนใหม่ Meats & Seafood รวมวัตถุดิบสด ที่สร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพอย่าง ปูม้าขนาด 3-5 ตัว/กิโลกรัม ส่งตรงร่วมกับกลุ่มชาวประมงท้องถิ่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมครัวและเชฟสำหรับบริการปรุงอาหารรองรับทั้งการทานในพื้นที่และห่อกลับบ้าน

เช่นเดียวกับโซนร้านอาหารนานาชาติ Foods Market ที่รวบรวมความหลากหลายของรสชาติและเมนูไว้มากกว่า 500 เมนู เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการรับประทานอาหารที่ร้าน อาทิ อิซาเบลล่า อิตาเลี่ยน บาย อันเดรีย ร้านพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน, มิสเตอร์เป้า หมาล่าทั่ง และ Taco Bell รวมถึง Oh! Juice ร้านเครื่องดื่มสมูทตี้

นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวด้วย Taste of Thailand โซนของฝากและสินค้าที่สะท้อนความเป็นไทยมากกว่า 1,000 รายการ พร้อมโปรโมชั่นและบริการที่ตอบโจทย์การเลือกซื้อของฝากของนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ อาทิ ซื้อ 6 แถม 6, บริการแพ็กสินค้าและส่งไปยังสนามบินหรือโรงแรม เป็นต้น

และโซน Grab & Go เน้นคอนเซ็ปต์ซื้อง่ายขายคล่องสไตล์ร้านสะดวกซื้อ ยอดซื้อต่อบิลประมาณ 100 บาท พร้อมนำนวัตกรรม Gravity-Feed จากเยอรมนี ที่เลื่อนสินค้าในชั้นวางออกมาด้านหน้าโดยอัตโนมัติเมื่อลูกค้าหยิบออกไป ช่วยให้มองเห็นสินค้าได้ง่ายและไม่ต้องจัดเรียงสินค้าบ่อย ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคไทยและนักท่องเที่ยว ที่ต้องการขนมหรือเครื่องดื่มระหว่างเดินช็อป

สุดท้ายคือ Dear Wellness โซนสุขภาพและความงามแบบครบวงจรทั้งการดูแลเชิงป้องกัน และความงาม ซึ่งคัดและรวบรวมสินค้าสุขภาพและความงามกว่า 1,500 ไอเท็มรวมถึงสินค้าเอ็กซ์คูลซีฟจากแบรนด์ต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียว

“การพัฒนาโซนใหม่ให้ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมสินค้าและนวัตกรรมการบริการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เดียร์ ทัมมี่ มีผลงานเติบโตต่อเนื่อง ด้วยยอดขาย 500 ล้านบาท/ปี และมียอดการจับจ่ายถึง 1 ล้าน Transactions ในปี 2568 จากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติถึง 105 สัญชาติ โดย 5 อันดับแรกที่มีการจับจ่ายสูงสุด ได้แก่ จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และฮ่องกง”

เซ็นทรัลจับมือ LOPIA ชิงลูกค้า

ด้านเซ็นทรัลนั้น แม้จะมี ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต อยู่แล้ว แต่ยังเดินหน้าเสริมเขี้ยวเล็บซูเปอร์มาร์เก็ตของตนเอง โดยล่าสุดดึง โลเปีย เจแปน (LOPIA Japan) เชนซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาปักธงเปิดสาขาในเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น G และเริ่มให้บริการในแบบ Pop-Up เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 พร้อมโหมทำการตลาดตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมาผ่านทางโซเชียลมีเดียและการชมชิมในสาขา ด้วยการชูสินค้าเด่น อาทิ เนื้อวัววากิว ซูชิแบบใช้ปลาไหลทั้งตัว ผลไม้สด ฯลฯ ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

โดยโลเปีย เจแปน เป็นเชนซูเปอร์มาร์เก็ต ในเครือ OIC Group ยักษ์ธุรกิจอาหารของญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2514 ปัจจุบันมีธุรกิจตั้งแต่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป ขนมปัง อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส ฯลฯ, การผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ผลไม้ และผัก, นำเข้า/ส่งออก และการค้าส่งผลิตผลสด อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการบริหารจัดการซูเปอร์มาร์เก็ตอาหาร ร้านขายเนื้อสัตว์ และร้านอาหาร สร้างยอดขายรวมทั้งกรุ๊ป 5.21 แสนล้านเยน เมื่อปีงบฯสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา

สำหรับจุดเด่นของซูเปอร์มาร์เก็ต โลเปีย เจแปน นั้นมีความเชี่ยวชาญในอาหารญี่ปุ่นและคุณภาพระดับญี่ปุ่น ด้วยแนวคิดที่ต้องการเผยแพร่อาหารญี่ปุ่นไปทั่วโลก และสร้างร้านที่สามารถสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นได้แม้ไม่ได้ไปญี่ปุ่น รวมถึงมุ่งสู่การเป็น “สวนสนุกแห่งอาหาร” โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ยังได้รับรางวัลที่ 1 ในการประกวด “Best of Super” ซึ่งเป็นการแข่งขันเพื่อหาซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ของญี่ปุ่นอีกด้วย

ทั้งนี้ ในญี่ปุ่น โลเปีย เจแปน มีสาขา 146 สาขา ส่วนในต่างประเทศมี 9 สาขาในไต้หวันหลังเริ่มขยายธุรกิจนอกญี่ปุ่นเมื่อปี 2566

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในวงการค้าปลีกกล่าวว่า ยังต้องจับตาความสำเร็จของโลเปีย เจแปน ในระยะยาว เนื่องจากค้าปลีกสินค้าวัตถุดิบอาหารในโซนแจ้งวัฒนะนั้นมีการแข่งขันดุเดือด จากคู่แข่งหลายราย เช่น แม็คโคร ซึ่งสาขาแจ้งวัฒนะปรับโมเดลใหม่เป็น แม็คโคร คลับ ซึ่งมีสินค้าหลากหลายขึ้น อาทิ ซูชิและซาซิมิแล่พร้อมทาน รวมถึงแผนกผักและผลไม้ที่ตั้งอยู่ในห้องเย็น