‘สตาร์บัคส์’ เสิร์ฟแอลกอฮอล์ จิ๊กซอว์ใหม่…เพิ่มฐานลูกค้าไทยเบฟฯ

จับกระแสตลาด

สร้างความฮือฮาให้กับคอกาแฟเมืองไทยไม่น้อย

เมื่อล่าสุด ร้านกาแฟแบรนด์ดัง “สตาร์บัคส์” ภายใต้การบริหารงานของบริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือไทยเบฟเวอเรจ ยักษ์ใหญ่เหล้า-เบียร์ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ในฐานะผู้ที่ได้รับสิทธิการบริหารและขยายสาขาร้านกาแฟสตาร์บัคส์ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว จาก “สตาร์บัคส์ คอร์ปอเรชั่น” สหรัฐอเมริกา ได้ทุ่มงบฯก้อนโตเปิดร้านกาแฟโมเดลใหม่

ร้านกาแฟที่มีบาร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บริการร่วมอยู่

งานนี้ สตาร์บัคส์ถือเอาฤกษ์ดี 12 กุมภาพันธ์ “วันตรุษจีน” เป็นวันตัดริบบิ้น เพื่อเปิด “สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา ริเวอร์ฟร้อนท์ แอท ไอคอนสยาม”



สาขาใหม่นี้นับเป็นสาขาที่ 417 และมีพื้นที่มากถึง 1,260 ตร.ม. บนเนื้อที่ 2 ชั้น (ประกอบด้วยชั้นลอย) ตั้งอยู่บนชั้น 7 ของศูนย์การค้าไอคอนสยาม และถือเป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ และนับเป็น “สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ” สาขาที่ 2 ที่ไอคอนสยามของสตาร์บัคส์

รับไลฟ์สไตล์-เพิ่มทางเลือกลูกค้า

“เนตรนภา ศรีสมัย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ ประเทศไทย จำกัด ให้ข้อมูลว่า ความโดดเด่นของสาขาที่ 417 นี้ นอกจากการออกแบบร้านที่มีความผสมผสานในแง่ของวัฒนธรรมของไทย โลเกชั่นริมแม่น้ำ และวัฒนธรรมด้านกาแฟแล้ว สาขานี้จะมีบาริสต้าคอยให้บริการ 30 คน มาพร้อมกับเมนูกาแฟ เครื่องดื่มพิเศษ ที่ลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟรีเสิร์ฟได้

พร้อมทั้ง Teavana Bar เพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับคนที่นิยมดื่มชา นอกจากนี้ยังมีมุมเบเกอรี่-ขนมปังนานาชาติอบใหม่ รวมถึงอาหาร อาทิ ซุป พาสต้า พร้อมเสิร์ฟให้กับลูกค้า

เป็นการสร้างปรากฏการณ์ความแปลกใหม่ให้ลูกค้า

เมื่อถามถึงไฮไลต์ของสาขา “บาร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

“เนตรนภา” ตอบในหลักการว่า “…บาร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในลักษณะที่เป็นบาร์ค็อกเทลร่วมสมัย หรือ mixologist bar เป็นคอนเซ็ปต์ที่สตาร์บัคส์ในต่างประเทศเริ่มมีเปิดให้บริการมาบ้างแล้ว รวมถึงในเอเชีย สำหรับในเมืองไทยก็จะเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่ต้องการลิ้มลองเครื่องดื่มรสชาติต่าง ๆ แน่นอนว่า สตาบัคส์จะปฏิบัติตามแนวทางของรัฐในทุกเรื่องและช่วงเวลาการขายที่รัฐกำหนด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากช่วงนี้ยังมีสถานการณ์โควิด-19 จึงยังไม่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้”

“ขณะนี้ร้านยังไม่มีการเปิดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรอภาครัฐมีมาตรการผ่อนปรนออกมาก่อน ก็จะเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันที การเริ่มต้น mixologist bar ในสาขานี้จะเป็นจุดกำหนดว่าเราจะไปเปิดต่อที่สาขาไหนในอนาคต”

พร้อมกันนี้ยังระบุด้วยว่า การเปิดสาขานี้ เป็นการตอกย้ำความตั้งใจในการที่จะขยายสาขาเพิ่มทุก ๆ ปี เนื่องจากประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และสาขานี้จะเป็นสาขาต้นแบบ เพื่อจะเรียนรู้พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ลูกค้า ต้องดูก่อนว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างไร และตามแผนบริษัทต้องการจะเปิดสาขาเพิ่มประมาณปีละ 20-30 สาขา

เบียร์-ไวน์ เพิ่มลูกค้าเข้าร้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาสตาร์บัคส์ในหลาย ๆ ประเทศพยายามวางขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ เบียร์และไวน์ในร้านมาอย่างต่อเนื่อง ตามแผนเพิ่มจำนวนลูกค้าในช่วงเย็น-ค่ำ โดยเริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2553 ในเมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ในฐานะโปรแกรมช่วงเย็น (evening program) และยกเลิกไปในปี 2560 โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพราะรูปแบบการให้บริการที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างโมเดลบริการตนเองในช่วงกลางวันกับมีพนักงานเสิร์ฟในช่วงค่ำ รวมถึงภาพจำของผู้บริโภคในฐานะร้านกาแฟ ทำให้ไม่เป็นตัวเลือกแรกของนักดื่ม

นอกจากนี้เชนร้านกาแฟยังมีโมเดล Starbucks Reserve Roasteries ซึ่งเหมาะสมกว่า เพราะมีลักษณะการให้บริการแบบมีพนักงานเสิร์ฟอยู่แล้ว ทำให้สตาร์บัคส์เปลี่ยนมาตั้งบาร์ค็อกเทล ในสาขาโมเดล Starbucks Reserve Roasteries อาทิ Bar Mixato ในสาขาโตเกียว โอซากา เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เทียนจิน เสิ่นเจิ้น ฮ่องกง และอื่น ๆ แทน

โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นำมาขายนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งไวน์ เบียร์สด แต่ไฮไลต์จะอยู่ที่ค็อกเทลหรือเครื่องดื่มผสมระหว่างกาแฟ-ชากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เอสเพรสโซ่มาร์ตินี่ เพื่อย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ร้านกาแฟ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารสำหรับทานคู่กับเครื่องดื่มอีกด้วย

สตาร์บัคส์ ซีแอตเติล ไฟเขียว

รายงานข่าวจากสตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสตาร์บัคส์มีแผนจะเปิดร้านสาขาที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่ายร่วมกับกาแฟด้วย โดยได้มีการศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ได้มีการทดลองและเทสต์ในเรื่องของโปรดักต์มาระยะหนึ่งจนเป็นที่พอใจ รวมถึงได้มีการปรึกษาเรื่องนี้ไปยังสตาร์บัคส์ ซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ที่เป็นบริษัทแม่ และได้รับการอนุญาตให้ดำเนินการเรื่องนี้ได้ ขณะเดียวกันก็ได้ยื่นขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต เพื่อรองรับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ สตาร์บัคส์หลายแห่งก็ได้มีการเปิดบาร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย ทั้งในญี่ปุ่นและฮ่องกง

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการจะนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปให้บริการในสตาร์บัคส์อีกหลาย ๆ สาขา แต่ทั้งนี้อาจจะต้องรอให้สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายก่อน และต้องรอผลตอบรับจากสาขาแรกนี้ก่อน เนื่องจากตามกฎหมายแล้ว การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีระยะเวลากำหนดไว้ คือ จะขายได้เฉพาะเวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. (พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551)

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวที่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการครั้งนี้ อีกด้านหนึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่นักสำหรับการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปจำหน่ายในสาขาของธุรกิจในเครือของไทยเบฟฯ

หากย้อนกลับไปจะพบว่า เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา ไทยเบฟฯในนามของบริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด ที่คว้าสิทธิแฟรนไชส์เคเอฟซี เมื่อช่วงปี 2560 ก็นำเบียร์ช้างเข้าไปจำหน่ายในร้านเคเอฟซี ไลฟ์สไตล์ สโตร์ ชั้น 1 โครงการมิกซ์ยูสยักษ์ The PARQ อีกหนึ่งธุรกิจของเครือมาแล้ว


อาจจะกล่าวได้ว่า นี่เป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของค่ายไทยเบฟฯ ที่พยายามมุ่งการผสมผสานธุรกิจในเครือเข้าด้วยกัน เพื่อขยายช่องทางจำหน่าย-ขยายฐานลูกค้า เพื่อรุกคืบและก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้ข้อจำกัด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ