ชุดตรวจ ATK ระอุ ! ครึ่งร้อยถล่มตลาด…ราคาเริ่มลง

ชุดตรวจ ATK
(แฟ้มภาพ)ประกอบข่าว

ขณะที่การจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 แอนติเจนเทสต์คิตหรือเอทีเค จำนวน 8.5 ล้านชุด ด้วยงบฯ 1,014 ล้านบาท สำหรับแจกฟรีให้ประชาชน อยู่ระหว่างการเตรียมลงนามในสัญญาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

แต่อีกด้านหนึ่ง ตลาดชุดตรวจเอทีเค สำหรับประชาชนที่ต้องการซื้อหามาใช้ก็มีความเคลื่อนไหวที่คึกคัก และน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคาที่เริ่มเห็นแนวโน้มการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ครึ่งร้อยยี่ห้อถล่มตลาด

ล่าสุด จากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่อัพเดตเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่า มีผู้บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าและจำหน่ายชุดตรวจแล้วทั้งสิ้น 42 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากช่วงเริ่มต้นเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่เริ่มมีผู้ได้รับอนุญาต 5-6 ราย และมีผู้ประกอบการทยอยยื่นขออนุญาตและได้รับการอนุญาตเพิ่มขึ้นเป็นระยะ ๆ โดยช่วงวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้ที่ได้รับอนุญาตการขึ้นทะเบียน 37 ราย

และเมื่อจำแนกตามแหล่งผลิตจะพบว่า ชุดตรวจดังกล่าวมีโรงงานผลิตในประเทศจีนมากถึง 24-25 บริษัท รองลงไปเป็นชุดตรวจที่ผลิตจากประเทศเกาหลี 9 บริษัท สหรัฐอเมริกา 3 บริษัท ไต้หวัน 3 บริษัท สเปน 1 บริษัท และสวิตเซอร์แลนด์ 1 บริษัท

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ชุดตรวจที่ผลิตจากประเทศจีน หลัก ๆ มาจาก Beijing Lepu Medical Technology โดยมีบริษัทที่นำเข้ามาขึ้นทะเบียนถึง 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด บริษัท ซูววีนาวว์ จำกัด และบริษัท พริมา ไซเอ็นทิฟิค จำกัด รองลงไปเป็นโรงงานของบริษัท Hangzhou Testsea Biotechnology ที่มีผู้นำเข้ามา 2 บริษัท คือ บริษัท เมดิลินส์ ซีเครท (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท เมดิโซลูชั่น จำกัด เช่นเดียวกับโรงงานของบริษัท Hangzhou Laihe Biotech มีผู้นำเข้า 2 บริษัท คือ บริษัท แปซิฟิค ไบโอเทค จำกัด และบริษัท จีทีไอ อินเตอร์เทรด จำกัด

นอกจากนี้ ยังมีโรงงานผลิตจากประเทศเกาหลี คือ บริษัท Humasis ที่บริษัท ทรู เฮลท์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท ลาโบตอน จำกัด นำเข้ามาขึ้นทะเบียน
แนวโน้มราคา “ขาลง”

แหล่งข่าวจากวงการร้านขายยารายใหญ่ แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า จากจำนวนผู้ได้รับอนุญาตการขึ้นทะเบียนชุดตรวจโควิดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะยังมีผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการยื่นขอขึ้นทะเบียนอีกจำนวนหนึ่ง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาของชุดตรวจที่ขายตามร้านขายยาทั่วไปเริ่มมีราคาที่ลดลงมาในระดับหนึ่ง แต่ก็อาจจะลดลงไม่มากนัก เนื่องจากชุดตรวจยังเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงและต้องใช้ประจำเป็นระยะ ๆ และจากนี้ไปอาจจะเห็นภาพของการทำการตลาดที่เป็นการขายยกกล่องมากขึ้น และมีการลดราคาพิเศษ

“ที่น่าจับตาอีกอย่างหนึ่งในตอนนี้ก็คือ การประกาศจะระบายสต๊อกชุดตรวจ Lepu จำนวน 8.5 ล้านชุดของณุศาศิริ ในราคาเพียง 75 บาท/ชุด จะเป็นตัวแปรที่ทำให้ราคาชุดตรวจมีแนวโน้มปรับตัวลงเร็วขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร”

ส่วนชุดตรวจ SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test Kit ที่นำเข้าโดย บริษัทออสท์แลนด์ แคปปิตอล จากโรงงานผลิต Beijing Lepu Medical Technology Co. สาธารณรัฐประชาชนจีนหรือที่เรียกกันว่า SARS-CoV-2 (LEPU) นั้น จากการสำรวจยังไม่พบว่ามีการวางจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไป แต่กลับปรากฏว่ามีการเสนอขายให้กับหน่วยงานราชการ-โรงงานหรือหน่วยงานขนาดใหญ่ รวมทั้งการซื้อไปบริจาค โดยจะเสนอขาย 1-50 กล่อง กล่องละ 4,125 บาท (1 กล่องมี 25 ชุด) เฉลี่ยแล้วตกชุดละ 165 บาท แต่ถ้าซื้อมากกว่า 50 กล่องขึ้นไปราคาต่อกล่องก็จะลดลงมาอีก

สารพัดวิธีขายเอทีเค

จากการสำรวจตลาดชุดตรวจเอทีเคตามร้านขายยาหลายย่านในกรุงเทพฯ เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันมีชุดตรวจวางจำหน่ายตามร้านขายยาต่าง ๆ มากขึ้น และราคาเริ่มปรับตัวลดลง โดยราคาจะอยู่ที่ระดับประมาณ 260-300 บาท/ชุด หรือบางร้านราคาสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 350 บาท/ชุด ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม หลังจากที่ อย.เริ่มทยอยอนุมัติชุดตรวจ ชุดตรวจจะมีราคาค่อนข้างสูง ประมาณ 350-600 บาท/ชุด

โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ร้านขายยาในหลาย ๆ ย่าน อาทิ ปิ่นเกล้าฯ พรานนก (โรงพยาบาลศิริราช) ย่านรามอินทรา อาทิ ฟาซิโน, พีแอนด์เอฟ, สมูท ไลฟ์ ร้านขายยากรุงเทพ เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเน้นขายชุดตรวจของ 2-3 แบรนด์ อาทิ Standard Q, Abbott Panbio และ Roche ขณะที่เภสัชกรประจำร้าน ให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า ยี่ห้อดังกล่าวได้รับความสนใจจากลูกค้ามากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและแพทย์ส่วนใหญ่ใช้งาน จึงมีความน่าเชื่อถือด้านผลการตรวจมากกว่า จึงไม่ได้นำยี่ห้อจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่าย

ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวของร้านขายยารายใหญ่ อาทิ ร้านยาเพรียว ในเครือบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในเครือเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ได้เปิดรับจองซื้อชุดตรวจแบบตรวจจากตัวอย่างน้ำลาย ทั้งที่ร้านและการจองผ่านออนไลน์ ในราคา 250 บาท/ชุด ขณะที่ร้านบู๊สท์ ร้านจำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงามรายใหญ่ ได้ปรับลดราคา ชุดตรวจ 1 กล่อง (5 ชุด) เหลือเพียง 1,299 บาท จากราคาปกติ 1,500 บาท หรือราคาเฉลี่ยต่อ 259-260 บาท/ชิ้น

นอกจากการจำหน่ายในช่องทางปกติ จากการสำรวจยังพบว่า มีการนำชุดตรวจดังกล่าวไปประกาศโพสต์ขายบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ซึ่งผิดกฎหมายของ อย. โดยมีการระบุคุณสมบัติว่าเป็นชุดตรวจแบบเดียวกับที่โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งใช้ และมีผู้สนใจสอบถามเข้าไปเป็นระยะ ๆ

รวมทั้งมีภาพความเคลื่อนไหวของผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายชุดตรวจบางรายที่ใช้วิธีการนำชุดตรวจไปบริจาคให้กับรายการข่าวเพื่อนำไปบริจาคให้กับสถานพยาบาล และประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อนำไปใช้ตรวจ และมีการให้ข้อมูลในเชิงการให้ความรู้และข้อมูล หรือ advertorial

รวมทั้งมีสถานพยาบาลและคลินิกจำนวนหนึ่งที่อาศัยความตื่นตัวในการตรวจโควิดด้วยชุดตรวจเอทีเค เปิดให้บริการรับตรวจโควิดด้วยชุดตรวจเอทีเค พร้อมใบรับรองแพทย์


นี่เป็นเพียงความเคลื่อนไหวของตลาดชุดตรวจเอทีเคที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และคาดว่าจะมีความคึกคักมากขึ้น ตราบเท่าที่โควิด-19 ยังไม่จางหายจากไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ