“เวนดิ้งแมชีน” ส่อแววเดือด “ซัน-สบาย-บุญเติม” บุกหนักรับตลาดโต

พิษโควิด-19 ทำตลาดเวนดิ้งแมชีนชะลอตัว ผู้ประกอบการประสานเสียงมั่นใจตลาดหลังสถานการณ์ไวรัสคลี่คลายอนาคตสดใส เตรียมแผนจ่อบุกยึดทำเลทอง “ซันเวนดิ้ง” เดินหน้าลงทุนรับตลาดโต-งัดโมเดลแฟรนไชส์หวังปูพรมทั่วประเทศ ตั้งเป้าทะลุ 2 หมื่นเครื่องภายในปี 2566 ด้าน “สบายเทค” เตรียมขน 4 พันเครื่องลงสนามเจาะทำเลทอง ขณะที่ “ฟอร์ท เวนดิ้ง” ปิ๊งไอเดียแตกไลน์ทำคาเฟ่อัตโนมัติ เปิดตัว “เต่าบิน” เสิร์ฟสารพัดเครื่องดื่มแก้วโปรด

ผลกระทบของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะทำให้กระแสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตู้จำหน่ายสินค้าหยอดเหรียญหรือเวนดิ้งแมชีนที่เติบโตจาก 1.5 หมื่นตู้ เป็น 3 หมื่นตู้ในช่วงปี 2562 ต้องสะดุดลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยมาจากทำเลที่ตั้งเวนดิ้งแมชีนถูกปิดตามมาตรการล็อกดาวน์ทั้งในศูนย์การค้า สถานศึกษา อาคารสำนักงาน โรงงาน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม รายใหญ่ยังเชื่อมั่นว่าหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายลงตลาดเวนดิ้งแมชีนจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง พร้อมทั้งได้เตรียมกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อรองรับและเร่งการเติบโตในอนาคต

พิษโควิดทำตลาดชะลอตัว

นางอาภัสรา ภาณุพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ในเครือสหกรุ๊ป เจ้าของเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ภายใต้แบรนด์ “ซันเวนดิ้ง” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาแม้ช่วงปี 2563 จนถึงครึ่งแรกของปี 2564 ภาพรวมธุรกิจเวนดิ้งแมชีนจะชะลอตัวลง เนื่องจากเวนดิ้งฯในเกือบทุกทำเลต้องปิดตามมาตรการล็อกดาวน์ ทั้งห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน สถานีขนส่ง สถาบันการศึกษา ฯลฯ และมีเพียงทำเลโรงงานที่ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกที่ยังเปิดดำเนินการ

ทำให้มีความต้องการเครื่องเวนดิ้งฯจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะเครื่องที่จำหน่ายเครื่องดื่มและอาหาร สะท้อนจากรายได้ของบริษัทในปี 2563 ที่ลดลง 2.12% เหลือ 1,767.36 ล้านบาท แต่ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้รายได้กลับมาเติบโต 12.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 972.62 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง ตลาดเวนดิ้งฯจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง โดยมีปัจจัยหนุุนจากทำเลที่ติดตั้งเครื่องเวนดิ้งฯที่ปิดลงไปจะกลับมาเปิดได้อีกครั้งแล้ว ประกอบกับซัพพลายเออร์สินค้าเครื่องดื่มและอาหาร รวมถึงธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ยังต้องการจะใช้เวนดิ้งฯเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและทำเลใหม่ ๆ อาทิ อาคารที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ฯลฯ เนื่องจากใช้พื้นที่ในการติดตั้งประมาณ 1-2 ตารางเมตรเท่านั้น ขณะที่การหาทำเลเพื่อเปิดสาขาใหม่เริ่มทำได้ยากขึ้นและต้นทุนสูง รวมถึงปัจจัยจากการที่ปัจจุบันผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับการใช้งานตู้เวนดิ้งฯมากขึ้น

“ซันเวนดิ้ง” ลงทุนเพิ่มรับตลาด

นางอาภัสรายังระบุด้วยว่า ในอนาคตตลาดตู้เวนดิ้งแมชีนในประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากปัจจุบันในแง่ของจำนวนตู้ยังมีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซียที่มีประชากรน้อยกว่าไทย แต่มีตู้มากถึง 4-5 หมื่นตู้ ดังนั้น เพื่อรองรับการเติบโตได้ในอนาคต บริษัทได้เตรียมนำโมเดลแฟรนไชส์มาใช้เพื่อช่วยเร่งการขยายจำนวนตู้ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น นอกเหนือจาก 26 จังหวัดที่บริษัททำตลาดอยู่เดิม

โดยตั้งแต่ไตรมาส 4-ไปจนถึงปี 2566 มีแผนจะลงทุนราว ๆ 280 ล้านบาท ซื้อเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพื่อขยายการติดตั้งการให้บริการเป็น 20,000 เครื่อง ภายในปี 2566 จาก ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีจำนวนเครื่องอยู่ประมาณ 13,800 เครื่อง ด้วยโมเดลแฟรนไชส์เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแผนจะใช้งบฯอีก 210 ล้านบาทพัฒนาระบบและจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่องเวนดิ้งฯแบบ smart

รวมถึงการติดตั้งจอสัมผัสบนเครื่องอัตโนมัติ และเครื่องอัตโนมัติประเภทที่รองรับเงินสดและการชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ (cashless) หรือตู้ smart จำนวน 15,000 เครื่อง ภายในปี 2566 จากปัจจุบันที่มีเครื่องแบบ smart ประมาณ 1,600 เครื่อง รวมทั้งมีแผนจะขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายสาขาสำนักงานและศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) เพิ่มอีก 3 แห่งในจังหวัดอุดรธานี ลำพูน และอีก 1 แห่งในภาคใต้ จากเดิมมีอยู่ 11 แห่ง กระจายในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสาขาเหล่านี้จะเป็นทั้งศูนย์บริหารงาน โกดังสินค้า และทีมซ่อมบำรุง


สบายพลัส เตรียมบุก

นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นกระทบกับตลาดเวนดิ้งแมชีน เนื่องจากหลายทำเลที่มีศักยภาพถูกปิดหรือมีจำนวนผู้ใช้บริการน้อยลง และกระทบกับการขายสินค้าในเวนดิ้งฯ ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละรายต้องหันมาให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่าย และเชื่อว่าอาจทำให้ตลาดรวม 3 หมื่นเครื่องปีนี้หดตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวเชื่อว่าหลังสถานการณ์คลี่คลายตลาดเวนดิ้งฯจะกลับมาเติบโตได้แน่ และตลาดนี้ยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก เพราะการขายสินค้าผ่านเครื่องเวนดิ้งฯนั้นเป็นการลงทุนที่ไม่มากนัก และเป็นตัวเลือกของซัพพลายเออร์และธุรกิจค้าปลีกในการจะขยายช่องทางเข้าหาผู้บริโภค

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมสำรองเครื่องเวนดิ้งฯเอาไว้กว่า 4,000 เครื่อง พร้อมติดตั้งในทำเลต่าง ๆ ทันทีที่มีสัญญาณการฟื้นตัว จากที่ผ่านมาสบายพลัสมีเครื่องเวนดิ้งฯอยู่ประมาณ 5,300 เครื่อง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับตัวนอกจากการโฟกัสการติดตั้งเครื่องเวนดิ้งฯในทำเลที่มีศักยภาพ อาทิ คลังสินค้าของบริษัทขนส่งเอกชน สถานพยาบาล ขณะเดียวกัน ก็ถอนการติดตั้งตู้จากห้างสรรพสินค้าจำนวนหนึ่งลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งการเช่าพื้นที่

รวมทั้งการสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ มาทดแทน อาทิ ฟินเทค ด้วยการจับมือกับเคอรี่ เอ็กซ์เพรส เพื่อให้ผู้ใช้เคอรี่วอลเลตสามารถซื้อสินค้าจากตู้เวนดิ้งฯ และศูนย์อาหารในโลตัสที่ใช้ระบบของบริษัทอยู่ได้ ขยายฐานธุรกิจระบบชำระเงินในศูนย์อาหารเพิ่มเติม เช่น ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน รวมถึงรับสร้างระบบวอลเลตให้กับบริษัทต่าง ๆ เป็นต้น

แบรนด์ถล่มโปรฯคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เล่นรายอื่น ๆ ต่างเริ่มมีความเคลื่อนไหวคึกคักทั้งการจัดโปรโมชั่นเครื่องเวนดิ้งฯในราคาพิเศษ ไปจนถึงลดราคาสินค้าในตู้ อาทิ ที.จี. เวนดิ้ง ซึ่งมีเครื่องเวนดิ้งฯประมาณ 2,000 เครื่อง ในช่วงเดือนกันยายนนี้จัดโปรโมชั่นจำหน่ายเครื่องเวนดิ้งฯราคาพิเศษ พร้อมรับประกัน 1 ปี ฟรีค่าแรงทีมบริการและอะไหล่ทุกชิ้น หลังจากก่อนหน้านี้ประกาศรับสมัครพนักงานขับรถเติมสินค้าและช่างอย่างต่อเนื่อง

ไปในทิศทางเดียวกับผู้เล่นใหม่อย่าง เซอร์บ็อกซ์ ผู้ผลิตตู้เวนดิ้งฯสัญชาติไทยที่เริ่มเข้าสู่ตลาดเวนดิ้งฯเมื่อปี 2562 ที่มีการจัดโปรโมชั่น อาทิ ลดราคาเครื่องจาก 1.48 แสนบาท เหลือ 1.28 แสนบาท ตั้งแต่ 7-30 กันยายนนี้ และโปรโมชั่นซื้อ 2 ตู้ในราคาพิเศษ เป็นต้น

ด้าน บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ในเครือบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการายใหญ่ในตลาด เจ้าของตู้ “บุญเติม” ที่ปัจจุบันมีเวนดิ้งฯประมาณ 4 พันเครื่อง ได้พัฒนาเครื่อง ด้วยการเปิดตัวเครื่องดื่มชง “เตาบิน” ภายใต้คอนเซ็ปต์คาเฟ่อัตโนมัติที่มีจุดเด่นด้านจำนวนเมนูหลากหลายทั้งกลุ่มสินค้ากาแฟ โกโก้ เครื่องดื่มชาเย็น ชาร้อนน้ำผลไม้ เป๊ปซี่ โค้ก เป็นต้น ราคา 15-35 บาทต่อแก้ว


โดยปัจจุบันมีการติดตั้งแล้วประมาณ 100 จุด พร้อมวางเป้า 20,000 ตู้ในปี 2566 จากที่เดินหน้าผนึกพันธมิตรจัดโปรโมชั่นสำหรับสินค้าในตู้ เช่น แลกซื้อคาราบาวแดง ในราคา 2 บาท จำหน่ายโวเชอร์บนแฟลตฟอร์มช้อปปี้ สำหรับซื้อสินค้าในเครื่องเวนดิ้งฯ และอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องเดือนละ 2-3 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ